Get Adobe Flash player

ความสำคัญด้านต่างประเทศ

Font Size:

เมื่อวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงนโยบายต่างประเทศของไทย หลังนายโดนัล ทรัมป์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐว่า

นโยบายต่างประเทศของไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่ามีความสมดุล และมีการยอมรับ ไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลง แต่เราต้องคอยติดตามดูพัฒนาการในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคม

ส่วนเรื่องการตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) นั้น ตนมองว่าแต่ละเรื่องราวที่มีการสร้างขึ้นมา หรือร่วมกันคิดโดยกลุ่มประเทศ ย่อมมีความดีอยู่ในตัว อยู่ที่จะดีมากหรือดีน้อย ซึ่งแม้เราไม่ได้อยู่ในนั้นเราก็ศึกษา โดยเราต้องติดตามนโยบายของผู้นำคนใหม่สหรัฐฯว่าจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าใครก็ตามที่มาดูแลบ้านเมืองที่มีขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง และแข็งแรงขนาดนั้น คงจะเห็นว่าจะต้องดูแลกันอย่างไรเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ

จากคำกล่าวเพียงไม่กี่ประโยค ทำให้เราได้เห็นภาพรวม และทิศทางที่ชัดเจนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างมืออาชีพ ที่พร้อมจะเผชิญทุกแรงกดดันทุกรูปแบบจากมหาอำนาจอย่างมีศักดิ์ศรี

สำหรับประเทศเล็กอย่างไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามักจะโอนอ่อนผ่อนตามมหาอำนาจ ที่แข่งขันกันเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยและภูมิภาคของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยอ้างการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ ฯลฯ แต่แท้ที่จริงคือการเข้ามามีอิทธิพล เพื่อครอบงำและแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและข้อได้เปรียบอื่นๆ

ประเทศไทย ในอดีตเราเคยถูกแย่งชิงดินแดนส่วนต่างๆ ไปทีละส่วน แต่เราไม่อาจปริปาก เคยต้องเซ็นสัญญาระหว่างประเทศที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เคยถูก “ขุดสินแร่” ไปจนหมดประเทศ เคยถูกยื่นคำขาดขอเดินทัพผ่านประเทศ จากผู้ที่มีกำลังเหนือกว่า รวมทั้งเคยถูกเลือกให้เป็นฐานทัพ เพื่อให้ต่างชาติมาถล่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเราก็ต้องยินยอม ทั้งยังถูกบังคับให้เลือกข้างโดยปฏิเสธไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ยังคาใจคนไทยมาโดยตลอด

แต่ในยุคปัจจุบัน เราได้เห็นความเจนจัดบนเวทีโลก รัฐบาลเห็นความสำคัญของเวทีนานาชาติ มีการใช้มืออาชีพมาทำหน้าที่ ดังเช่นนายดอน ปรมัตถ์วินัย ผู้เคยใช้ภาษาการทูต “สอนมวย” นักการทูตจากประเทศมหาอำนาจมาแล้ว

จากนักเรียนทุน ก.พ. ศิษย์เก่า ยูซีแอลเอ ได้ปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขารัฐศาสตร์และปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปริญญาโทอีกใบสาขาเดียวกันจาก มหาวิทยาลัยทัฟท์ส์  

เข้ารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหนึ่งในคณะของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ในการเยือนปักกิ่ง เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน

เป็นเลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบอนน์ เยอรมนี อัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป

ในปี 2550 เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ปีเดียวกันได้รับรางวัลครุฑทองคำ จากสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ที่มอบให้สำหรับข้าราชการพลเรือนที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

ในปี 2552 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา

ปี 2557 เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และปี 2558เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

จากลูกหม้อของกระทรวงบัวแก้ว ผู้มีประสบการณ์สำคัญในเวทีนานาชาติ จึงเหมาะสมยิ่ง ที่มาทำหน้าที่เพื่อให้เกิดอำนาจต่อรองของประเทศ และก็หวังว่า ในยุคของการเลือกตั้ง รัฐบาลในอนาคต ก็น่าจะให้ความสำคัญ โดยเลือกมืออาชีพ มานั่งกระทรวงนี้ เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศไทย.

 

ตามหลักการ การกำหนดนโยบายต่างประเทศ รัฐจะดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งมีรูปแบบได้แก่ นโยบายสมเหตุสมผล การใช้ทางเลือกต่างๆ เมื่อถูกกดดันจากต่างประเทศ อาจด้วยการปฏิเสธข้อกกดดัน และตอบโต้ทันที ยอมตามข้อกดดัน เจรจาถ่วงเวลา หรือขอให้มหาอำนาจอื่นเข้าแทรกแซง

นโยบายโดยผู้นำ หรือคนกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่คนเป็นผู้กำหนดนโยบาย นโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป ปรับตัวตามสถานการณ์ ผ่อนคลายความตึงเครียดและโอนอ่อนด้วยการถ่วงดุลอำนาจ การมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ นโยบายโดยระบบราชการฯลฯ

สำหรับประเทศไทย การปกป้องและเชิดชูสถาบันกษัตริย์ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศ การก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง การมีบทบาทในประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ สถาบันฯ

การกระชับความสัมพันธ์กับต่างประเทศ และส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีระหว่างประเทศ การต่อยอดความร่วมมือกับประเทศยุทธศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความมั่นคง ในภูมิภาคและในระดับโลก

การให้ความคุ้มครองและดูแลคนไทย ในต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่ถูกหลอกเป็นผู้เสียหายในขบวนการต่างๆ

การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียน กับประเทศคู่เจรจา และบทบาทการเป็นประเทศ ผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียนจีน

การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ การดำเนินการเชิงรุกในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย สร้างความเชื่อมั่นส่งเสริมการค้าการลงทุน กับต่างประเทศ