Get Adobe Flash player

คุก 5 ปี คดีตายายเก็บเห็ด

Font Size:

พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอุดม-นางแดง ศิริสอน อายุ 54 ปีและ 51 ปี ความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ หลังศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 ปี

เรื่องนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง จากการที่มีผู้ออกข่าวให้สังคมเชื่อว่า “ตายายถูกจำคุกเพราะเก็บเห็ดในป่า” แต่จอดรถจักรยานยนต์เอาไว้ ในที่ๆ เจ้าหน้าที่ไปจับผู้บุกรุกที่ดิน 72 ไร่ รวมทั้งไม้เถื่อน จึงตกเป็นแพะรับบาป ทำให้สังคมมองไปไกลว่า นี่เป็นการใช้กฎหมายโดยไม่ให้ความเป็นธรรมกับคนจน มีการเอาไปเปรียบเทียบว่า คนรวยขับรถชนคนตายไม่ติดคุก แต่คนเก็บเห็ดกลับต้องโทษหนัก

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อมีคนรุกที่ป่า 72 ไร่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปจับกุม น่าจะรู้เบาะแสมาก่อน ว่าจะไปจับใคร ไม่ใช่สุ่มจับเอาคนไม่เกี่ยวข้องมาเป็นจำเลย  เรื่องนี้จึงมีการพูดจาไปต่างๆ นาๆ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ร่วมกันบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์โดยการทำไม้ในป่าดงระแนง ตำบลคลองขาม อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งอยู่ในแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ คิดเป็นเนื้อที่ 72 ไร่

มีการตัดและโค่นไม้สัก ไม้กระยาเลย ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ออกจากต้น 700 ต้น อยู่ในเขตที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้รับสัมปทานฯลฯ และร่วมกันมีไม้สักกับไม้กระยาเลยอันยังมิได้แปรรูป อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จำนวน 1,148 ท่อน รวมปริมาตร 65.69 ลูกบาศก์เมตร

เจ้าพนักงานตรวจ ริบของกลางทั้งหมด และให้จำเลยทั้งสอง คนงาน และบริวารของจำเลยทั้งสองออกจากป่าสงวนแห่งชาติที่เข้าไปครอบครอง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ให้จำคุกคนละ 11 ปีฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุกคนละ 19 ปี

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ให้ลดโทษคงจำคุกคนละ 15 ปี ริบของกลางทั้งหมด ต่อมาจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ซึ่งผลออกมาไม่ต่างกัน

จำเลยสู้คดีในชั้นฎีกา โดยกลับคำว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่ที่สารภาพหลงเชื่อผู้แนะนำว่าถ้าสารภาพแล้วจะมีแค่โทษปรับ นอกจากนี้ จำเลยที่ 1 อ้างว่าเคยประสบอุบัติเหตุถูกรถชนสลบไปประมาณ 2 ถึง 3 ครั้ง ทำให้มีอาการลมออกหูและประสาทไม่ดี พูดจารู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง มีอาการงงๆ ไม่ค่อยได้ยิน ความจริงแล้วจำเลยทั้งสองไม่ได้สมัครใจให้การรับสารภาพ

ศาลได้ตรวจสอบทั้งหลักฐานทางการแพทย์ ก็ไม่ปรากฏว่าก่อนที่จำเลยที่ 1 จะถูกดำเนินคดีนี้ ในปี 2553 จำเลยที่ 1 เคยประสบอุบัติเหตุรถยนต์ชนจนสลบไป 2 ถึง 3 วันแต่ประการใด คงมีแต่อุบัติเหตุช่วงเดือนตุลาคม 2554 เท่านั้น ดังนี้ ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสองพยายามปรุงแต่งข้ออ้างอาการป่วยเจ็บของจำเลยที่ 1 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยบิดเบือนไปให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพด้วยความไม่สมัครใจ แต่กลับปรากฎข้อเท็จจริงว่าเรื่องที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างมานั้นขัดแย้งกันเองทั้งสิ้น จึงเป็นพิรุธรับฟังเป็นความจริงไม่ได้

คดีจึงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองสมัครใจให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นโดยชอบแล้ว

ศาลพิพากษาแก้เป็นว่าฐานร่วมกันทำไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้าม โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีไม้สักซึ่งเป็นไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ ในครอบครอง จำคุกคนละ 6 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

และนี่คือรายละเอียดของคดีความ ปัญหาคือ จำเลยเป็นตายาย จริงหรือไม่ เอามาตรฐานอะไรอายุเท่าไรจึงเรียกตายาย เหรียญสองด้านระหว่างคนจนผู้น่าสงสารเข้าไปเก็บเห็ดมาเป็นอาหาร หรือเป็นผู้บุกรุกตัดไม้ทำลายป่า แล้วหลักฐาน ของกลางมาได้อย่างไร ถ้าสองคนไม่ใช่ผู้ร้าย แล้วใครคือผู้ร้าย

ทำให้สังคมหรือตัวเราเองผู้เสพข่าวสาร อาจจะต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไปตามความรู้สึก หรือเชื่อหรือไม่เชื่อข่าวใดๆ.