Get Adobe Flash player

บ้านเมืองมีกฎหมาย

Font Size:

ประเทศเรามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน เริ่มต้นจากชนเผ่า มาสร้างบ้านแปงเมือง ผสมผสานเผ่าพันธุ์ตามกระบวนการทางสังคมแต่ละยุคสมัย จนเติบโตเป็นอาณาจักรต่างๆ ที่รุ่งเรืองและตกต่ำไปตามกาลเวลา เป็นทวารวดี ศรีวิชัย ฯลฯ จนมาถึงสุโขทัย อยุธยา  และปัจจุบันมาเป็นประเทศในแบบของสากล ที่มีการกำหนดอาณาเขตแน่นอน

มีการกำหนดกติกาของการอยู่ร่วมกัน จนมีการตราเป็นกฎหมาย บังคับใช้ให้ผู้คนต้องอยู่ในกรอบกติกานั้น

ในยุคที่คนไทย ส่งลูกหลานไปศึกษาเล่าเรียนในประเทศตะวันตก กลับมาก็เริ่มมีข้อเปรียบเทียบ เริ่มเห็นว่าวิถีของตะวันตกนั้น น่าจะเป็นระบอบที่ดีกว่าบ้านเรา ก็มีการรวมตัวกันเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นแบบที่เรียกว่าประชาธิปไตย ซึ่งก็อยู่ในสภาพที่ล้มลุกคลุกคลานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะการยึดอำนาจจากกองทัพ ที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ

ในความเห็นต่างกัน ของคนในชาติ น่าจะเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย บางกลุ่มถึงขั้นที่ออกมาต่อสู้กับอำนาจรัฐ และยอมที่จะเอาตัวเข้าแลก เพื่อให้สังคม ช่วยกันแสวงหาความถูกต้อง

เช่นในกรณี นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่โพสต์เฟซบุ๊ค ภายหลังครบอายุเกณฑ์ทหารครั้งแรกในปีนี้ โดยยืนยันว่าไม่มีวันเกณฑ์ทหารเด็ดขาด

ในข้อความระบุว่า “ผมประกาศตัวเองว่าเป็น “ผู้ต่อต้านการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรม” ผมเข้าใจว่าหลายๆ คนอาจจะงงว่าสิ่งที่ผมกำลังต่อสู้แบบนี้ เป็นลักษณะอย่างไร

ปีนี้ผมเลือกที่จะผ่อนผัน แต่ผมตัดสินใจมั่นว่าผมจะต่อสู้ และผมจะไม่สังฆกรรมในการเกณฑ์ทหารใดๆ ผมไม่เห็นด้วยกับการรักชาติในรูปแบบนี้ ทำไมผมไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ ทำไมนักร้อง นักแสดง หรือทุกๆคนไม่อาจจะรักชาติในรูปแบบอื่น... ใครเป็นคนกำหนดว่าอย่างไหนคือการ “รักชาติ” เรารักชาติโดยไม่ต้องฆ่า ไม่ต้องถืออาวุธ ไม่ต้องถูกล้างสมองให้เหมือนกันได้ไหม ประเทศที่เดินตามทางทหารเดียวๆทุกวันนี้ การรักชาติทหารนิยามกลุ่มเดียวใช่ไหม

นี่ไม่ใช่ประเทศที่ผมต้องการ ผมเห็นแล้วว่า 3 ปีมานี้กับแนวคิดบ้าบออ้างรักชาตินี้ เราสูญเสียโอกาสไปขนาดไหน ผมขอต่อสู้เพื่อสิทธิของผม และสิทธิแห่งอนาคตของประเทศนี้

ผมขอย้ำอีกทีด้วยว่า ผมขอผ่อนผัน ผมกำลังยุ่งวุ่นรับใช้ชาติในแบบของผมอยู่ครับ”

เรามองว่า การต่อสู้ของนายเนติวิทย์ นั้นทำได้อย่างแน่นอน ในกระบวนการผ่อนผันเองก็มีหลายวิธี ที่จะไม่ต้องไปเกณฑ์ทหาร รวมถึงการใช้ช่องว่าของกฎหมาย เพื่อไม่ให้ถูกเกณฑ์ ในแบบของแต่ละคน

และเราก็เชื่อว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร หรือแม้แต่ระบอบการปกครอง หรือวัฒนธรรมของประเทศตนเอง

แต่กฎหมายก็อย่างหนึ่ง การเมืองการปกครอง ก็อีกอย่างหนึ่ง

บ้านเมืองมีกฎหมาย เช่นเดียวกับทุกชาติที่มีกติกาเป็นของตัวเอง ที่คนในชาติ “แม้ไม่ชอบ” ก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่จะหลีกเลี่ยง

ในอเมริกา เคยมีคดีของอดีตนักมวย “แคสเซียส มาเซลลัส เคลย์” ที่ปฏิเสธการเป็นทหาร โดยแลกกับการถูกดำเนินคดี และยอมที่จะถูกศาลตัดสินจำคุก ทั้งยังเปลี่ยนศาสนา เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ของตัวเอง ถือว่านี่เป็นตัวอย่างของนักต่อสู้คนหนึ่งที่น่ายกย่อง

แต่การที่จะมาประกาศลอยๆ ว่าฉันหัวก้าวหน้า ฉันจึงไม่เป็นทหาร นี่ไม่ใช่ประเทศที่ฉันต้องการ ฉันจะไม่ทำตามที่คนในประเทศทำ คงไม่ได้ นอกเสียจากการต่อสู้ให้เกิดการแก้กฎหมายเสียก่อน หรือสู้ตามกระบวนการยุติธรรมในแบบของ “แคสเชียส เคลย์” หรืออาจมีวิธีที่ดีกว่านั้น.