Get Adobe Flash player

ล้าง กกต.แต่ไม่ล้างทั้งบาง

Font Size:

กรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเชตซีโร คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.เป็นข่าวที่สร้างความแปลกใจ สำหรับผู้ติดตามข่าวคราวทางการเมือง

แน่นอน การเซตซีโร ไม่แปลก แต่ความแปลกอยู่ตรงที่ ทำไมจึงเซ็ต เฉพาะ กกต.มีอะไรแอบแฝง หรือเตรียมการณ์อะไร เพื่อใคร

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวว่า   กกต.ชุดนี้จะเสร็จสิ้นหน้าที่หลังร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นโต้แย้ง คิดว่าโต้แย้งไปคงไม่มีประโยชน์ ไม่อยากขัดขืน เพราะเมื่อกฎหมายออกมาก็ต้องปฏิบัติตาม เขาให้ทำงานก็ทำ ไม่ให้ทำก็กลับบ้าน ไม่ได้รู้สึกตกใจหรือเสียใจ เพราะทำใจไว้แล้ว เขาไม่ให้ทำหน้าที่ เราต้องไป ไม่ไปวันนี้ต้องไปวันหน้า ก็ได้พักผ่อนไปทำอะไรที่อยากจะทำ นายศุภชัยกล่าว

นั่นคือการยอมรับ ของผู้มีวุฒิภาวะ อย่างคนมีประสบการณ์ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว มองเหตุและผลได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง กลับมองว่าเมื่อ สนช.ได้ลงมติให้ กกต.ต้องเซตซีโร สิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้อง หลังจากนี้ก็คือการเซตซีโรองค์กรอิสระที่เหลืออยู่ทั้งหมด รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมาจากการสรรหา และการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2550 บ้าง รัฐธรรมนูญชั่วคราวบ้าง หรือตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บ้าง จึงต้องถือว่าผู้ดำรงตำแหน่งระหว่างนี้มาจากระบบกติกาอย่างอื่นที่ไม่ใช่รัฐธรรมนูญปัจจุบัน

องค์กรอิสระหลายองค์กรมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน และการเข้าสู่อำนาจหรือการคงอยู่ในอำนาจ หากกรรมการในองค์กรเหล่านี้ที่มาจากการสรรหาหรือแต่งตั้งที่อาศัยอำนาจ คสช.หรือรัฐบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่อาจแน่ใจได้ว่าองค์กรเหล่านี้จะตรวจสอบ คสช.และรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา และจะแน่ใจได้อย่างไรองค์กรเหล่านี้จะไม่เอื้ออำนวยต่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ซึ่งการมีรัฐธรรมนูญใหม่ คือการวางระบบกติกาใหม่ เมื่อมีการกำหนดหลักเกณฑ์การสรรหาและการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น

การบอกว่ากรรมการองค์กรอิสระใดอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ให้ดูว่าใครขาดคุณสมบัติ ดูการทำงานหรือดูความจำเป็นเหมาะสมนั้น เท่ากับเป็นการจงใจให้เกิดการใช้ดุลพินิจของผู้อำนาจทั้งหลายที่ไม่มีหลักเกณฑ์ ทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติหรือการต่อรองของผู้มีอำนาจเอง องค์กรเหล่านี้ก็จะเสียความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นกลาง และไม่เป็นอิสระ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุผลข้ออ้างที่ใช้เซตซีโร กกต.ยังฟังไม่ขึ้น ไม่แปลกที่ สนช.จะเป็นสภาฝักถั่ว กดปุ่มสั่งได้ เมื่อผลออกมาเช่นนี้ สังคมจะเกิดข้อครหาว่า กกต.ชุดใหม่จะถูกครอบงำจากผู้มีอำนาจเพื่อรองรับการเลือกตั้งในอนาคต

กับสิ่งที่เกิดขึ้น เรามองว่า ในช่วงของการปฏิรูปประเทศ ที่พูดกันอย่างสวยหรูว่า จะปราบคอรัปชั่น จะลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต จะไม่เปิดโอกาสให้คนไม่ดี เข้าสู่สภาได้อีก แม้ร่างรัฐธรรมนูญ ยังเรียกว่าเป็นฉบับ “ปราบโกง” แต่ในขณะเดียวกัน “พวกปฏิรูป” กำลังกระทำในสิ่งที่ไม่โปรงใส

ประชาชนไม่ได้โง่ นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลของฝ่ายอำนาจ ที่รู้ๆ กันอยู่ โดยมีวัตถุประสงค์ที่เตรียมไว้ชัดเจน และในอนาคตอันใกล้ คำตอบที่ปิดบังไว้ก็จะปรากฏออกมา

เราไม่อยากเห็นเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาฝ่ายอำนาจมักตำหนิฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง จนแทบจะไม่มีส่วนใดดี ในขณะเดียวกันฝ่ายอำนาจกลับทำสิ่งนั้นเสียเอง.