Get Adobe Flash player

การเลือกตั้งในสมาคมไทย

Font Size:

พ.อ.วันชนะ สวัสดี “ผู้พันเบิร์ด” ผู้รับบทพระเอกในภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร เคยกล่าวว่า ทันทีที่ทราบว่าได้รับเลือกให้แสดงในบทพระนเรศวรฯ แว๊ปแรกต้องบอกว่าดีใจ แต่ก็ดีใจเพียงแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ดีใจน้อยมากแค่ช่วงรู้สึกว่าดีใจ แต่หลังจากนั้นมันตามมาด้วยความหนักใจ กังวลใจมากกว่า

เพราะภาระในการรับบทบาทที่สำคัญในประวัติศาสตร์ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ เป็นเรื่องที่ยากลำบากเกินกว่าความดีใจในเบื้องต้น

ย้อนมาดูเรื่องราวข่าวสารของชุมชนไทยในนครลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2560 มีการเลือกตั้งนายกสมาคมไทย แทนนายสุรสิทธิ์ หักฤทธิ์ศึก นายกสมาคมคนเดิม ซื่งหมดวาระลง

รายการนี้มีผู้สมัคร 2 ทีม ได้แก่หมายเลข 1 ทีมของนางจีน่า ปรีชา และหมายเลข 2 ทีมของ น.ส. วลัยพรรณ เกษทอง ผู้สมัครทั้งสองหมายเลข มีอายุเท่ากันคือ 45 ปี

ก่อนหน้านั้น เคยสอบถามคนในสังคมว่าสนใจจะเลือกใครเพราะเหตุใด ซึ่งนอกเหนือจากกลุ่มผู้สนับสนุน ทีมใดทีมหนึ่งอยู่แล้ว คนอีกส่วนหนึ่งมองว่านี่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ “ใครก็ได้” ในสองทีมนี้ เพราะจากการดูประวัติความเป็นมาของแต่ละทีม ล้วนมีความเหมาะสม สามารถทำงานช่วยสังคมไทยได้อย่างดีทั้งสิ้น

ส่วนการตัดสินใจจะเลือกใคร และผลที่ออกมาเช่นนี้ก็เพียงสาเหตุเดียว เป็นเหตุผลที่ค่อนข้างคล้ายๆ กันคือ ให้คนที่เข้ามาช่วยสังคมก่อน ได้รับมอบหมายให้ทำงานก่อน และให้โอกาสต่อไปสำหรับอีกทีมขอให้รอเวลา ซึ่งก็หมายความว่าสังคมยังให้การต้อนรับผู้ที่มีจิตอาสาเสมอ

ขณะเดียวกันไม่อยากให้ทีมที่ชนะเสียเวลากับการแสดงความดีใจ หรือฉลองชัย หรือไม่อยากให้อีกทีมรู้สึกผิดหวังหรือเสียใจ

ขอให้รับรู้ว่า ชุมชนไทยรู้สึกขอบคุณทั้งสองทีม ที่อาสาเข้ามาทำงาน

เปรียบเทียบการประกวดร้องเพลงผ่านสถานีโทรทัศน์รายการหนึ่ง มีเด็กจากภูมิภาคต่างๆ ที่มีความใฝ่ฝันและเดินตามฝันที่จะเป็นนักร้อง แต่พอถึงตอนสุดท้าย ที่กรรมการจะต้องเลือกจากสองคนซึ่งมีความสามารถสูสีกันมาก ให้เหลือคนเดียว กรรมการก็มักจะบอกว่า เมื่อมีที่นั่งอยู่เพียงที่เดียว ก็จำเป็นที่ต้องตัดคนหนึ่งออกไป แต่นั่นหมายความว่าก็จะสามารถกลับมาใหม่ได้ ในเวลาที่เหมาะสม หากยังมีเลือดนักสู้ผู้ไม่ท้อถอย

สำหรับทีมที่ประสบชัยชนะ อย่างที่ผู้พันเบิร์ดกล่าว คือดีใจในช่วงสั้นๆ เพราะช่วงเวลาต่อไปคือช่วงของการทำงานให้เข้าตาประชาชน อย่ายึดติดหมายเลข อย่าคิดเพียงว่าคนเลือกเราคือพวกเรา อย่าผลักมิตรออกไป เพราะที่สำคัญกว่านั้นคือความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างไม่ตกหล่นในอนาคต

สมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้ หากดูแค่ชื่อ คือสมาคมที่ครอบคลุมไปแทบจะเรียกว่าครึ่งหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย ครอบคลุมพื้นที่เท่ากับครึ่งประเทศไทย และเป็นสมาคมแม่ ที่สมาคมอื่นๆ เหมือนอยู่ภายใต้ร่มของสมาคมไทย

แต่ในความเป็นจริง สมาคมไทยในยุคหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นสมาคมเล็กๆ มีบุคลากรทำงานน้อย ไม่ค่อยมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน

บางสมัยสมาคมไทยถูกเย้ยว่า ทำเป็นแต่ “จัดงานบอลล์” แต่บางสมัยก็ถูกเย้ยหนักกว่า ว่าแค่งานบอลล์ ก็ยังจัดไม่ได้

 ถ้าหากเทียบกับสมาคมอื่นๆ จะเห็นว่ามีศักยภาพน้อยกว่าหลายสมาคม  หลายครั้งเมื่อสังคมต้องการ ก็ไม่สามารถรับภาระในการทำงานใหญ่เป็นแม่งานหลักของชุมชนได้ การฟื้นฟูจึงเป็นโจทย์ยาก เพื่อให้กลับมาเป็นกำลังหลักของชุมชน

สังคมไทย มีคนอยู่หลายรุ่น คือรุ่นที่อย่างไรก็เป็นไทยแท้ รุ่นเบบี้บูม รุ่นกลางที่เดินทางมาขุดทองทำงานในภาคส่วนต่างๆ และคนรุ่นใหม่ ที่ล้วนมีความแตกต่าง คนรุ่นเก่าก็อยู่แต่ในชุมชน คนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งมีความพยายามจะรวมตัวกัน อีกส่วนดูถูกชาติพันธุ์เดียวกัน ก็มองว่าคนไทยล้าหลัง ไม่สนใจจะเข้ามา หรือไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไทยด้วยซ้ำ

หลายเรื่องราว ยังเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ที่จะต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า “ศรัทธา” ให้เกิดก่อน ซึ่งเมื่อชุมชนศรัทธา ความร่วมมือก็จะตามมาแน่นอน

เรายินดีให้ความร่วมมือ ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้อาสาเข้ามาช่วยชุมชนทุกคน.