Get Adobe Flash player

รัฐศาสตร์ของนักปกครอง

Font Size:

สังคมโซเชียลมีเดีย มีการวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองตั้งด่านตรวจ ที่เขตเทศบาลเมือง จ.พัทลุง จับกุม ส.ต.ต.รณชาติ ยงกิตติเกษม อายุ 28 ปี ข้อหามีปืนเอ็ม 16 พร้อมกระสุนจำนวน 26 นัด ปืนพกสั้นมีทะเบียนขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 15 นัด จึงได้ทำการตรวจยึดพร้อมดำเนินคดี

ส.ต.ต.รณชาติ กล่าวว่า ตนเองออกเวรจาก สภ.ยะหา และเดินทางกลับบ้านที่ จ.ตรัง ได้พยายามที่จะอธิบายถึงความจำเป็นในการมีอาวุธปืนราชการไว้เพื่อป้องกันตัว เพราะต้องผ่านพื้นที่อันตราย แต่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจไม่ฟัง

จากสิ่งที่เกิดขึ้น มีข้าราชการตำรวจระดับสูง ระบุว่าเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ ส.ต.ต.รณชาติ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว @Suriya Pankerd ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชุดดังกล่าว ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ และการปฏิบัติหน้าที่ ของตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ระบุว่า คุณเป็นถึงปลัดระดับจังหวัด ตั้งโครงการสวยหรู ปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อาวุธปืนสงคราม ระดมกำลังกวาดล้าง อลังการ ตั้งด่าน ถ้าใช้กำลังขนาดนั้นตั้งด่าน โจรคงเดินมาให้จับง่ายๆหรอกนะ ตำรวจลูกน้องผมขับรถผ่านมา จะเดินทางมาสามจังหวัดชายแดนใต้ เห็นปืนของทางราชการเอ็มโฟร์อยู่ในรถ คงอารามดีใจ จับปืนโจรไม่ได้ จับปืนตำรวจก็ยังดี

ตัดสินใจจับปืนตำรวจ บอกว่าพกพาเป็นอาวุธสงคราม ถ้าลูกน้องผมเกเรพกปืนไปอาละวาด ไปค้ายา ไปก่อเหตุใด จะไม่ว่าสักคำแล้วพวกคุณรู้ใหม เส้นทางเสี่ยงกว่าจะเดินทางมาถึงโรงพักผม ต้องผ่านอะไรบ้าง

พวกคุณเห็นใจในความเสี่ยงอันตราย ตำรวจสามจังหวัดชายแดนพวกผมบ้างไหม แล้วมันยิ่งเจ็บปวด เมื่อพวกคุณบอกว่า อาวุธปืนทางราชการให้พก ในสามจังหวัดได้เท่านั้น จะให้ผมฝากปืนยาวของทางราชการไว้ที่ปั้มน้ำมัน หรือไงครับ ลูกน้องอธิบายให้ฟัง เข้าในพื้นที่เสี่ยงในเวลากลางคืน ก็ไม่ฟัง

ขนาดระดับ รองผบก.ฯ มาอธิบายข้อกฎหมายให้ฟัง พวกคุณจะจับอย่างเดียว พวกคุณไม่ละอายแก่ใจกันบ้างหรือ ที่ทำงานกันแบบนี้

พวกคุณรู้ไหม ลูกน้องผมเจ็บปวดขนาดไหน เป็นตำรวจแค่ 2 ปี ประวัติไม่เคยด่างพร้อย ร่วมกันเสี่ยงตาย จับโจรก่อการร้าย จับพวกยาเสพติด จับคดีอาญาอื่นๆ ไม่ต่ำกว่า 100 คน ต่อไปนี้ ปืนพกส่วนตัว พวกท่านก็ยึดไป ปืนทางราชการพวกท่านก็ยึดไป ลูกน้องผมเหลือแต่สองมือเปล่า ที่จะไปจับโจร มันเจ็บปวดครับ ที่บ้านเมืองมีคนระดับนักปกครอง ทำงานได้แบบนี้ มีวิสัยทัศน์ได้แค่นี้

ข้อความดังกล่าวได้มีคนแชร์ไปแล้วเกือบ 1,000 ครั้ง มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่ไม่พอใจการทำงานอาสาที่ตั้งด่านจับกุมคดีดังกล่าว นอกจากนี้ยังเริ่มมีกระแสไม่พอใจจากตำรวจ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากพวกเขาต้องลงไปปกป้องทำงานเพื่อประเทศชาติ

ร้อนถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้ว่า

"ในด้านความเป็นจริงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานชายแดนส่วนใหญ่จะต้องพกพาอาวุธ มันเป็นไปไม่ได้ที่เดินทางกลับเข้ามาแล้วจะไม่มีอาวุธเพื่อป้องกันตัว"

ส่วนนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังทราบข่าว ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หารือ หาทางออกและแก้ไขปัญหาร่วมกัน

หากเรื่องนี้จะทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นนั้น ตนในฐานะหัวหน้าต้นสังกัด พร้อมขอโทษ โดยจะกำชับแนวทางปฏิบัติ ให้เพิ่มการใช้ดุลพินิจ และอาจยืดหยุ่นในบางกรณี แต่จะต้องไม่ให้แนวทางการดูแลความปลอดภัยลดประสิทธิภาพ

เรื่องนี้ สะท้อนศักยภาพของนักปกครองในท้องถิ่น ที่ยังขาดความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจชายแดน ไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์ขาดวิจารณญาณ จนต้องให้ปลัดกระทรวงฯ มท.1 เข้ามาคลี่คลายปัญหา.