Get Adobe Flash player

ประชานิยม นำทาง

Font Size:

หนังสือพิมพ์แนวหน้า พาดหัวข่าว “ซานต้าลุงตู่! อัดงบ3.5หมื่นล.อุ้มคนจนเฟส 2 แจกเงินเพิ่ม 100-200 บาท”

อ้างอิง นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกฯ กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือระยะที่ 2 (เฟส 2) แก่ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 โดยจะมีการตั้งทีมหมอประชารัฐสุขใจ ในระดับอำเภอขึ้นมา 900 ทีม เพื่อเข้าไปวิเคราะห์ กำหนดแผนที่ชีวิต และติดตามผู้มีบัตรคนจนทั้ง 11.4 ล้านคน โดยเน้นในกลุ่มมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี อยู่ในวัยแรงงาน 5.3 ล้านราย ให้เข้าโครงการพัฒนาฯ ตนเอง

โดยคนที่เข้าโครงการ ต้องเซ็นยินยอมให้กระทรวงการคลังตรวจสอบข้อมูลการเคลื่อนไหวทางบัญชีทั้งแบงก์รัฐและเอกชนในช่วงปี 2560 - 2561 เพื่อดูว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ คนที่เข้าโครงการรับวงเงินเพิ่มเติมสำหรับซื้อของร้านธงฟ้า หากรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี รับ 100 บาทต่อเดือนจากเดิมได้ 200 บาท รวมเป็น 300 บาท และรายได้ 3 หมื่นบาทต่อปี รับ 200 บาทต่อเดือน จากเดิมได้อยู่ 300 บาทรวมเป็น 500 บาท ตั้งแต่เดือน มี.ค.- ธ.ค.61 ถ้าหากแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้ว ไม่ยอมมาอบรมตามโปรแกรมที่วางไว้ ถูกยุติการให้เงิน และเรียกคืนเงินในส่วนที่เพิ่มให้

ส่วนในกลุ่มคนที่รายได้เกิน 3 หมื่นบาทต่อปีถึง 1 แสนบาทต่อปีจะเป็นภาคสมัครใจ ต้องเข้ามาแจ้งกับทีม ปรจ.จึงได้รับเงินเพิ่ม 100 บาท ส่วนกลุ่มคนที่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทจำนวน 5.3 ล้านรายนั้นหากไม่เดินมาแจ้ง ทีม ปรจ.เข้าไปหาถึงบ้าน แต่ไม่ได้บังคับเป็นภาคสมัครใจเช่นกัน คาดว่าจะสามารถช่วยคนที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% หรือประมาณ 1 ล้านราย ให้พ้นเส้นความยากจน 3 หมื่นบาท

โดยการดำเนินการครั้งนี้ใช้งบประมาณ 3.57 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้หารือกับสำนักงบประมาณถึงจำนวนเงินดังกล่าวแล้ว สำนักงบประมาณพร้อมจัดสรรงบเพิ่มเติมในปีงบ 2561 ให้

นายพรชัย กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่บูรณาการการแก้ไขปัญหาความยากจน และความเหลื่อมล้ำจากกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบเบ็ดเสร็จ โดยมีโครงการเพื่อรองรับมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการในทุกมิติรวมกว่า 34 โครงการ จากความร่วมมือและการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐอย่างน้อย 13 หน่วยงาน โดยมี 6 กระทรวง 3 ธนาคาร 2 กองทุนและ 2 หน่วยงาน มาตรการมีหางานให้ทำ แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ฝึกอบรมอาชีพและการศึกษา คาดว่าสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อย่างน้อย 4,695,407 คน

เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงที่ใกล้กำหนดการเลือกตั้ง การทุ่มโครงการลดแหลกแจกแถมของรัฐ ดูจะหนักมือขึ้น กระทรวงทบวงกรมต่างๆ มุ่งสนองนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่

นักการเมืองที่ใช้เงินไปแจกชาวบ้านเพื่อซื้อเสียง นั่นยังเป็นเงินของตัวเอง แต่ที่ร้ายกว่าคือการใช้เงินหลวงในรูปแบบต่างๆ ไปแจกชาวบ้านเพื่อให้เกิดศรัทธากับตัวเอง ดูจะร้ายแรงกว่า

ในขณะที่การเขียนรัฐธรรมนูญ ก็เพื่อเปิดโอกาสอย่างเต็มที่ ความฝันของ “นายกคนนอก” กำลังจะเป็นจริง

สงสารแต่นักการเมืองที่เข้ามาโดยยึดโยงกับประชาชน

กลัวว่าจะสู้นักการเมือง “วิธีลัด” ไม่ได้.