Get Adobe Flash player

จาก‘เสรีชน’สู่‘เสรีชัย’ สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์ รายงาน

Font Size:

วิรัช โรจนปัญญา และเพ็ญพิมพ์ จิตรธร ถือเป็นอาวุโสของคนในวงการสื่อมวลชนไทยในสหรัฐฯ กล่าวถึงเสรีชนว่า

หนังสือพิมพ์เสรีชน ก่อตั้งโดย คุณไชยวัฒน์ ภักดิ์นิลรัตน์  เมื่อปี 1975 โดยใช้บ้านพักที่ถนนนอร์มันดี ตัดกับถนนที่ 9 เป็นสำนักงาน เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกที่มีขนาดมาตรฐาน คือ 14 คูณ 21 นิ้ว มีสต๊าฟหลายคนช่วยกันทำ อย่างเช่น วันชัย วัฒนสินธุ์ มาโนช คงทอง ชัชวาลย์ ศรีพาณิชย์ วิจารณ์ จันทนะเวส ฯลฯ เป็นผู้เริ่มต้นกันมา

ในปี 1978 ย้ายสำนักงานไปอยู่ที่ตึก “สตาร์ทัวร์” บนถนนที่ 8 อยู่ได้ระยะหนึ่งเกิดไฟไหม้ ต้องย้ายไปอยู่ถนนที่ 6 และย้ายสำนักงานอีกหลายครั้ง จนมาอยู่ที่ถนนไวน์ หลังจากเปลี่ยนเจ้าของในยุคของ สุรชัย ตั้งใจตรง เต็ก แสงอุไรพร และหลังสุดคือ บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ

บรรณาธิการเปลี่ยนไปตามความจำเป็นของจังหวะเวลา นึกไม่ออกว่ามีใครบ้าง เท่าที่จำได้มี  วันชัย วัฒนสินธุ์ มาโนช คงทอง สฤษดิ์ผล ชมไพศาล  ฯลฯ

นักเขียนดังๆ ยุคนั้นที่นิยมมากๆ ก็มี ภิญโญ ศิรโส เขียนข่าวสังคมให้กับ เสรีชน สักพักหนึ่ง วิรัช โรจนปัญญา ก็เข้าไปเขียนข่าวสังคมแทน

เสรีชน เป็นหนังสือพิมพ์ที่ทำรายได้ประมาณปีละ 5 แสนเหรียญ  ตอนนั้นมีเสรีชนฉบับเดียว ไม่มีหนังสืออื่นเลย โฆษณา ต้องมีการจองคิว ค่าโฆษณา ได้ราคาเต็ม มีสมาชิกรัฐต่างๆ นับหมื่นคน หลังหนังสือออกจากโรงพิมพ์ ต้องทำเรื่องสมาชิกเป็นวันๆ บางที่จนถึงเช้าของอีกวัน

เสรีชน เริ่มต้นเพียง 24 หน้า แต่ต่อมาเพิ่มเป็น 36-40 หน้า

เสรีชน ติดต่อกับสื่อในเมืองไทยด้วย เวลาส่งข่าวด่วนส่งรูปไปเมืองไทย   ก็ต้องไปแอร์พอร์ท เอาหนังสือส่งสายการบิน เพื่อไปวางขายตามจุดต่างๆ ในประเทศไทย อย่างเช่นที่ดอนเมือง ท่าพระจันทร์ ฯลฯ

แต่ละสัปดาห์ มีงานเข้ามาต่อเนื่อง ทำงานกันตั้งแต่วันจันทร์ ต้องทำทุกวันเริ่มจาก “ข่าวแห้ง” ไปก่อน ส่วนข่าวสดๆ ใช้วิธีโทรเช็คข่าวที่เมืองไทย บางทีต้องใช้จด หรืออัดเทป แล้วมาแกะเทป   ถึงวันศุกร์ก็ปิดเล่ม นำอาร์ทเวิร์คต้นฉบับส่งโรงพิมพ์ วันเสาร์โรงพิมพ์ๆ เสร็จ ก็จัดสายส่งไปตามเมืองต่างๆ และจัดทำระบบส่งสมาชิกได้หยุดวันอาทิตย์เพียงวันเดียว

1976-1982 ถือเป็นยุคทองของเสรีชน

ความมุ่งมั่นในการนำเสนอข่าว ความเที่ยงตรง บางช่วงก็มีผลต่อการทำงาน ปี 1981 ไชยวัฒน์ ภักดิ์นิลรัตน์ ถูกยิง สาเหตุมาจากการตีข่าวเรื่องยาเสพย์ติด มีคนโทรมาขอร้องว่าอย่าลง และโทรมาขู่ฆ่า แต่คุณไชยวัฒน์ ไม่ยอมและลงรายละเอียดมากมาย

วันหนึ่ง คุณไชยวัฒน์ ไปงานที่เพรสคลับ บนถนนเวอร์มอนท์ (ใกล้ๆ เมลโรส) ขณะที่กำลังไขประตูรถ ก็มีเสียงเรียก ไชยวัฒน์ เมื่อหันไปก็ถูกยิง 7 นัดล้มลง แต่คุณไชยวัฒน์กำลังใจดีมาก พยายามกระเถิบตัวมาถึงบันได และจังหวะนั้น นิติ วิริยา เข้ามาช่วย ได้ยินเสียงแผ่วๆ ว่า หมอ หมอ ทำให้ ศิริชัย กังวาฬพร ซึ่งมีชื่อเล่นว่า “ม้อ” ถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวน ทั้งๆ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ปี 1983 เกิดวงแตก วิรัช โรจนปัญญา ชลินทร์ ปิ่นวัฒนะ ออกมาหลายคน เปิดเอเชียนโพสต์ เสรีชน ก็เริ่มไม่ค่อยดี จนในที่สุดก็มาเปลี่ยนชื่อเป็น เสรีชัย ปี 1984

นักเขียนเสรีชนขณะนั้น น้ำเพชร พานิชพันธุ์ เขียนเกี่ยวกับต่างประเทศ คุณแหวว สุธิดา วีรติน เป็น บก.ต่างประเทศ ชัยวัฒน์ นันทนาปราโมทย์ ทำซับพลีเมนท์เป็นภาษาอังกฤษ มีคอลัมน์ของ โอภาส เครือโสภณ ต่างรัฐก็มี เช่น เวทิน สันสนียเวทย์ พิศักดิ์ จักกะพาก องอาจ เฉลยชีพ ฯลฯ เพ็ญพิมพ์ จิตรธร เป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณา และเป็น บก.หน้าบันเทิง ช่างภาพคนแรกคือ อำพล ออรุ่งโรจน์ ฝ่ายศิลป์ โรจน์ ภูมี ขนิษฐา สิงหเสนี

ศิลปิน บูรณศิลปิน สุนทร สุรรังสรรค์ สุรชัย ดิลกวิลาศ ไพบูลย์ ลีสุวัฒน์ ศุภชัย ตรีบำรุง ก็เคยเข้าไปร่วมงาน รวมถึง สุรพล สุขถาวร สันทนี วายุโชติ สุวิทย์ มณีนพรัตน์ ขนิษฐา อังกาบสี  เป็นต้น ฯลฯ

ปี 1978 เริ่มมีหุ้นส่วน 9 คนอาทิเช่น คมสันต์ ภิรมย์สุข วันชัย วัฒนสิน เพ็ญพิมพ์ จิตรธร วิรัช โรจนปัญญา ชัชวาล ศรีพาณิชย์ ฯลฯ

คุณไชยวัฒน์ เป็นคนมีความคิดก้าวหน้า คิดเร็วจนทีมงานตามไม่ทัน ไอเดียเค้าดี ขยันมุ่งมั่นคิดแต่แง่ดี แต่ไม่คิดว่าถ้าเสียจะเป็นอย่างไร  

ความคิดของ ไชยวัฒน์ ไม่หยุดนิ่ง มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีการทำแทปลอยด์ภาษาไทย ชื่อ “ใยบัว”  ใยบัว ทำกันมาตั้งแต่ยังมีสำนักงานอยู่ ที่บ้าน ไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ มีผู้รับผิดชอบ “ใยบัว” อยู่ คือ ชัย ราชวัตร กับ กีรติชนา 

 ไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ ทำแมกกาซีนรายเดือน “ชายหนุ่ม” คล้ายๆ เพลย์บอยของไทย มีการถ่ายแบบกันที่ โบนาเวนเจอร์ ฯลฯ แต่ไม่ได้รับการตอบรับเท่าที่ควรจากผู้อ่าน

มีการออกหนังสือฯ เป็นราย 3 วัน

นำการแสดงมาโชว์ เอาภาพยนตร์ไทยมาฉายที่โรงหนังแถบเวสเทอร์นกับถนน 3 ทำ “บังเกอร์” ช่วยสนับสนุนโครงการของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

ไชยวัฒน์ ใจใหญ่เกินตัว กล้าทำงานใหญ่ เช่นจัดงานมหกรรมดนตรี นำศิลปินมาจากเมืองไทย จัดไทยแลนด์เอ็กซ์โป ที่คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ บางครั้งเอาเงินไปใช้ในรายการต่างๆ จนทำให้ทีมงานต้องจับฉลากกันว่างวดนี้ใครจะได้เงินเดือน

 

.............................

ศุภชัย ตรีบำรุง อดีตบรรณาธิการ “เสรีชน” กล่าวถึงหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่าถือเป็นการเกิดขึ้นในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ในยุคของการแสดงความคิดเห็น

ไชยวัฒน์ ภักดิ์นิลรัตน์ อดีตนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ นักเรียนทุน เอเอฟเอส มาเรียนที่สหรัฐ แล้วกลับไปเรียนจบรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ ชัชวาลย์ ศรีพาณิชย์ อุษณีย์ สุมนดิษฐ์ แล้วกลับมาเรียนจบที่แคนซัส สเตท

(สมรสกับ จิตราภรณ์ เป็นพยาบาล มีบุตรชาย 2 คนคือ เสรีชน ภักดิ์นิลรัตน์ และ เสรีชัย ภักดิ์นิลรัตน์)

จากอุดมการณ์ ที่เป็นต้นทุน ทำให้ ไชยวัฒน์ เปิดเสรีชนขึ้นในแอลเอ ซึ่งก่อนนั้นมีหนังสือพิมพ์ไทยอยู่บ้างแล้ว เช่น โพ้นทะเล เอกภาพ แต่ยังไม่ค่อยจริงจัง ในช่วงที่นักคิดนักเขียนทั้งหลายแตกกระสานซ่านเซ็น ไปอยู่ตามที่ต่างๆ จึงได้คนดีมีฝีมือหลายคนมาร่วมทีมงาน

เสรีชน ออกมาเล่มแรก ปีที่ 1 ฉบับที่ 1 ในปี 1975 เป็นหนังสือขนาด 8 คูณ 11 นิ้ว เข้าเล่มสวยงาม มีข้อเขียนของ ดร.พิจิตต รัตกุล ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย และอีกหลายคนที่เด่นๆ ในยุคนั้น ออกมาเล่มเดียวจากนั้นก็เป็นเล่มใหญ่

นักขียนมีหลายคน เช่น โอภาส เครือโสภณ ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย วันชัย วัฒนสินธุ์ หรืออย่าง “แม่จำเนียร” วาณิชย์ จรุงกิจอนันต์, ชัย ราชวัตร ก็เคยมาร่วมงาน

บรรณาธิการช่วงแรกๆ เท่าที่จำได้ โสภณ ลือชา มาโนช คงทอง มารักษาการอยู่นาน บางช่วงไชยวัฒน์ ก็มาเป็น บก.เอง สฤษดิ์ผล ชมไพศาล วันชัย วัฒนสินธุ์ สุรพล สุขถาวร ศุภชัย ตรีบำรุง   สุธิดา วีรติน ฯลฯ

นักเขียนที่เป็นหลักอยู่ก็เหนียวแน่น เช่น โอภาส เครือโสภณ มาโนช คงทอง ตอบปัญหา ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย ดร.กมล สมวิเชียร “นกไกลรัง-บ้านริมคลอง” เคยทำสัปดาห์ละ 3 ฉบับ ได้เป็นปี แต่ก็เหนื่อยเกินไป ต้องลงมาเหลือฉบับเดียว

ในส่วนของ “เสรีชัย” เกิดเพราะไชยวัฒน์ เช่นกัน หลังจากที่ดำเนินธุรกิจหลายอย่างเช่นจัดงานมหกรรมดนตรี นำศิลปินจากเมืองไทย ไปแสดงในรัฐใหญ่ๆ ทั่วอเมริกา (บรรดาศิลปินยุคนั้นหลายคนหลงเหลืออยู่ในอเมริกาจนทุกวันนี้)  เป็นการลงทุนที่สูงมาก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นการสร้างหนี้สิน

ไชยวัฒน์ หวังจะฟื้นตัวด้วยการทำ ไทยแลนด์เอ็กซโป แต่ทำให้ยิ่งเพิ่มหนี้สินเข้าไปอีก เป็นภาระหนักให้ “เสรีชน” จนฟื้นฟูยาก จนถึงช่วงที่ “เสรีชน” เดินต่อไปด้วยความขลุกขลักอยู่ระยะหนึ่ง

แต่การเริ่มต้นใหม่ ยังเกิดขึ้นต้องใช้เวลาแก้ไข

 แต่คนทำงานเสรีชัย ก็รักองค์กร ไมตรี กิ๊ดตรี้ ฝ่ายศิลป์ของ เสรีชน ขณะนั้น ร่วมกันกับเพื่อนๆ เพื่อหาชื่อใหม่

ดาวรุ่ง ลาโฮรี (ตรีบำรุง) ก็เลือกชื่อ “เสรีชัย” โดยให้เหตุผลว่า เพื่อให้เกียรติกับผู้ก่อตั้ง ไมตรีเห็นด้วย ก็เลยออกแบบหัวหนังสือพิมพ์ใหม่ทันที โดยตัด น.หนูออกเปลี่ยนเป็น ย.ยักษ์ และเติมไม้หันอากาศ กลายเป็น “เสรีชัย น้อง เสรีชน”

แม้จะอยู่ในช่วงลำบาก แต่น้องใหม่ “เสรีชัย” ก็ยังมีฐานสมาชิก ฐานทีมข่าวที่เมืองไทย เช่นข่าวที่ส่งมาจาก บุญเลิศ ช้างใหญ่ (คชายุทธเดช) จรัญ พงษ์จีน ถือว่าเป็นหน่วยข่าวที่แน่นมาก

ในปี 1987 สุรชัย ตั้งใจตรง นักธุรกิจหนุ่มยื่นมือเข้ามาช่วย มาเทคโอเวอร์เต็มตัว ยังช่วยจ่ายเงินให้พนักงาน จ่ายค่าพิมพ์ที่ค้างอยู่ มีการชวน “เต็ก แสงอุไรพร” เจ้าของธุรกิจด้านการประกันในลอสแอนเจลิส มาร่วมหุ้น และในปี 1995 บุญญลักษณ์ เจริญกิจการ เข้ามาบริหารทำหน้าที่ผู้จัดการ ดูแลระบบการผลิตและการเงินทั้งหมด

เมื่อเต็ก แสงอุไรพร กลับเมืองไทยถาวร ก็ยังเป็นเจ้าของอยู่อีกหลายปี

จนกระทั่งเมื่อปี 2013 ก็ขายกิจการให้กับ บุญญลักษณ์ เป็นเจ้าของ ต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยมี สมเจตน์ พยัคฤทธิ์ เป็นบรรณาธิการ เมื่อปี 2003

เสรีชัย ย้ายไปอยู่ที่ถนนไวน์ ได้ฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง

