Get Adobe Flash player

โร้ดแมพและการเลือกตั้ง

Font Size:

ไม่เหนือความคาดหมาย เมื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ออกมาระบุว่า “อาจจะมีการเลือกตั้งกลางปี 2561” โดยอ้างว่า สนช.มีภารกิจต้องพิจารณากฎหมายจำนวนมาก จึงไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ทันภายในปลายปี 2560 ช่วงเวลาที่สามารถจัดเลือกตั้งได้น่าจะอยู่ประมาณเดือน มีนาคม-เมษายนปี 2561 ซึ่งไม่ถือว่า เป็นการเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้ง แต่ทุกอย่างยังเป็นไปตามกรอบเวลา และกติกาที่กำหนดไว้ในเรื่องการเขียนกฎหมายลูก

ดังนั้นถือว่า เวลาการเลือกตั้งยังอยู่ในโรดแม็ป ยืนยันว่า ถึงอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน ในมุมมองของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า แนวคิดผู้ร่างอยากใช้เวลาเต็มเหยียด 240 วัน ทำนายว่าจะดึงเวลาอยู่ยาวอยู่นาน จึงควรบอกเหตุผลที่ต้องการอยู่ยาว คืนระบอบประชาธิปไตยล่าช้าเพราะอะไร และว่า กฎหมายของ สนช.ที่ผ่านมา เป็นไปตามนโยบายผู้มีอำนาจแทบทั้งสิ้น แต่ละฉบับไม่ค่อยมีคนยกมือค้าน จะอ้างความล่าช้าได้อย่างไร กฎหมายลูกถ้าผู้มีอำนาจใหญ่กว่าไม่สั่ง คงไม่กล้าแก้หลักการที่ กรธ.เขียนมาแน่ ในอดีตมีข้อครหาว่าสภาลักหลับตอนกลางคืน แต่ยุคนี้ในสภาลักหลับกันตอนกลางวันแสกๆ อย่างเรื่อง พ.ร.บ.สงฆ์ ลักหลับตอนพระฉันเพลอยู่เลย

นายนรชิต สิงหเสนี กรธ. อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้เหตุผลที่ดูเหมือนไม่ใช่เหตุผลว่า สามารถอธิบายให้ต่างชาติรับฟังได้ ซึ่งที่ผ่านมาการเลื่อนโร้ดแม็พเลือกตั้งเคยเกิดขึ้นมาแล้ว หากคสช. และรัฐบาลสามารถตอบคำถามต่อการเลื่อนการเลือกตั้งและชี้แจงต่างชาติที่จับตาจะเข้าใจ แต่หากต่างชาติไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยถือเป็นเรื่องของต่างชาติ เพราะการจัดการเลือกตั้งของไทยเป็นเรื่องภายในประเทศ

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าหาก คสช.ตัดสินใจเลื่อนโร้ดแม็พเลือกตั้ง ในปี 2560 ออกไปจากเดิมจะถูกต่างชาติที่จับตาตามคำสัญญา ตามที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวไว้ในเวทีประชาคมโลก เพราะประชาคมโลกให้ความเชื่อถือกับคำพูดดังกล่าว และคอยจับตาทิศทางว่า นายกฯ จะสืบทอดอำนาจหรือไม่ จะสร้างความปรองดองและสมานฉันท์เพื่อลดความขัดแย้งในสังคมไทยได้จริงหรือไม่ กระบวนการยุติธรรมในไทยมีความเป็นธรรมเท่าเทียมหรือไม่ และรัฐบาลเคารพสิทธิและเสรีภาพการแสดงออกในบ้านเมืองหรือไม่ ดังนั้นขอให้พล.อ.ประยุทธ์ รักษาคำพูดของผู้นำด้วย

จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เรามองว่า เป็นการกระทำที่ผิดจากโร้ดแมพ ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ คสช.เอง ระบุไว้ตั้งแต่ต้น ลักษณะเลื่อนแล้วเลื่อนอีก เหมือนลูกค้าใช้หนี้ธนาคารช้ากว่ากำหนด เหมือนบริษัทรับเหมา ที่ไม่ทำงานให้เสร็จตามสัญญา จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ

ส่วนประชาชนจะรู้สึกอย่างไร ตอบได้เลยว่าฝ่ายที่สนับสนุน คสช.คงชอบใจ เพราะแทบไม่อยากให้มีการเลือกตั้งเลยด้วยซ้ำ แต่ในการเป็นประเทศ รัฐจะต้องฟังเสียงประชาชนทุกฝ่าย ที่สำคัญ ประเทศยุคใหม่ ไม่ควรปกครองในระบอบทหารให้ยาวนาน เพราะประเทศไม่ได้อยู่ได้ด้วยความสงบหรือ “ความมั่นคง” อย่างเดียว ไม่ได้อยู่ได้ด้วยข้อห้ามหรือการปราบปรามประชาชน แต่อยู่ด้วยเศรษฐกิจและอื่นๆ รวมทั้งความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน หลายส่วนที่ไทยไม่ได้รับความร่วมมือจากต่างชาติ จนเกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบที่รัฐบาลไม่ได้บอกประชาชน

สิ่งสำคัญ เพราะไทยเลือกที่อยู่ฝ่ายโลกเสรี ก็ต้องเคารพกติกาของโลกเสรี ซึ่งการเลือกตั้งถือเป็นเรื่องหลัก เพราะฉะนั้น ยิ่งเลื่อนเลือกตั้งออกไปนานเท่าใด ยิ่งพยายามรักษาอำนาจของรัฐบาลคสช.ให้นานออกไป ก็จะไม่ใช่วิธีที่จะได้รับการยอมรับในเวทีโลก

จึงควรเร่งงานที่ค้างต่างๆ ให้ทันตามเวลาที่กำหนด