Get Adobe Flash player

อาชีพพยาบาล ต้องมั่นคง

Font Size:

หากใครมีโอกาสได้แวะไปตามโรงพยาบาลต่างๆ ในระดับอำเภอ หรือจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย สิ่งที่เราพบเห็นทันทีคือ มีประชาชนมาใช้บริการอย่างเนืองแน่น ในแต่ละวันของทุกวัน มีการรอคิวอย่างยาวเหยียด เหมือนการตรวจรักษาจะไม่มีทางหมดสิ้น

ที่จอดรถในโรงพยาบาลแทบจะหาไม่ได้ ผู้ป่วย ผู้มาเยี่ยมญาติใช้บริการรถรับจ้างที่มาส่งเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ดูด้วยสายตาก็จะรู้ว่า ปริมาณของโรงพยาบาล ไม่เพียงพอต่อการบริการประชาชน

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ต้องทำงานอย่างหนัก ในการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์

ในทางกลับกัน สังคมก็ต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ได้รับการดูแลทั้งจากภาครัฐและสังคมด้วยเช่นกัน ไม่ใช่จ้างทำงานกันรายวันแบบไร้อนาคต ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ จะมีกำลังใจช่วยผู้อื่นได้อย่างไร

กรณีพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ และเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว ได้เตรียมรวบรวมรายชื่อยื่นต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นใจในการให้ได้รับการบรรจุเข้าทำงาน

เพราะตำแหน่งที่ขอเป็นอัตราที่ไม่ได้มาก เมื่อเทียบกับจำนวนพยาบาลและประชาชนที่เข้ารับบริการ เนื่องจากภาระงานของพยาบาลทุกวันนี้ถือว่ามากมายจริงๆ

กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ระบุว่า ไทยมีสัดส่วนพยาบาลสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกกำหนด 1.4 คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการรวมทั้งประเทศ คือ เป็นพยาบาลภาครัฐและเอกชน คิดสัดส่วนที่พยาบาล 1 คนต่อคนไข้ 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็น รพ.เอกชน

แต่ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ใน รพ.รัฐ ซึ่งปัจจุบันดูแลคนไข้จำนวนมากสัดส่วนพยาบาล 1 คนต่อคนไข้ 600 คน หลายคนไม่เข้าใจในวิชาชีพ ซึ่งพยาบาลทำงานหนักมากใน 1 วัน ทำงานกันถึง 16 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

โดยแต่ละเดือนทำงานวันละ 16 ชั่วโมงถึง 20-25 วัน นอกนั้นก็ทำงานตามปกติ จะมีวันหยุดได้เดือนละ 2 วัน

เงินเดือนแรกเข้าที่เป็นลูกจ้างก็อยู่ประมาณ 13,000 บาท ขณะที่เป็นข้าราชการจะได้ 15,000 บาท

อย่างนักเรียนทุนเมื่อมาทำงานต้องใช้ทุน 4 ปี ก็มีความหวังว่าจะบรรจุเป็นข้าราชการ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้องๆ หลายคนดูแล้วไม่มีความหวัง

ทำงานเป็นลูกจ้างแต่ไม่ได้รับการบรรจุ ก็เหมือนงานที่ไม่มีอนาคต การปล่อยให้อาชีพที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ไร้อนาคต จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ซึ่งล่าสุด ศ.คลินิก เกียรติคุณ ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผย ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 23 พฤษภาคม 2560 มีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ปัญหาบรรจุพยาบาลวิชาชีพเป็นข้าราชการ ตามที่คณะกรรมการเป้าหมายนโยบายบุคลากรสาธารณสุขเสนอ

โดยมีอัตราพยาบาลที่ขอบรรจุเพิ่มทั้งหมด 10,992 อัตรา โดยให้บรรจุตามที่มีอัตราว่าง 2,200 อัตราไปก่อน ทำให้มีพยาบาลที่จะยังไม่ได้รับการบรรจุอีก 8,792 อัตรา ทางคณะกรรมการฯ จึงได้แบ่งการบรรจุเป็น 3 ปี

ตั้งแต่ปี 2560-2662 โดยแบ่งเป็นปีงบประมาณ 2560 จะนำเอาอัตราว่าง 2,200 อัตราบวกกับ 2,992 อัตราที่อนุมัติรับเพิ่ม ส่วนปีงบประมาณ 2561 และ 2562 จะบรรจุเพิ่มปีละ 2,900 อัตรา จนครบอัตราทั้งหมดที่ขอไว้

นอกจากนี้ยังมีมติเห็นชอบ แนวทางการบรรจุแพทย์ ทันตแพทย์ และ เภสัชกร เพิ่มเติม โดยในส่วนของแพทย์มีอัตราการจบใหม่จำนวน 2,000 คน มีอัตราว่าง 1,221 อัตรา จึงอนุมัติให้บรรจุเพิ่ม 779 อัตรา ส่วนทันตแพทย์ มีอัตราการจบใหม่ 600 คน มีอัตราว่างและเกษียณรวมกัน 530 อัตรา จึงอนุมัติให้บรรจุเพิ่ม 70 อัตรา

ก็ต้องชื่นชมต่อการตัดสินใจของ ครม.ซึ่งถือเป็นเรื่องดี ที่รัฐบาลรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา.