Get Adobe Flash player

จะโทษก็ได้ แต่ต้องแก้ให้ได้

Font Size:

บ้านเมือง หรือครอบครัวก็ไม่แตกต่างกัน ปัญหาเก่าผ่านไป ปัญหาใหม่ก็เข้ามาให้แก้ไขไปตลอด ผู้นำครอบครัวหรือผู้นำบ้านเมือง ก็ต้องหาทางแก้ไขให้ลุล่วง จึงจะถือว่าเป็นผู้นำที่มีศักยภาพ

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา มีกลุ่มชาวนาจาก 3 อำเภอคือ อ.เมืองฯ อ.ตะพานหิน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องทุกข์ว่าชาว

า กำลังจะเก็บเกี่ยวข้าว แต่ด้วยราคาข้าวหอมมะลิเกี่ยวสดเหลือเพียงแค่ตันละ 6 พันบาทเศษ เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำมากชาวนาต้องขาดทุนอย่างแน่นอน

โดยขอให้นำความทุกข์ ความเดือดร้อน ของชาวนานำเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้หาแนวทางแก้ไขและช่วยเหลือ

ในส่วนของรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีนักการเมืองรู้เห็นกับโรงสีข้าวร่วมมือกันเพื่อกดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิชาวนา

โดยตั้งข้อสังเกตว่า ตามปกติข้าวหอมมะลิจะออกในเดือนต.ค. 10 เปอร์เซ็นต์ เดือนพ.ย. 80 เปอร์เซ็นต์และในเดือนธ.ค.อีก 10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เมื่อข้าวส่วนใหญ่ยังไม่ออกมา เหตุใดจึงมีข่าวราคาข้าวตกต่ำออกมาก่อน จึงทำให้ดูสอดคล้องว่ามีกระบวนการที่ต้องการทำให้สังคมเกิดความสับสน และพยายามจะทำให้เห็นว่าวันนี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และพยายามทำให้เห็นว่าการแก้อย่างถูกต้องนั้น คือการเอาเงินไปให้ชาวนา

นอกจากนั้น ยังมีการสร้างเพจปลอมเรื่องการขายข้าวซึ่งเรื่องราวทั้งหมดสอดคล้องกันเพื่อให้เห็นว่า ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ทั้งที่หากดูจากข้อเท็จจริงตามที่อ้างกันแล้ว การเอาเงินช่วยชาวนาถ้าแก้ปัญหาได้จริงจะไม่เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่แบบนี้ทุกปี ดังนั้นนายกฯ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหานี้อย่างรอบด้าน

เรามองว่า ในวงการการเมืองทุกยุคทุกสมัย มีกระบวนการที่คอยดิสต์เครดิตรัฐบาลนั้นมีอยู่เสมอ เป็นธรรมดาที่ฝ่ายมีอำนาจ พยายามรักษาอำนาจ ส่วนฝ่ายที่สูญเสียอำนาจ หรือฝ่ายที่ต้องการอำนาจ ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ภาพรวมของรัฐบาลเสียหาย หากนักการเมือง ร่วมมือกับโรงสีข้าว เรื่องเช่นนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้

แต่สิ่งนั้นไม่ใช่ข้อแก้ตัวของรัฐบาล ตรงกันข้ามเมื่อจุดใดมีปัญหา รัฐก็ต้องหาทางแก้ไข ถ้าปัญหาอยู่ที่โรงสี ก็ต้องแก้ที่โรงสี จะต้องไม่ให้มีอิทธิพลจนสามารถมาครอบงำหรือกำหนดระบบเศรษฐกิจตามอำเภอใจได้

 

ขณะที่ข่าวว่านายกรัฐมนตรี เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมวาระพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวช่วงต้นการประชุมว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาข้าวเปลือกตกต่ำโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งเกิดจาก 2 ประเด็น คือ การปรับโครงสร้างการเกษตรที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ครบวงจร และอีกประเด็นคือการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการร่วมมือกันระหว่างนักการเมืองในพื้นที่ร่วมกับโรงสีบางแห่ง โดยกำหนดราคาข้าวให้ต่ำลง หวังให้เกิดประเด็นประชาชนต่อต้านหรือขัดแย้งกับรัฐบาล ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจทั้งระบบ และการประชุมต้องได้ข้อยุติ

และว่าการทำอะไรต้องมีก๊อก 2 ไว้อยู่เสมอ ดังนั้นเราต้องหาวิธีการที่เหมาะสมตามห้วงเวลา พร้อมทั้งขอให้กำหนดมาตรการการช่วยเหลือและดูแลในข้อกฎหมายเพื่อทำให้เกิดความรัดกุม

ซึ่งมาตรการของความช่วยเหลือในเบื้องต้น จะได้ผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องข้าวจะยังเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะยังมีข้าวเก่าที่ค้างอยู่ในสต็อกอยู่หลายล้านตัน ในขณะที่ข้าวใหม่กำลังออกมา

ปัญหาเหล่านี้ จึงท้าทายความสามารถของรัฐบาล