Get Adobe Flash player

สังหารโหด ‘ฆ่ายกครัว’

Font Size:

เว็บไซต์ บีบีซี ไทย ได้ย้อนดูคดีสะเทือนขวัญ ฆ่ายกครัว ที่เกิดขึ้นในรอบ 20 ปี โดยในปี 2540 ฆาตกรรม 5 ศพ ครอบครัวบุญทวี ที่สงขลา

คนร้าย อายุ 22 ปี ถูกศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ตัดสินประหารชีวิต แต่ในชั้นศาลฎีกา เห็นว่าจำเลยรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือแค่จำคุกตลอดชีวิต ก่อนจะได้รับการลดโทษเรื่อยมาจนเหลือจำคุก 15 ปี สุดท้ายฆาตกร ถูกคนร้ายบุกยิงถึงหน้าบ้าน ในเดือน ก.พ. ปี 2558

ปี 2552 ฆ่าล้างครัว "ปทุมวาสนา" 5 ชีวิต คาบ้านใหญ่กลางกรุง จากการตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิต 5 คน คือสามี ภรรยา ลูกสาว ลูกชาย และ คนรับใช้ในบ้าน ตำรวจสามารถติดตามจับตัวผู้ต้องหาได้ 4 คน ถูกศาลพากษา โดยเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1- 4 เป็นความผิดฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยทารุณโหดร้าย และปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายลงโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2-4 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ให้ลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิต ฯลฯ

มาถึงคดีลล่าสุด ฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้าน 8 ศพ ตำรวจพุ่งปมสังหารโหดไปที่ความขัดแย้งสร้างโรงโม่หิน แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นอื่นๆ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถึงความคืบหน้าคดีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุฆ่ายกครัวนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ โดยมีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปที่ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เพื่อฟังบรรยายสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ข้อมูลเกี่ยวกับรูปคดีมากพอสมควร แต่ยังไม่สรุปประเด็นการสังหารมาจากสาเหตุใด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร.กล่าวถึงสาเหตุการสังหารที่มีการตั้งไว้ 4 ประเด็น ทั้งเรื่องขัดแย้งการประทานบัตรโรงโม่หิน, ความขัดแย้งที่ดินสาธารณะ, ความขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น และเรื่องชู้สาว ตามที่สื่อนำเสนอนั้นยังไม่สรุปสอบทุกประเด็น แต่จะไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาลถึงคดีฆ่ายกครัวที่จังหวัดกระบี่ว่า ตนคงไม่ต้องไปกำชับอะไรในคดีดังกล่าว เพราะ ผบ.ตร.เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา

ถามว่า มีการเชื่อมโยงผู้ลงมือกระทำเกี่ยวข้องคนมีสี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า ใครล่ะ ให้ไปหากันมา บอกแล้วไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

นายกฯ ยังคงเลือกที่จะพูดแบบทหาร ในขณะที่ผู้คน “สะเทือนขวัญ”

อย่างไรก็ตามช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เบื้องต้นมุ่งปมสังหารไปที่ 4 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องการร้องเรียนการสร้างโรงโม่หินที่มีกรณีพิพาทกัน 2.ขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น 3.ปัญหาความขัดแย้งเรื่องการบุกรุกที่ดินที่นายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นโจทก์ยื่นฟ้องไล่ที่ชาวบ้านจำนวน 8 ราย 4.เรื่องชู้สาว ส่วนประเด็นอื่นๆ เช่นความขัดแย้งเรื่องยาเสพติดนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าผู้ตายเคยพัวพันกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดทิ้ง

การฆาตรกรรมอย่างโหดเหี้ยมลักษณะนี้ สร้างความรู้สึก “สะเทือนขวัญ” ให้กับความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ และมองว่าความป่าเถื่อนเช่นนี้ ควรหมดไปจากประเทศไทยไปนานแล้ว เพราะที่สุดแล้วผู้กระทำผิดก็จะไม่สามารถหนีเงื้อมมือของกฎหมายไปได้

เพียแต่บทลงโทษ ยังดูอ่อนแอ เช่นกรณี ถูกศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ไม่กี่ปีก็ออกมาใช้ชีวืต ได้ตามปกติ

สุดท้ายก็ออกมาก่อเหตุได้อีก เรามีความเห็นว่า โทษจากความโหดเหี้ยมนี้ ไม่ควรได้รับการลดโทษให้กลับมาก่อเหตุได้อีก.