Get Adobe Flash player

เสียงสะท้อนที่ควรรับฟัง

Font Size:

ในการเยือนสหรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับปากกับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะมีการเลือกตั้งแน่นอนในปลายปีหน้า แต่เมือถึงเมืองไทย มาขยายความจนความหมายเดิมเปลี่ยนไป โดยบอกประชาชนว่า คำว่าเลือกตั้งก็คือการประกาศวันเลือกตั้ง จากนั้นก็ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการต่ออีกประมาณ 150 วัน ก็ยืนยันไปตามนั้นตามโรดแมป

แปลไทยเป็นไทยคือ จะเลือกตั้งกันจริงๆ ในปี 2562

เท่านั้นเอง ก็มีเสียงสะท้อนเสียงขรมจากฝ่ายการเมืองและฝ่ายประชาธิปไตย เสียงสะท้อนเป็นอย่างไร ตรงนี้สำคัญมาก

เพราะประชาชนก็ไม่ได้ฟังความข้างเดียว แต่ถ้าเป็นเหตุผลจริง เชื่อว่าทุกคนก็รับฟัง รับได้ โดยไม่ว่าจะมาจากภาคส่วนใด

อย่างเช่นที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย  ระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่พูดความจริง เรื่องการคืนอำนาจเรื่อยมา เริ่มจากขอเวลาอีกไม่นาน

จะเลือกตั้งปลายปี 58 หรืออย่างช้าต้นปี 59 พอปี 59 สัญญากับยูเอ็น ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ก็บอกว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 ฯลฯ ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยให้ความสำคัญกับคนไทยแถมหงุดหงิดทุกครั้งที่ถูกถามเรื่องการเลือกตั้ง รวมทั้งไม่เคยใส่ใจที่จะทำความชัดเจน ซึ่งสิ่งที่นายวัฒนาพูด ก็เป็นเรื่องจริง ที่ปรากฎเป็นข่าวมาตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด มองว่าที่ผ่านมารัฐบาล คสช.ก็ส่งสัญญาณในลักษณะที่ไม่มีความแน่นอนแบบนี้มาโดยตลอด ถ้าจะอยู่ต่อ ถามประชาชนหรือยัง สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันพี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบาก เศรษฐกิจฐานรากได้รับผลกระทบหนัก พืชผลการเกษตรราคาตกต่ำ ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ท่านจะแก้อย่างไร ประชาชนกว่า 70% สะท้อนผ่านโพลว่าต้องการการเลือกตั้ง เพราะหวังว่าการเลือกตั้งคือคำตอบและทางออกของปัญหา

ควรให้ความชัดเจน และความเชื่อมั่นกับประชาชนโดยการประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อนดีกว่า

จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แล้วจู่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ประกาศออกมาว่า ประมาณเดือนมิถุนายน 2561 ก็จะมีการประกาศวันเลือกตั้ง และประมาณเดือน พฤษจิกายน 2561 จะมีการเลือกตั้ง สร้างความ “เซอร์ไพรส์” ให้กับนักการเมือง และประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวสาร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

นายสุริยะใส กตะศิลา มองว่าอาจเป็นเพราะการไปรับปากกับสหรัฐ รวมทั้งกระแสกดดันจากนักการเมืองทุกพรรคการเมือง ที่ถูกเว้นวรรคมามากกว่า 3 ปี

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือประเทศไทย จะได้กลับมาสู่กระบวนการเลือกตั้ง ส่วนหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้น รัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร ก็ต่องค่อยปรับค่อยแก้ไขกันไป

ส่วนนายกฯ ถ้าจะกลับมาทำงานการเมืองอีก ก็สามารถกลับมาได้

ตรงนี้นายสามารถ แก้วมีชัย มองว่า ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมา ควรมาด้วยการตั้งพรรคการเมือง หรือไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ให้เขาเสนอชื่อเป็นนายกฯ อีกครั้ง เป็นเรื่องน่าสนับสนุน เป็นการเข้ามาตามครรลองประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แบบนั้นพล.อ.ประยุทธ์จะถือเป็นนักการเมืองที่สมบูรณ์แท้จริง ต้องชื่นชมในสปิริต ดีกว่าการเป็นนายกฯ คนนอก เป็นอีแอบให้เขาเลือกกันภายหลัง

และถ้ามาเล่นการเมืองเต็มตัวจริง เราก็ไม่ถือว่าท่านจะเป็นคู่แข่ง เพราะถือเป็นทางเลือกให้กับประชาชน การทำงาน 3 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนให้ความชื่นชมมากน้อยแค่ไหน เพราะคะแนนเสียงจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริง.