Get Adobe Flash player

ล็อคสเป็คเพื่อปูทางสู่ตำแหน่ง

Font Size:

ระบบเส้นสายในบ้านเรามีมานาน แล้วก็พัฒนาไปหลายรูปแบบ แม้แต่การรับสมัครคนเข้าทำงานในบางแห่ง ระบุเงี่อนไขจนแทบไม่มีใครสามารถจะเข้าไปทำได้ นอกจากคนที่พวกเขากำหนดและต้องการ

ในสมัยเลือกตั้ง รัฐบาลเสียงข้างมากพยายามร่างกฎหมาย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอำนาจรัฐ เช่นแก้ พรบ.สรรพสามิตโทรคมนาคม ให้เสียภาษีน้อยลง ลดภาษีเพื่อให้คนของฝ่ายตนเสียภาษีน้อย

ตั้งบุคคลที่เป็นพวกพ้องตน เป็น ผบ.ทบ. เป็นรอง ผบ.ตร. เป็นประธาน กกต. เป็น ผอ.กองสลาก เป็น รัฐมนตรีฯ ปล่อยเงินกู้ให้ต่างชาติ เพื่อให้นำเงินนั้นมาซื้อของให้บริษัทตน

เอากิจการของรัฐที่มีกำไรไปแปรรูป ขายหุ้นแบ่งสรรปันส่วน สามารถขายหุ้นหมดภายใน 1 นาทีเศษๆ ประชาชนที่รอซื้อกลับไม่ได้ มีเพียงไม่กี่ตระกูลที่ได้ครอบครอง ครั้นเมื่อหุ้นมีกำไร แทนที่จะเป็นของรัฐก็กลายเป็นกำไรของตระกูลพวกถือหุ้น

ซุกหุ้นซ่อนทรัพย์สินไว้กับญาติพี่น้อง ฯลฯ เอาเงินรัฐไปหว่านแจกให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนกลับมาเลือกพวกตนอีก เป็นการค้ากำไรโดยไม่ต้องลงทุน

สิ่งพวกนี้เป็นการปล้นซึ่งหน้า ถูกวิจารณ์มากมายจากภาคประชาชน

ครั้นเมื่อรัฐบาลทหารเข้ามามีอำนาจ เขาประกาศที่จะปฏิรูปประเทศ กำจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดไป

แต่เมื่อรัฐบาลทหารมีอำนาจ ประชาชนกลับได้เห็นว่า “ฝ่ายอำนาจ” จะไม่ยอมวางมือกลับจะสืบทอด ด้วยการกล่าวอ้างว่า “คนอื่น” จะไม่ดีเท่าพวกตน

มีการเตรียมการเอาไว้แล้วอย่างเป็นระบบ โดยการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วอ้างรัฐธรรมนูญ อ้างการใช้กฎหมาย เพื่อการสืบทอดอำนาจ เพื่อให้ฝ่ายปกครอง มีอำนาจรัฐ ด้วยการยึดไว้ให้นานที่สุด

ตำแหน่งสำคัญต่างๆ ของรัฐ ล้วนเป็นคนที่มาจากกองทัพ กระจายหน้าที่ไปตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ความต้องการที่มองไม่เห็น บรรลุเป้าหมาย ส่วนประชาชนธรรมดา ก็เกือบไม่มีโอกาส

มีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดสิทธิของนักการเมือง มีการให้อำนาจวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งของฝ่ายอำนาจ แม้กระทั่งการเตรียมให้มี “ระบบไพรมารีโหวต” ที่มองผิวเผินเหมือนประชาธิปไตยก้าวหน้า แต่แท้จริง ก็มีสิ่งแอบแฝง และปูทางให้คนที่ต้องการ เข้ามาสืบทอดอำนาจ

ให้นักการเมืองเป็นเพียง “ตัวประกอบ” พอแค่ให้ต่างชาติเชื่อว่า เมืองไทยก็มีการเลือกตั้ง เป็นสัญลักษณ์ว่าประเทศนี้มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ในทางมวลชน ผู้ที่ประกาศว่าจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งและจะไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลไหน กลับกลายเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด สามารถกำหนด ล็อกสเป็ค ว่าต้องการคนนั้นคนนี้มาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยการครอบงำประชาชน หรือบีบคั้นให้เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ

มองข้ามเสียงเลือกตั้ง ที่มาจากประชาชนทั่วประเทศ

คนภายนอก สามารถกำหนดความคิดได้ ถ้าความคิดนั้นตรงกับสิ่งที่ฝ่ายอำนาจต้องการ แต่ในทางกลับกัน ถ้าฝ่ายที่เรียกว่า ภาคประชาชนมีความเห็นต่าง หรือมีข้อเสนอที่ตรงข้ามกับอำนาจรัฐ ก็จะถูกจับกุม ปราบปราม

สงสารประเทศไทย ที่แทบไม่เปิดโอกาสให้กับเจ้าของประเทศ เป็นผู้กำหนดอนาคตของตัวเอง จากอำนาจหนึ่ง ไปสู่อีกกลุ่มอำนาจหนึ่งโดยไม่อาจปฏิเสธได้.