Get Adobe Flash player

จับกุม ‘วิคตอเรีย ซีเครท’ เลือกปฎิบัติ-หรือข่มขู่ใคร

Font Size:

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง ได้คุมตัว ชายอายุ 67 ปี ผู้จัดการสถานบริการอาบ อบ นวด “วิคตอเรีย ซีเครท” ผู้ต้องหาที่ 1 ฐานร่วมกันเป็นธุระจัดหา กระทำผิดค้าประเวณีฯ, ร่วมกันเป็นผู้ดูแล ผู้จัดการค้าประเวณีในสถานค้าประเวณีฯ, ร่วมกันเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น โดยเป็นธุระจัดหา หรือพาไปเพื่อการอนาจาร และความผิดตาม พ.ร.บ.คนเมืองฯ รวม 4 ข้อหา

พร้อมพวกเป็นชาย อีก 4 คน ซึ่งเป็นพนักงานเชียร์แขก ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 2-5 ร่วมกันเป็นธุระจัดหา กระทำผิดค้าประเวณี ฯลฯ

มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 -26 มกราคม เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก และรอผลตรวจประวัติต้องโทษของผู้ต้องหาและอื่นๆ

โดยพนักงานสอบสวน ก็ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง เกรงจะหลบหนีซึ่งศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ขณะที่ญาติผู้ต้องหาทั้งห้า ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว แต่เมื่อศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาของข้อหา ซึ่งคดีมีอัตราโทษสูง ลักษณะกระทำผิดเป็นขบวนการมีหญิงสาวค้าประเวณีหลายสิบคน  อันเป็นภัยต่อสังคมโดยรวม ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปข่มขู่พยาน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

คดีนี้เมื่อถึงศาล ศาลท่านได้พิจารณาไปตามตัวบทกฏหมาย ผิดถูกก็ว่ากันไปตามหลักฐานพยาน

แต่สำหรับเบื้องต้น ไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นึกอะไรขึ้นมา จึงทำตัวเป็นสายลับ ดอดเข้าไปล่อซื้อ (น่าจะทำตั้งแต่ 30-40 ปีที่แล้ว)

โดยเข้าไปใช้บริการ อาบ อบ นวด มีพนักงานออกมาต้อนรับพร้อมจัดหญิงสาวบริการและตกลงราคากันเป็นที่เรียบร้อย

จึงได้ประสานส่งฝ่ายปกครองชุดจับกุมเข้าไปดำเนินการได้ “โดยละม่อม” ทั้งยังระบุว่าได้ช่วยเหลือหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยพบหญิงค้าบริการทั้งสิ้น  113 คน (ข่าวไม่ได้แจ้งว่า หญิงสาวเหล่านั้นเต็มใจให้ช่วยเหลือหรือไม่) 

ซึ่งต่อมา ดีเอสไอ ได้รับสำนวนคดีการเข้าตรวจค้นสถานบริการ อาบ อบ นวด วิคตอเรีย ซีเครท ไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว มีการประสานกับ สน.วังทองหลาง เตรียมโอนสำนวนคดี รวมทั้งพยานบุคคลพยานเอกสารทุกอย่างมาให้ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผล

แต่ในฐานะประชาชน กลับมีข้อสงสัย และแปลกใจ ในเบื้องต้นว่า จู่ๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจก็ตาม ไปจับกุม “อาบอบนวด” แห่งนี้ไปทำไม และขยายผลให้เป็นเรื่องใหญ่โต เพื่ออะไร หรือ “เพราะใครจ้องยุติบทบาทของใคร”

เพราะถ้าจะจับกันจริงๆ “โดยไม่เลือกปฏิบัติ” อาบอบนวดมีอยู่เกลื่อน คงจะจับได้เป็นร้อยเป็นพันแห่ง ถึงขนาดให้เศรษฐกิจประเทศพังไปเลยก็ยังทำได้

หรือจะให้น้องๆ ที่ให้บริการออกมาแฉว่ามีใครบ้าง ระดับใหญ่แค่ไหนที่ไปใช้บริการ เรื่องอาจใหญ่กว่านี้หลายร้อยเท่า แต่พวกน้องๆ เขามีจรรยาบรรณ คงไม่ทำ

ถ้าถามว่าค้าประเวณีผิดกฎหมายหรือไม่ ตอบได้ทันทีว่าผิดแน่นอน แต่ถามว่าตำรวจรู้ไหม เราตอบแทนกันไม่ได้ แต่ประชาชนทั่วไปเขารู้ และรู้มานานพร้อมๆ กับการเกิดอาบอบนวด ในเมืองไทย

ถ้าเป็นสมัยก่อน ตำรวจไปทลายซ่องโสเภณี เพื่อ “กดดันเจ้าของ” ชาวบ้านถือว่า “กระจอกมาก” ทำให้คนจับซวย ซวยไปถึงคนสั่ง ชีวิตไม่ก้าวหน้า แต่สมัยนี้คงไม่เหมือนสมัยก่อน

แล้วยิ่งต่อมาเมื่อ “ดีเอสไอ” รีบออกตัวว่า ไม่มีการเมืองอยู่เบื้องหลังการจับกุม แต่เป็นไปตามข้อมูลหลักฐาน ยืนยันว่าไม่มีข้อสั่งการจากใคร ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม

ก็เป็นที่เข้าใจตามนั้น.