ในยุคนี้ มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เช่นมีเครื่องคอมพิวเตอร์ มาทำพาดหัวแทนเลตเตอร์เซ็ท และพิมพ์ข่าวแทนเครื่องพิมพ์ดีด เปลี่ยนวิธีการส่งข่าวจากโทรศัพท์เป็นอีเมล์ หรือแม้แต่วิธีวางรูปเล่มที่เคยใช้เป็นบอร์ดข้างฝา มาเป็นการวางเลย์เอ้าท์ลงบนจอ เลิกทำห้องมืดอัดรูป หรือทำฮาร์ฟโทน เพื่อแปลงรูปให้เป็นสกรีน มีการส่งต้นฉบับไปโรงพิมพ์ผ่านออนไลน์ ทำให้กระบวนการผลิตง่ายขึ้น สามารถลดต้นทุนได้อย่างมาก

40 ปีของ “เสรีชน” สู่ “เสรีชัย” ได้ผ่านสุขทุกข์ร้อนหนาวมาครบทุกรส และจะยังก้าวต่อไป เพื่อรักษาความเป็นผู้เสนอข่าวสู่ชาวไทยในสหรัฐให้คงอยู่

โดยหวังจะนำสิ่งที่เราได้คัดสรรมานำเสนอให้เป็นข้อมูลข้อคิดเห็นที่ให้มีความเป็นธรรม บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่อประชาชนและบ้านเมือง

 

 

 

 

เกี่ยวกับเสรีชัย

Font Size:

เสรีชัย

“เสรีชน” เริ่มก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1975 หรือ พ.ศ.2518 โดย ไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ อดีตผู้นำนักศึกษาจากประเทศไทย จบจากมหาวิทยาลัยแคนซัส เดินทางมาใช้ชีวิตในนครลอสแอนเจลิสพร้อมกับภริยา จิตราภรณ์ เมื่อปี 1974 โดยซื้อบ้านเลขที่ 927 S. Fedora St. Los Angeles Ca 90006 และใช้เป็นสำนักงานหนังสือพิมพ์เสรีชนในระยะเริ่มต้น ฉบับแท็ปลอยด์ ออกวางตลาดเดือนละครั้ง

 

ต่อมาต้นปี 1979 ย้ายไปอยู่ที่ตึกใหม่ของบริษัท Star Tours Inc. หรือ Thai Associate Travel ของคุณสุชาติ คุณสายพิณ วิไลดารกา เลขที่ 1901 W. 8 St. # 109 Los Angeles Ca 90057 และเริ่มเปลี่ยนเป็นฉบับใหญ่
 
หลัง จากเดือนมิถุนายน 1979 คุณไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ ได้เรียกหุ้นขยายงาน เพื่อให้ต้นทุนการผลิตลดลง และมีรายได้พิเศษเพิ่มขึ้น มีโครงการซื้อโรงพิมพ์ Casey’s Screen Graphics, จัดพิมพ์ Thai Yellow Pages, ทำ Tour และ Airport Transportation, ทำ Imports Exports และ Mail Order, นำภาพยนตร์ไทยมาฉายในสหรัฐฯ และวิทยุภาษาไทย โดยแบ่งหุ้นออกเป็น 5,000 หุ้น แบ่งขาย 2499 หุ้น เป็นของตนเอง 2501 หุ้น คุณไชยวัฒน์ถือหุ้น 51% หรือ 2501 หุ้น เป็นเงิน 125,050 เหรียญ และอีก 9 หุ้นส่วน ถือ 49% เป็นเงิน 124,950 เหรียญ รวมเป็น 250,000 เหรียญ

ต่อมา น.ส.พ.เสรีชนได้เปลี่ยนเป็นบริษัท “sereechai Enterprises” มีหุ้นส่วน 9 คน คือ วิวิธ วิจิตรวาทการ, โอภาส เครือโสภณ, ดร.กมล สมวิเชียร, วันชัย วัฒนสินธ์, เพ็ญพิมพ์ จิตรธร, เสรี เริงเกษตรกิจ, ชัยชนะ อิงคะวัต, อโรร่า สัมพันธรักษ์ และ ณรงค์ เฉลยโภชน์

เริ่มออกวางตลาดอาทิตย์ละ 3 วัน กิจการดีขึ้นมีสมาชิกทั่วสหรัฐมากขึ้นจนส่งแทบไม่ทัน หนังสือมาถึงตอนบ่ายก็รีบทำส่งแก่สมาชิก บางวันทำจนถึงเช้ารุ่งขึ้นของอีกวันก็มี จากนั้นไม่นานเปลี่ยนออกสัปดาห์ละ 1 ฉบับ เพื่อให้สะดวกในการส่งให้สมาชิก ช่วงเวลานั้นมีหนังสือพิมพ์ไทยไม่กี่ฉบับ เท่าที่จำได้เป็นปลายๆ ของ น.ส.พ.”โพ้นทะเล” ซึ่งกำลังจะหยุด มีหนังสือ “เพื่อนไทย” ของสมาคมไทยฯ และ น.ส.พ.”เอกภาพ”

ขณะที่น.ส.พ.กำลังไปได้ดี เพราะนักเขียนหลายท่านร่วมใจกัน ตั้งแต่ ชัย ราชวัตร, มาโนชญ์ คงทอง, เชาวน์ บูรณสมบัติ, น.พ.วิบูล วิจิตรวาทการ, ชัยวัฒน์ นันทนาปราโมทย์ (อดีต บ.ก.หนังสือบี.อาร์. และยังมีนักเขียนอีกมากมายหลายท่านที่ไม่สามารถเอ่ยชื่อได้หมด

เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ประมาณเวลาห้าทุ่มเศษๆ ของคืนวันที่ 19 ธันวาคม 1980 ที่เพรส คลับ บนถนนเวอร์มอนท์ ไชยวัฒน์ ภักตร์นิลรัตน์ ถูกลอบยิงขณะที่กำลังไขกุญแจรถเพื่อจะกลับบ้าน มือปืนเข้าไปยืนทางด้านท้ายรถ ก่อนยิงเรียกชื่อ 2 ครั้ง แล้วลั่นกระสุนรัวจากปากกระบอกถึง 7 นัด ทะลุอกเป้าหมายคือขั้วหัวใจ แต่กระสุนผ่านแขนทะลุอกผ่านปอดห่างหัวใจไม่ถึง 2 นิ้ว มือปืนเข้าใจว่าสิ้นใจแล้วจึงรีบหนีไปขึ้นรถ ส่วนคุณไชยวัฒน์ได้รวบรวมกำลังเท่าที่มีอยู่ พยายามคลานกระเสือกกระสนไปจนถึงหน้างานเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งก็เป็นไปตามที่คิด คนที่ช่วยเข้าไปประคองคือคุณนิติ วิริยะ และผู้มางานที่ยืนอยู่บริเวณนั้นช่วยกันพาส่งโรงพยาบาลฮอลลีวูด เพรสไบทีเรียล ถนนเวอร์มอนท์ หมอได้ผ่าตัดกระสุนปืนออก ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณเดือนเศษก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านต่อ
สาเหตุ ที่ถูกลอบยิง จากการทำข่าวของ น.ส.พ.เสรีชน ในยุคนั้น ซึ่งมีคนไทยถูกจับเรื่องพัวพันค้ายาเสพย์ติดกันหลายคน และเสรีชนได้ทำข่าวอย่างตรงไปตรงมา ด้วยความมุ่งมั่นและมีอุดมการณ์ของคุณไชยวัฒน์ และทีมงานกองบรรณาธิการ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยถูกข่มขู่ หากไม่ยอมหยุดทำข่าว “ยาเสพย์ติด” จะเอาปืนมายิงถล่มที่สำนักงานเสรีชน และอีกหลายครั้งจากโทรศัพท์โดยใช้วาจารุนแรง แต่พวกเราทีมงานเสรีชนก็มิได้ตอบโต้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับทำให้เสรีชนมีสมาชิกเพิ่ม ยอดขายและโฆษณามากขึ้น ได้เริ่มขยายงานโดยนำ น.ส.พ.เสรีชนไปวางตามจุดสำคัญต่างๆ ในประเทศไทย อาทิเช่น แผงหนังสือท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สยามสแควร์ รัฐสภาฯลฯ โดยการสนับสนุนของบริษัทการบินไทย ที่อนุญาตให้วางบนเครื่องและนำส่งเสรีชนไปถึงกรุงเทพฯ