Get Adobe Flash player

อยากให้ฝ่ายการเมือง แก้ภาพลักษณ์ลบคำสบประมาท

Font Size:

ถ้าตามเงื่อนไข ที่ คสช.กำหนดไว้ แม้จะดูเหมือนว่ามีการถ่วงเวลาให้นานเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ที่สุดแล้วการเลือกตั้งในประเทศไทย ก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ทหารอาจมองว่าการที่พวกเขาได้เข้ามากุมอำนาจ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในความสงบเรียบร้อย ถ้ายิ่งอยู่นาน บ้านเมืองก็จะยิ่งสงบ แต่ในเมื่อประเทศไทยเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศประชาธิปไตย ก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธฎกติกาสากล นั่นคือการเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวไทยได้ “เลือก” นักการเมืองที่พวกเขาต้องการให้เป็นตัวแทน เพื่อเข้าสู่สภา

กล่าวโดยทั่วไป ในภาพรวม นักการเมืองไทยตกเป็นจำเลยสังคมค่อนข้างมาก รวมทั้งฝ่ายอำนาจในขณะนี้ ก็มักจะมองว่าปัญหาของชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกิดจากการแย่งชิงอำนาจ ความคดโกงของของนักการเมือง จึงมีการออกกฎหมายมากมาย แม้ในรัฐธรรมนูญก็ออกแบบมาเป็นพิเศษ ที่จ้องเล่นงานนักการเมืองที่กระทำความผิดไว้ล่วงหน้า เช่นกรณีฉ้อราษฎร์บังหลวง ในขณะปฎิบัติหน้าที่ กรณีนโยบายประชานิยม ซึ่งถึงแม้จะเป็นการจ้องจับผิด

แต่ถ้าหากนักการเมืองไม่กระทำความผิด กฎหมายดังกล่าว ก็ไม่อาจจะเข้าไปเล่นงานคนใดคนหนึ่งได้

ในขณะที่ อีกฟากหนึ่งก็มองว่าการร่างกฎหมายในกรรม ในวาระต่างๆ สะท้อนถึงความไม่เป็นมาตรฐานเดียว มีความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่นมาตรฐานหนึ่ง กลับไม่มีกฎหมายใดที่สามารถลงโทษ ผู้กระทำ “รัฐประหาร” ที่ฉีกรัฐธรรมนูญ ที่ได้สร้างความเสียหายกับประเทศมานับครั้งมาถ้วน

เรารู้สึกเห็นใจนักการเมือง “น้ำดี” ที่มีอยู่มากมายในสภาฯ ซึ่งถูกมองในแง่ร้ายเป็นปลาที่เหม็นไปทั้งข้อง ทั้งๆ ที่เน่าเพียงไม่กี่ตัว

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีนักการเมืองอีกจำพวกหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ซ้ำซาก ไม่เคยสำนึกต่อภาพลักษณ์ ที่ทำให้เกิดเป็นภาพลบมาโดยตลอด

พอเริ่มรู้เค้าลางว่าจะมีการเลือกตั้ง นักการเมืองเหล่านี้ก็ยังมีวิธีการแบบเดิมๆ นั่นคือการเข้ามาแอบอิงอำนาจ เริ่มสร้างราคาให้ตัวเอง

ภาพของนักการเมืองสำหรับอนาคต จึงไม่ค่อยมีอะไรดีขึ้น

ข่าวพรรคใหญ่ เตรียมการณ์ซื้อพรรคอื่น ให้เข้ามาอยู่ในสังกัด อย่างเช่นข่าวพรรคเพื่อไทย เตรียมการซื้อพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นพรรคขนาดกลาง หลังจากอดีตผู้นำ นายบรรหารศิลปอาชา เสียชีวิต

ซึ่งต่อให้ซื้อได้สำเร็จ ได้เสียงเพิ่มขึ้น แต่ภาพโดยรวมก็ดูไม่ดี

ไม่ต่างกับยุคที่พรรคไทยรักไทย ซิ้อพรรคความหวังใหม่ และพรรคอื่นๆ บางพรรค

เพราะถ้านักการเมือง ยังสามารถชื้อขายกันได้ ศักดิ์ศรีจะอยู่ตรงไหน ความซื่อสัตย์อยู่ตรงไหน แล้วจิตวิญญาณของนักการเมือง พร้อมที่จะขายด้วยหรือไม่

ในทางตรงกันข้าม ถ้าข่าวการซื้อพรรค ขายพรรค เป็นข่าวปล่อยที่เกิดจากฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้เกิดความเสียหายกับพรรคที่ถูกพาดพิงถึง ก็จะกลายเป็นเกมสกปรก น้ำเน่า ที่กระทำต่อเนื่องไม่สิ้นสุด

ไม่ต่างกับครั้งที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน ในยุครัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่กล่าวนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นคนต่างด้าวไร้การศึกษา เพื่อหวังโค้นล้ม และล้มได้สำเร็จอย่างโหดเหี้ยมไร้คุณธรรมยิ่ง 

เราอยากเห็นพรรคการเมืองและนักการเมือง เดินสายพบประชาชน ด้วยการนำเสนอนโยบายที่มั่นใจว่าจะเข้ามาสร้างอนาคตที่ดีงามให้ประเทศได้

เมื่อเป็นนักการเมือง ก็มุ่งทำหน้าที่ไม่ว่าด้านบริหาร ด้านนิติบัญญัติเพื่อให้เกิดผล ไม่ใช่ออกมาเสียดสีด่าทอกันรายวัน สร้างความรำคาญและเบื่อหน่าย ให้พี่น้องประชาชน

เราอยากเห็นนักการเมืองพัฒนาตัวเองแก้ภาพลักษณ์ และลบคำสบประมาทให้เกิดการยอมรับจากประชาชน ไม่อยากเห็นการเมืองไทย ประชาธิไตยไทยต้องลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้.