Get Adobe Flash player

การไม่ยอมรับอำนาจคสช.

Font Size:

กลายเป็นข่าวมองต่างมุม สำหรับกรณีของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ  “บก. ลายจุด” ที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาปรับ 3,000 บาท จำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอลงอาญาไว้ 1 ปี

ประเด็นที่ศาลตัดสิน ไม่มีอะไรที่เคลือบแคลงหรือก้าวล่วงเพราะกฏหมายได้บัญญัติไว้ เพราะศาลตัดสินไปตามเอกสารหรือตามสำนวน และตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ณ ปัจจุบัน

แม้ผู้ใช้อำนาจจะมาจากการรัฐประหาร แต่ก็มีนิรโทษกรรมคณะบุคคลผู้กระทำการ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) จึงถือว่ารัฐบาล คสช.อยู่ภายใต้กฎหมาย คำสั่ง คสช.จึงชอบด้วยกฎหมาย

นี่คือสิ่งที่ปฎิบัติสืบกันมา ทุกครั้งที่ประเทศมีการทำรัฐประหารได้สำเร็จ

แต่อีกด้านหนึ่ง ถ้าเราก้าวพ้นความเป็นสีเสื้อ ก้าวพ้นความเชื่อที่แตกต่าง พ้นความรักหรือเกลียด เราก็สามารถเห็นความจริงอีกด้านหนึ่ง ได้อย่างเที่ยงธรรม

จากกรณี ศาลแขวงดุสิตมีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก. ลายจุด เป็นจำเลยในคดีฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ในประเด็นฝ่าฝืนคำสั่ง หรือไม่ปฏิบัติตามนโยบาย คสช.เห็นว่า ใครก็ตามถ้าทำเช่นนี้ถือว่าผิด

ทั้งนี้นายสมบัติ เห็นว่าการที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่า คสช. ได้ยึดอำนาจสำเร็จและมีฐานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์นั้น การที่ คสช. ได้อำนาจปกครองมานั้นไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนั้น เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย จะถือว่าได้อำนาจมาโดยสำเร็จและมีฐานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ไม่ได้ และการตีความรับรองการรัฐประหารว่ามีฐานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์ โดยดูเพียงว่ามีคณะทหารกลุ่มหนึ่งใช้กำลังเข้ายึดครองและประกาศว่ายึดอำนาจสำเร็จ จะก่อให้เกิดผลแปลกประหลาดเพราะจะทำให้การปกครองแผ่นดินไม่มีความมั่นคงแน่นอน ผลัดเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย เพราะสถานะของคณะรัฐประหารมีความไม่แน่นอนว่าจะเป็นรัฏฐาธิปัตย์หรือกบฏ เพราะอาจจะเกิดการต่อต้านจนการรัฐประหารล้มเหลว

ซึ่งก็จริงเช่นกัน ถ้ามองในมุมที่นายสมบัติมอง

เพราะกฎระเบียบที่เกิดขี้นในช่วงที่มีการยึดอำนาจ ก็อาจเป็นความไม่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น เมื่อขั้นตอนแรกไม่ถูกต้อง ขั้นตอนต่อไป จะให้เชื่อว่าถูกต้องได้อย่างไร

เหตุผลเช่นนี้ อาจทำให้ผู้ศรัทธาต่อรัฐบาล คสช.ไม่พอใจ แต่มันก็จะเป็นประเด็นที่จะถูกหยิบยกมากล่าวถึง และถามหาความถูกต้อง เมื่อรัฐบาล คสช.หมดอำนาจแล้ว

ซึ่งทุกความเห็นแย้งในวันนี้ อาจถูกนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง ไม่แตกต่างกับคดี “จำนำข้าว” การขายข้าวแบบ จีทูจี รวมถึงคดีสลายการชุมนุม ฯลฯ

หลายคนอาจมองว่าทำไมไม่เปิดโอกาสให้ คสช.เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ ทำให้เกิดความปรองดองในประเทศ รวมทั้งให้โอกาสปฏิรูปการเมือง

ซึ่งบางคนก็แย้งได้ว่า ในระบอบประชาธิปไตย จะให้รัฐบาลทำงานโดยพลการไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีฝ่ายค้านในสภาไว้ตรวจสอบรัฐบาล

ในกรณีนี้การมีคนตรวจสอบหรือแข็งขืนต่ออำนาจรัฐ  ก็ไม่ต่างกับการมีฝ่ายค้านไว้คานอำนาจ ให้รัฐบาลใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะตกเป็นจำเลยเสียเอง.