Get Adobe Flash player

จริยธรรมในการนำเสนอข่าว

Font Size:

ในยุคของสื่อสารไร้พรมแดน ที่สื่อหลัก ต้องแย่งชิงความเป็นใหญ่ กับสื่อในโซเชียลมีเดีย ทำให้การแข่งขันเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้น

ยิ่งแข่งยิ่งดี เพราะผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขัน แตสิ่งที่น่ากังวลคือการ “ก้าวล่วง” หรือละเมิดต่อผู้ที่ตกเป็นข่าว

ช่วงนี้ ข่าวการเมืองมีน้อย เพราะมีนายกรัฐมนตรี ที่เป็นศูนย์กลาง ถ้านายกฯ ไม่พูดก็แทบจะไม่มีข่าว กระทรวงทะบวงกรมต่างๆ ไม่กล้า เลือกที่จะ “นิ่งเสียตำลึงทอง” ดีกว่าจะออกมาพูดหรือให้ข่าวอะไร ที่อาจโดนดุได้

ข่าวโทรทัศน์ จึงมีแต่ ข่าวอาชญากรรม หรือมโนสาเร่ ฝนตก รถติด ต้นไม้ล้ม มึคนตาย ก็มาทำเป็นรายละเอียด

แต่สิ่งที่น่าห่วง คือการนำเสนอเรื่องราวของ “เหยื่อ” แล้วแพร่ภาพ หรือเรื่องราวที่ไม่เหมาสม เช่น ภาพ (ไม่น่าดู) แม่ร้องไห้แทบขาดใจ เมื่อลูกเสียชีวิต ทั้งยังเอาไมค์ ไปจ่อปากว่ารู้สึกอย่างไร

เป็นภาพที่ผู้ตกเป็นข่าว หัวใจสลาย กำลังรันทดอย่างแสนสาหัส

ข่าวเกี่ยวกับเด็กหญิงถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีพิธีกรหญิงสาว กำลังอธิบายรายละเอียดของอวัยวะ วิธีการข่มขืน แบบไหน อย่างไร จนเห็นภาพชัดเจนเกินความจำเป็น เหมือนซ้ำเติมเหยื่อให้อาย ราวกับอยู่ในเหตุการณ์ หรือกำลังถูกข่มขืนเสียเอง ดูไม่งามทั้งเนื้อข่าว และวุฒิภาวะของผู้บรรยาย 

ไม่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา  ผู้สื่อข่าวทีวีเอลซัลวาดอร์ ถูกระบุว่าหิวข่าวจนหน้ามืดไร้ศีลธรรม

โดยเว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปที่กำลังทำให้นักข่าวหญิงรายหนึ่งของสถานีโทรทัศน์ในเอลซัลวาดอร์ โดนประณามอย่างหนัก กับความคลั่งหิวข่าว อยากได้ข่าวอินไซด์คลุกวงในจนไม่คำนึงถึงศีลธรรมจรรยาบรรณใดๆ ทั้งสิ้น ขณะทำข่าวรายงานสดอุบัติเหตุรถบรรทุกชนคน

ภาพข่าวเผยให้เห็นเหยื่อรถชนเป็นผู้ชาย นอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นหญ้า ท่าทางกำลังเจ็บปวดทรมานอย่างเห็นได้ชัด แต่สิ่งที่นักข่าวรายนี้ทำไม่ใช่การเข้าไปช่วยหรืออำนวยความสะดวกใดๆ ให้คนเจ็บได้รับการช่วยเหลือเร็วขึ้น แต่กลับเอาไมค์ไปจ่อปาก ให้คนเจ็บสัมภาษณ์สดออกอากาศ

"เขาชนผม ผมบาดเจ็บ" ชายผู้เป็นเหยื่อว่า ก่อนโดนถามต่อว่า เขาเห็นรถที่กำลังแล่นมาหรือไม่ เหยื่อตอบอย่างอ่อนแรงว่า ไม่เห็น นักข่าวหญิงยังยิงคำถามอันไม่เมคเซ้นส์ต่อไปว่า ต้องการให้นำส่งโรงพยาบาลหรือเปล่า คราวนี้เขาตอบไม่ไหว ได้แต่ส่งเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด

แต่เธอก็ยังไม่ยอมจบเท่านี้ ถามต่อไปว่า คุณกำลังจะไปไหน (ตอนเกิดเหตุ) เหยื่อนิ่งไปอีกอึดใจ ก่อนตอบอย่างเหนื่อยอ่อนว่าจะไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นภาพก็ตัดเป็นภาพจุดเกิดเหตุทันที

ทั้งนี้ไม่มีรายงานแน่ชัดเกี่ยวกับชะตากรรมของชายคนดังกล่าว แต่หลายแหล่งเชื่อว่า เขาเสียชีวิตลงไม่นานหลังจากภาพในกล้องตัดไป

“เทียนทิพย์ เดียวกี่” ได้เคยกล่าวถึง จริยธรรมและจรรยาบรรณสื่อในการนำาเสนอข่าวยุคดิจิทัล โดยยกกรณีศึกษา การเสียชีวิตของ ปอ ทฤษฏี สหวงษ์ โดย สังคมมีการวิจารณ์การทำงานของสื่อ ในการรุมถ่ายภาพ เบียดแผงกั้นและไม่สนใจสมาชิกในครอบครัว รวมถึงไม่ให้เกียรติต่อผู้เสียชีวิต เพียงเพราะต้องการภาพถ่ายที่ชัดเจนที่สุดนำไปเผยแพร่ ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ บนโลกโซเชียล ได้มีภาพใบหน้าของ ปอ ทฤษฏี ขณะนำร่างจากโรงพยาบาลไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ จังหวัดบุรีรัมย์ แพร่กระจายทั่วสื่อออนไลน์ มีการส่งต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ มีการแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว

เราคงต้องมาทบทวนกันอีกครั้ง และอีกหลายๆ ครั้งเพื่อหาความเหมาะสม ในการนำเสนอข่าวสารบนพื้นฐานของการให้เกียรติซึ่งกันและกัน มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้.