Get Adobe Flash player

เมื่อภรรยาฆ่าสามีที่ทำร้าย

Font Size:

วันที่ 19 ธันวาคม 2559 ศาลจังหวัดมีนบุรี ตัดสินประหารชีวิต พญ.นิธิวดี หรือ “หมอนิ่ม” ภู่เจริญยศ อายุ 40 ปี อดีตภรรยาของนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย และจำเลยอีกจำนวนหนึ่ง ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

หลังจากการตัดสิน ไม่มีใครแสดงความเห็นในเรื่องนี้ เพราะภายใต้กฏหมายไทย ระบุโทษเกี่ยวกับการ “หมิ่นศาล” ไว้ชัดเจน เพราะฉะนั้น จึงถือว่าจบกระบวนการของศาลชั้นต้น เหลือการต่อสู้อีก 2 ศาลคือศาลอุทธ และศาลฎีกา ซึ่งเป็นการตัดสินชี้ขาด

สาเหตุของคดีนี้เกิดจากการใช้ความรุนแรงในครอบครัว เกิดจากสามีที่อารมณ์ร้อน เมื่อโกรธก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ รวมทั้งมีประวัติการใช้ยาเสพย์ติด มักทำร้ายภรรยา ทั้งตบตี และใช้ปืนจี้ศีรษะ

ตัวอย่างเช่น 13 กรกฎาคม 2556 จักรกฤษณ์ (ผู้ตาย) ถูกตำรวจจับกุมตัว พร้อมตั้ง 4 ข้อหา ทั้งพยายามฆ่าภรรยา ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ฯลฯ และกระทำความรุนแรงในครอบครัว ศาลไม่ให้ประกันตัว ผู้ตายร่ำไห้ อ้างอยากไปงานวันเกิดลูกสาว

19 สิงหาคม 2556 ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัว จักรกฤษณ์ ชั่วคราว

4 กันยายน 2556 จักรกฤษณ์ แจ้งความ ภรรยาลักทรัพย์สิน 60 ล้าน

19 กันยายน 2556 จักรกฤษณ์ ได้มอบดอกไม้ง้อพร้อมกับขอโทษ หมอนิ่ม โดยมีนางปวีณา หงสกุล รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย

แน่นอนเป็นการปกป้องตัวเองที่ไม่ถูกต้อง โดยการฆ่าสามีด้วยการไตร่ตรองไว้กอน ย่อมได้รับโทษหนัก การถูกตัดสินประหาร จึงถือว่าสาสมต่อการกระทำ

ในประเด็นเดียวกัน ถ้าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นที่อเมริกา

การที่สามีตบตี เอาปืนจี้หัวภรรยา เป็นความผิดร้ายแรงมาก ภรรยาจะได้รับคุ้มครองตามกฎหมายด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

จากคดีตัวอย่างต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสหรัฐ หลายคดี สามีที่เคยทำร้ายภรรยา ที่ออกมายอมรับผิด ร้องไห้คร่ำครวญว่าจะไม่ทำอีก ที่สุดแล้วเมื่อโกรธก็ลงมือทำร้ายภรรยา และอาจหนักกว่าเดิม

ในบ้านเมืองของเรา มักจะเห็นการทำร้ายภรรยาเป็นเรื่องปกติ ตามบ้านข้างเคียง ตามถนนหนทาง ผู้คนมักละเลย “ปล่อยให้เป็นเรื่องผัวเมีย” การตบตีภรรยา สังคมมองว่าเป็นการตบสั่งสอน เพราะผู้หญิงเป็นแค่ช้างเท้าหลัง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่เท่ากัน ขณะที่ “กลุ่มสิทธิสตรี” ไม่เข้มแข็งพอ ปล่อยให้ผู้ชายเป็นผู้เขียนกฎหมาย

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าไปได้ เพราะมองว่าหญิง เป็นเพศสกปรก เพราะมีเลือดประจำเดือนฯ ต้องคลอดลูก ฯลฯ

น้อยนัก ที่จะมองว่าเพศแม่นั้น เป็นเพศที่เสียสละอย่างสูง ต้องอุ้มท้องถึง 9 เดือน คลอดออกมาแล้วร่างกายที่เคยสวยก็เสียหายไปตลอดชีวิต หน้าอกเสียหายหนักสุด ท้องที่ขยายและยุบตัวลงมาก็แตกเป็นลาย “เรื่องหญิงท้องลาย” กลายเป็นโจ๊กที่ตลกสิ้นดี ถูกล้อเลียนในวงเหล้า หรือในกลุ่มคณะตลกในคาเฟ่

ในอเมริกา การตัดสินคดีไม่ได้มีแต่ผู้พิพากษาที่ตัดสินตามตัวบท แต่จะมีคณะลูกขุน ที่สุ่มเลือกจากชาวบ้านทั่วไป ให้มีส่วนในการเข้าไปพิจารณา เพราะความผิดต่อตัวบทกฎหมาย ยังมีความรู้สึกของชาวบ้าน ที่มีมุมมองของเหตุของผล หรือคุณธรรมประกอบไปด้วย

กับสิ่งที่เรียกว่า “ใจเขา-ใจเรา” ถ้ากรณีผู้ถูกทุบตีเป็นตัวเรา เป็นลูกสาวเรา จะต้องทำอย่างไร ที่จะปกป้องตัวเองให้ได้ ในเมื่อกฎหมายก็ไม่ช่วย รัฐมนตรี (ประธานมูลนิธิ) ก็ไม่ได้ช่วย ทั้งยังไม่มีใครให้ทางออก

ซึ่งมีตัวอย่างที่สามีตามมาเอาน้ำมันราด จุดไฟเผาอดีตภรรยา ตายก็ไม่ตายแต่มีสภาพที่น่าเวทนาไปตลอดชีวิต หรือตามมาง้อ พอไม่สมใจก็ฆ่าจนตายทั้งที่เลิกกันไปแล้ว

น่าสงสารผู้หญิงเหล่านั้น ในความเป็นมนุษย์ หรือสัตว์ ย่อมมีสัญชาตญาณของการปกป้องตัวเอง

คณะลูกขุนในอเมริกา คือความอ่อนโยนของการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ ที่ยังมีเหตุ-ผลและความเมตตา เข้ามาเป็นตัวชี้ขาดด้วย.