Get Adobe Flash player

‘ยาหมอแสง’ สะท้อนอะไร

Font Size:

เมื่อครั้งที่นักร้องยอดนิยม “ตูน บอดี้แสลม” ทำโครงการ "ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาล"  ด้วยการวิ่งจากใต้สุด สู่เหนือสุดของประเทศไทย โดยเริ่มต้นทางใต้สุดแดนสยาม อ.เบตง จังหวัดยะลา ปลายทางคือเหนือสุดของแผ่นดินไทยคือ อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย    เพื่อขอรับธารน้ำใจจากคนไทยอีกครั้ง

ก่อนหน้านั้น ตูน วิ่งมาแล้ว 400 กิโลเมตร  เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในโครงการก้าวคนละก้าว ซึ่งธารน้ำใจของคนไทยครั้งนั้นรวมยอดบริจาคได้ทั้งหมด 63 ล้านบาท

คราวนี้เขาประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะมีผู้บริจาค กว่า 1,300 ล้านบาท

ท่ามกลางความชื่นชมของผู้คน และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของไทย

แต่ในมุมตรงกันข้าม ก็มีเสียงสะท้อนออกมาว่า รัฐบาลมัวทำอะไรกันอยู่ ปล่อยให้ภาคสาธารณสุข ที่ดูแลการเจ็บไข้ได้ป่วยของประชาชน ต้องอยู่กันตามยถากรรม ขาดทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ ฯลฯ จนภาคประชาชนต้องลงขันกันช่วย ในขณะที่ภาครัฐ ยังสนุกกับการซื้ออาวุธสงคราม ทั้งรถถัง เรือดำน้ำ เครื่องบินรบ ทั้งