Get Adobe Flash player

ประเทศ ไม่ใช่ของผู้มีอำนาจ

Font Size:

ข่าวจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560 ระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดกรอบเวลาเลือกตั้งเบื้องต้น จะเป็นช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ว่า

กกต.ก็กำหนดไป แต่ยังไม่รู้ว่ากฎหมายลูกจะเสร็จเมื่อใด เพราะต้องรอกฎหมายลูกก่อน เพราะรัฐบาลไม่ได้วางตุ๊กตา รัฐบาลตั้งไทม์ไลน์ออกมาเท่านั้นเอง ไม่ได้บอกว่าจะต้องเลือกตั้งเดือนไหน แต่ต้องยึดกฎหมายลูก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 61 แน่นอนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ถามได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบว่า ถามเพื่อประชาชนจะได้มั่นใจ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "จะไม่มั่นใจได้ยังไง ไม่มั่นใจตรงไหนทำยังไงถึงไม่มั่นใจ"

เมื่อถามว่า มีคนพูดว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าใครเป็นคนพูดก็ไปถามคนนั้น เมื่อถามว่า ทำไมถึงไม่มั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งปีหน้า พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็กฎหมายลูกยังไม่แล้วเสร็จ

เช่นเดียวกับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกันว่า ตามที่เขาพูดนับเพียงแค่ว่าเมื่อกฎหมายลูกผ่านสภาและมีผลประกาศใช้เมื่อไหร่ให้นับต่อไปอีก 5 เดือนแล้วจะมีการเลือกตั้ง แต่ถามว่ากกต.ไม่รอเวลาทูลเกล้าฯ กฎหมายหรืออย่างไร

เช่นเดียวกับที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ไม่รู้ เพราะกฎหมายยังไม่ออก จึงไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าอะไรพร้อมหรือไม่พร้อม เพราะจะต้องรู้ว่า ใครทำอะไรอย่างไร ต้องรอให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับออกมาก่อน ถึงจะบอกได้ว่า พร้อมหรือไม่พร้อม

"แต่ยืนยันว่าในส่วนของ กรธ.มีภาระต้องทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 240 วัน และเรายืนยันว่า ทำเสร็จตามกำหนดแน่นอน ส่วนนอกเหนือจากนั้น ไม่ใช่หน้าที่ของกรธ.

จากการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร นายวิษณุ และนายมีชัย ไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ ยืนยันไม่ได้ว่า จะมีการเลือกตั้งหรือไม่

โดยโยนปัญหาทั้งหมดไว้ที่กฎหมายลูก แต่กลับไม่ถามหาความรับผิดชอบของผู้ทำกฎหมายลูก

เรามองการแสดงออกในการให้สัมภาษณ์ของผู้มีอำนาจรัฐ เล่นลิ้น เหมือนเจ้าของบริษัท หรือผู้พิทักษ์กฏ เหมือนเจ้าของบ้าน ที่ประชาชนคนไทย ผู้อาศัยมีหน้าที่ต้องทำตาม ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ โดยไม่มีข้อยกเว้น

เราประชาชน ถ้ามองแบบโลกสวย แม้เชื่อว่า รัฐบาล คสช.มีความหวังดี อยากให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นในแบบที่เขาต้องการ หรือเชื่อว่าวิธีที่เขากำหนด เป็นวิธีที่ดีที่สุด

แต่บ้านเมือง ไม่ใช่ของผู้มีอำนาจทางทหาร บ้านเมืองไม่ใช่เป็นของข้าราชการประจำ แต่เป็นของประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆ

เมื่อท่านมายึดอำนาจ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนั้นคือการคืนอำนาจ ตามที่รับปากไว้ จะด้วยโร้ดแมพ หรือด้วยสัญญาสุภาพบุรุษก็ตาม

ไม่ใช่พอถึงเวลา ก็ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เยาะเย้ย หรือโกรธเกรี้ยว เมื่อถูกประชาชนเจ้าของประเทศทวงถาม

ประเทศไทย เรามีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีระบบพรรคการเมือง มีระบบตัวแทนของประชาชน ไปทำหน้าที่ในสภา เป็นรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน

แต่เพราะรัฐบาลอาจกลัวนักการเมืองเลว จึงทำลาย ปิดกั้นนักการเมืองที่ดี ที่เป็นประโยชน์ต่อชาติและประชาชน ปิดกั้นระบบพรรค ไม่รับความเห็นที่แตกต่าง

เราประชาชน อยากให้ผู้มีอำนาจทำธุระให้เสร็จ แล้วลงจากเวที ขอให้บอกให้ชัดว่าเป็นเมื่อใด อย่าเป็นศรีธนญชัย เล่นลิ้น ลับ ลวงพราง ไปวันๆ.