Get Adobe Flash player

คนดีเข้าสภาฯ คิดได้ ทำยาก

Font Size:

ได้มีการเปิดเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น ต่อแนวทางการดำเนินการตามโครงการ “สร้างคนดี มองการณ์ไกล ไทยรุ่งเรือง” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ที่ห้องประชุมอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เป็นแนวคิดเพื่อเผยแพร่สู่สาธารณะ โดยมีเป้าหมาย คัดกรองคนดีเข้าสู่วงการเลือกตั้ง รณรงค์ให้นโยบายของชาติมาจากประชาชน

ทั้งนี้เหตุที่มีโครงการฯ เพราะที่ผ่านมา ประชาชนไม่ได้สิ่งที่ต้องการ นักการเมืองไม่ได้สานต่อนโยบายจากรัฐบาลก่อน และมีความขัดแย้งขึ้นในสังคม

นายประสาร มฤคพิทักษ์ มองว่า เรื่องการเฟ้นหาคนดีเข้าสภา เป็นโจทย์ที่ยาก เพราะคนดีที่เข้ามาบริหารประเทศอาจจะเกิดคิดชั่วก็เป็นได้ เราต้องพยายามทำ เพื่อเพิ่มคนดีเข้ามาในสภา โดยยึดโยงกับประชาชน

นายสุริยันต์ ทองหนูเอียด เห็นว่า คนดีส่วนใหญ่ไม่อยากเข้ามามีส่วนร่วมในรัฐสภา เพราะว่าจะโดนคนที่ไม่ดีรุมกลั่นแกล้ง ทำให้คนดีไม่มีที่ยืน เป็นการทำลายการเป็นคนดีไปในตัว เราต้องปราบปราบเรื่องการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ถ้ามองการณ์ไกลในปีหน้าจะมีการเลือกตั้งแน่นอน ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งอาจจะได้นักการเมืองชุดเก่าและใหม่เข้ามา ซึ่งจะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้สามารถทำงานร่วมกันได้ ในการแชร์อำนาจประชาชนจะมีส่วนมากน้อยแค่ไหน ประชาชนต้องส่วนร่วมอย่างจริงจัง จะมีวิธีกดดันได้มากเพียงใด การติดตามเชิงนโยบายอาจจะตามได้อย่างไม่เต็มที่ ซึ่งถ้าประชาชนมีอำนาจในการเสนอนโยบายต่างๆ ทำอย่างไรให้พรรคการเมืองไม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ประชาชนร้องขอ

น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว. เห็นว่า สังคมไทยยังเป็นสังคมระบบอุปถัมภ์ การเมืองภาคตัวแทนยังมีความล้มเหลว ถ้าส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ความขัดแย้งก็จะน้อยลง กลุ่มทุนบางตระกูลผูกขาดน้อยลง การจะสร้างคนดีจะทำยังไงให้คนดีเหล่านี้ยืนหยัดอยู่ได้ ต้องไม่ให้คนดีที่เข้าไปในสภาถูกซื้อโดยกลุ่มทุนหรือนักการเมืองที่ไม่ดี

นายเมธา มาสขาว ตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนเรียกร้องนโยบายหลักของชาติบ้านเมืองตามความต้องการ ถ้าประชาชนออกมาช่วยแนวทางนโยบาย พรรคการเมืองก็ไม่ต้องออกมาคัดค้านใคร เพราะเป็นนโยบายของประชาชนโดยตรง เป็นผลดีให้ประชาชนไม่ทะเลาะกัน

เรา.... มองประเด็นนี้ว่า ในภาคทฤษฎี ความต้องการของนักวิชาการในการที่จะได้นักการเมืองในอุดมคติถือว่ามีมาตลอด กำหนดว่าต้องเป็นอย่างนั้น ประชาชนต้องให้เป็นอย่างนี้ แต่ในทางปฏิบัติ หรือในทางความเป็นจริงไม่สามารถทำได้ตามที่วาดฝัน เพราะนักการเมืองแต่ละท้องถิ่นมีความเป็นมาแตกต่างกัน ผู้มีอิทธิพลในแต่ละท้องถิ่นคือผู้มีโอกาสอย่างมากที่จะได้เข้าสภา

แต่คำว่าผู้มีอิทธิพลไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นนักเลง หรือผู้ที่ทำให้เกิดความหวาดกลัวเสมอไป อาจจะมีอิทธิพลทางความคิด อิทธิพลจากการช่วยเหลือจนได้รับการยอมรับ รวมทั้งอิทธิพลทางความดีที่สะสมมาในพื้นที่ ฯลฯ

แต่ในขณะเดียวกัน อิทธิพลจากการหาเสียง จากการโฆษณาชวนเชื่อ อิทธิพลจากการใช้เงิน หรืออิทธิพลจากการใช้อำนาจเช่นการชิงเอางบประมาณจากพื้นที่อื่นมาสู่พื้นที่ของตน รวมทั้งอิทธิพลจากประชานิยม การซื้อสิทธิ์ขายเสียง การตั้งเครือข่ายในระบบอุปถัมภ์ ฯลฯ ก็มีส่วนสำคัญ ที่จะให้นักการเมืองเหล่านั้นเข้าสภา

บางคนดำเนินชีวิตสองด้าน หน้าฉากอย่างหนึ่ง แต่หลังฉากอีกอย่างหนึ่ง บางคนเชื่อว่าการเมืองคือการลงทุน และเก็บเกี่ยวกำไรเมื่อได้เข้าไปทำหน้าที่แล้วแสวงหาผลประโยชน์ในสภา

การจะมองว่านักการเมืองคนไหน ดีหรือไม่ ยากที่จะสรุปได้ พื้นเพภูมิหลังอาจจะต่างกัน จึงต้องพิสูจน์จากการทำงานในสภา ที่อยู่ภายใต้ระบบตรวจสอบที่เข้มแข็งและเป็นธรรม เราเชื่อว่ากฏหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติเท่านั้น ที่จะแยกคนทำดี กับคนทุจริต ให้ออกจากกันอย่างชัดเจน.