Get Adobe Flash player

อเมริกาภายใต้ ‘โดนัล ทรัมป์’

Font Size:

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ผลปรากฏว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีอันดับที่ 156 ของสหรัฐฯ และอันดับที่ 324 ของโลกจากพรรครีพับลิกัน มีชัยเหนือนางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต อย่างพลิกความคาดหมายแบบหักปากกาเซียน

ทั้งนี้นางฮิลลารี คลินตัน ได้โทรศัพท์ไปแสดงความยินดี และยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ในขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าว

ปฏิญาณต่อพลเมืองว่าตนจะเป็นประธานาธิบดีสำหรับคนอเมริกันทุกคน

ในขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันและคนอเมริกัน ที่นิยมแนวทางอันเข้มข้นและเฉียบขาดของทรัมป์ กำลังฉลองชัย อีกด้านหนึ่งของคนกลุ่มน้อยที่ต่างผิวพรรณและต่างศาสนา ยังแสดงความห่วงใยในอนาคตของตนเองที่อาจถูกปฏิบัติอย่างเหยียดหยาม

การประกาศสร้างกำแพง กั้นเขตแดนที่ติดกับเม็กซิโก การเข้มงวดเกี่ยวกับเข้าเมือง การเสนอให้ห้ามคนมุสลิมเข้าประเทศ การดูแลสุขภาพทหารผ่านศึก ยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพผู้มีรายได้น้อย ความต้องการคงความได้เปรียบของคนอเมริกัน การตั้งกำแพงภาษีกับสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงนโยบายต่างประเทศแบบอเมริกาต้องมาก่อน ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกจับตามองทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ด้วยการสะท้อนความจริงที่ว่า นี่คือ “ความในใจของพลเมือง” หรือสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ของสหรัฐฯ ต้องการให้เป็น

ทรัมป์ เป็นขวัญใจของคนผิวขาว และของกลุ่มเศรษฐี ที่มองว่าพวกเขาถูกเอาเปรียบจากคนยากจน หรือคนต่างด้าว ที่รัฐบาลเอาภาษีของพวกเขาไปดูแลคนเหล่านั้น

ยิ่งเห็นชาวต่างชาติ มีงานทำดี มีบ้านหรู ขับรถราคาแพง ก็ยิ่งเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ว่าสิ่งนั้นควรจะเป็นของชาวอเมริกันอย่างพวกเขา ไม่ใช่ของชาวต่างชาติที่เข้ามากอบโกย

หลายครั้งที่ชาวผิวขาวไม่สามารถอยู่ปะปนกับชนชาติอื่น จนต้องทิ้งเมืองที่เขาเคยอยู่ ไปสร้างชุมชนใหม่ที่สงบ สวยงาม มีแต่ “พวกเขา” แต่ก็ปรากฏว่า คนมีเงินหรือเศรษฐีใหม่ ก็ตามไปซื้อบ้านเรือนเหล่านั้น จนเกิดเป็นความไม่ชอบสะสม ที่ไม่สามารถแสดงออกมาได้

ขณะที่ทรัมป์พูดหาเสียง ในสิ่งที่หลายคนคิดแต่ไม่กล้าแสดงออก จึงเกิดเป็นความรู้สึกสะใจ เหมือนกับบอกให้โลกรู้ว่า ข้าคืออเมริกัน หรือนี่แหละ อเมริกันเวย์

ซึ่งคงจะเป็นไปตามแนวทางของชาวในโลกยุคใหม่ ยุคที่ก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์มือถือ ยุคตัวข้า ของข้า หรือยุคของ “ความสะใจ”

แต่สิ่งที่ไม่อาจมองข้าม ถ้าหากเปรียบประชาคมมนุษย์ กับผืนป่าในธรรมชาติ ที่อยู่ได้ด้วยระบบนิเวศ ทุกสรรพสิ่งล้วนพึ่งพา น้ำในดินต้องพึ่งพาร่มเงาและรากของต้นไม้ สัตว์ใหญ่น้อย แม้กระทั่ง แมลง มด ปลวก แมลง ต่างทำหน้าที่และประโยชน์ยึดโยงในตัวของมัน เหมือนคำที่เด็กเอามาร้องเล่น เช่นว่า ไฟดับเพราะฟืนเปียก ฟืนเปียกเพราะฝนตก ฯลฯ

ในสังคมของประเทศสหรัฐก็เช่นกัน เราไม่อาจมองข้ามพลเมืองที่ถูกมองว่านอกสายตา ยกตัวอย่างชาวแม็กซิกัน ที่ทรัมป์ต้องการสร้างกำแพงไม่ให้พวกเขาเข้ามา หากมองในมุมที่กลับกัน พวกเขาคือ “มดงาน” ที่สร้างประเทศ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นฐาน เช่นยอมทำงานหนัก ค่าตอบแทนน้อยในสิ่งที่คนอเมริกันไม่ทำ เช่าอพาร์เมนท์ที่ทรุดโทรม ซื้อกับข้าว จับจ่ายอย่างไม่ยั้งมือ

ขาดพวกเขา หลายเมืองอาจต้องล้มละลาย

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่อเมริกันชน ต้องการกำหนดอนาคต ต้องการความเปลี่ยนแปลง ก็ต้องเปลี่ยน ก็ดี โลกจะได้พิสูจน์ความเป็นมหาอำนาจ พิสูจน์  “อเมริกันเวย์” ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร.