Get Adobe Flash player

การปกครองภาคบังคับ

Font Size:

รัฐบาลซึ่งเข้ามาบริหารโดยวิธีพิเศษ ยังติดระบบ “สั่งการ” ให้ประชาชน “ทำตาม” โดยเชื่อมั่นว่า กฎ-กติกาต่างๆ ที่นำมาใช้กับประชาชน เกิดจากความ “หวังดี” ของผู้มีอำนาจ จนมองข้ามเหตุผล และความรู้สึกของผู้ถูกปกครอง

อย่างเช่นมีข่าวที่ค่อนข้าง “ประหลาด” ที่แถลงโดย พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึง

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ในวันที่ 6 เมษายน 2560

แต่ก็ยังคง มาตรา 44 ที่ออกไปก่อนหน้านี้ รวมทั้งที่จะออกใหม่ในวันข้างหน้า แม้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้แล้ว ยังสามารถดำเนินการได้

พล.ท.สรรเสริญ ระบุว่า เพราะมีการกำหนดไว้ในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า อำนาจที่เป็นของคสช.แต่เดิม เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วก็ยังคงมีอำนาจนั้นต่อไป จนกว่า คสช.จะสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งมาตรา 44 ที่เคยออกไปแล้ว หากจะยกเลิกจะต้องมีการออก พ.ร.บ.ในการยกเลิก

นี่ก็ถือเป็นความแปลก สำหรับบ้านเมืองของเรา ที่ฝ่ายอำนาจเชื่อว่าวิธีการกระทำเช่นนี้ เป็นวิธีที่ถูกต้อง

เช่นเดียวกับประเด็น “บ้านบ้าน” ที่รัฐบาลประกาศห้ามไม่ให้คนไทย นั่งท้ายรถกระบะ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

แน่นอน นี่คือความหวังดี แต่รัฐบาลถามประชาชนแล้วหรือยัง ว่าชาวบ้านเขาพร้อมหรือไม่ ที่ซื้อรถกระบะ มาเพื่อนั่งได้สองคนข้างหน้า

และแน่นอนเช่นกัน ที่ประชาชนก็รู้ว่าการนั่งท้ายรถกระบะเป็นอันตราย แต่พวกเขา มีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรือไม่

เช่นเดียวกับ พ่อแม่ลูก ที่นั่งมาบนมอเตอร์ไซค์คันเดียว แม้รู้ว่าอันตราย แต่ในเมื่อยังจน ก็จำเป็นต้องเสี่ยง

ประเด็นนี้มีความเห็นจาก “เกริก ชิลเลอร์” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Kirk Schiller แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ สรุปได้ว่า บางเรื่องเราก็เอาประเทศที่กำลังพัฒนาแบบเรา ประเพณีและวัฒนธรรมแบบเรา ไปเปรียบกับประเทศอื่นไม่ได้ รู้ครับว่าคนตายเยอะในทุกๆ สงกรานต์ ตายเยอะจริงๆ จะแก้ ควรแก้ที่ต้นเหตุเถอะครับ การขนส่ง ถนนหนทาง เจ้าหน้าที่คอยบริการประชาชน สุราควบคุมยังไง การเตรียมแผนงานการปลอดภัยเสียแต่เนิ่นๆ เป็นต้น ประเทศเราคนจนเยอะ ทางเลือกของคนบางคนน้อยจริงๆ ไม่มีใครอยากนั่งกระบะหลัง ทรมาน แต่เขาไม่มีรถกลับบ้าน จึงจำยอม

ความเห็นของ คุณเกริก จะถูกหรือจะผิดก็ตาม ตราบใดที่เราอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน ผู้บริหารประเทศก็ควรรับฟังทุกๆ เสียงสะท้อน ไม่ใช่จับประชาชนที่เห็นต่างไปปรับทัศนคติร่ำไป

อีกกรณี พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม สว.อก.สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการออกกฎหมายห้ามนั่งกระบะท้ายรถปิกอัพ

ล่าสุด พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นการไม่เหมาะไม่ควร เนื่องจากข้าราชการตำรวจมีหน้าที่ในการรักษากฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล แต่ไม่ใช่เป็นผู้ที่ออกมาต่อต้านกฎหมายเสียเอง ทาง ผบก.ภ.จว.ชุมพร จึงได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.เอกราช ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดจริง ก็จะตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนทางวินัย

เราเห็นว่า ข้าราชการก็เป็นประชาชน เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ก็ควรจะทำได้ เพราะการปกครองในลักษณะของการบังคับให้ทำตาม ประชาชนก็ไม่ต่างอะไรกับโคที่ถูกเทียมเกวียน ซึ่งฝ่ายปกครองเอาสิทธิอำนาจอะไรมาบังคับประชาชน.