Get Adobe Flash player

ความสง่างามทางการเมือง

Font Size:

ในมุมมองของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. กล่าวถึงข้อเสนอการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ออกไปอีก 90 วัน เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองมีความพร้อมมากขึ้นนั้น

ตนเห็นว่าความจริงแล้ว เป็นตรรกะที่แปลกมากว่า เพื่อประโยชน์พรรคการเมืองและเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม จึงต้องขยายเวลาอีก 90 วัน

หากเพื่อให้พรรคการเมืองมีเวลาเพียงพอในการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ สิ่งที่ง่ายกว่าการขยายเวลาบังคับใช้ในพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.คือ การ “ปลดล็อก” พรรคการเมือง ให้เขาสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตั้งแต่วันนี้ไม่ใช่ว่าไปสัญญาลมๆ แล้งๆว่าจะปลดล็อคในเดือนเมษายน และกำหนดให้ทำกิจกรรมต่างๆอย่างเร่งรีบ

เขามองว่า ปลดล็อกเสียวันนี้ กว่าจะถึงเมษา ก็ได้เวลาคืนมาเกือบ 3 เดือน และหากตรงไปตรงมาให้พรรคสามารถทำกิจกรรมได้ตั้งแต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 8 ตุลาคม ปีที่แล้ว ก็คงไม่ต้องวุ่นวายมากขนาดนี้

และหากต้องการทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม สิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างยิ่งคือ ไม่เข้าไปแทรกแซงในกระบวนการสรรหา กกต.ใหม่ไม่ส่งคนของตนเองเข้าไปทำหน้าที่ใน กกต.ชุดใหม่ ไม่ออกกฎกติกาที่สร้างความได้เปรียบแก่คนของตนเองหรือพรรคที่ประกาศว่าจะสนับสนุนตน

เขามองว่า นายกรัฐมนตรี จะต้องไม่ประกาศว่าพร้อมจะกลับมาใหม่หากประชาชนสนับสนุน และเลิกทำตัวเป็นนักการเมือง เดินสายหาเสียง เพราะสิ่งเหล่านี้ คือ สัญญาณที่บ่งบอกว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นยากที่จะบริสุทธิ์ยุติธรรมเพราะฝ่ายหนึ่งมีอำนาจรัฐและกลไกราชการสนับสนุน ทำให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้ง

ความเห็นของนายสมชัย ตรงกับความเห็นของหลายๆ คน ในประเด็นใช้อำนาจรัฐ และใช้เงินหลวงในการหาเสียงก่อนใคร เป็นการแย่งชิงความได้เปรียบ และเอาเปรียบทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่วิถีทางของนักประชาธิปไตย

และไม่ใช่วิถีทางของผู้ที่ประกาศตนจะปราบทุจริตคอรัปชั่น

แต่ในทางการเมือง ตัวแปรสำคัญคือประชาชน นั่นหมายความว่า ผู้ที่อยู่ในฐานะเอาเปรียบ หรือได้เปรียบ จะเป็นผู้ชนะเสมอไป

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะลงจากเวที เมื่อถึงเวลาที่รับปากเอาไว้ แล้วยุติบทบาทไป ปล่อยให้การเลือกตั้งดำเนินไป มีการจัดตั้งรัฐบาล ตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด ปล่อยให้มีรัฐบาลไป

แต่เมื่อใดก็ตามที่การเมืองมีปัญหา คนเขาก็จะไปตาม พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเอง แต่ถ้าไม่รู้จักรอ ได้แล้ว “เกมโอเวอร์แล้ว” ก็เอาอีก จะทำการใหญ่ ก็คงไม่ได้

ยิ่งถ่วงเวลาการเลือกตั้งออกไปนานเท่าใด ความนิยมของ คสช.ก็ยิ่งจะแย่ลง เสียงเรียกร้องที่ไม่เอานายกคนนอก ก็จะเพิ่มมากขึ้น 

อย่างล่าสุด กรุงเทพโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ร้อยละ 70.6 เห็นว่า นายกฯ ควรมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับแนวคิดประชาธิปไตยไทยนิยม พบว่า ประชาชนร้อยละ 29.1 เห็นว่าจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ เลย รองลงมาร้อยละ 27.9 เห็นว่าจะทำให้กลายเป็นประชาธิปไตยกึ่งรัฐบาลทหาร

ส่วนคำถามว่า จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯหรือไม่ แม้ประชาชนร้อยละ 36.8 ระบุว่าจะสนับสนุน แต่เมื่อเทียบกับการสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าผู้สนับสนุนลดลงถึงร้อยละ 16

ขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุว่าจะไม่สนับสนุน ซึ่งเพิ่มขึ้น ร้อยละ  9.2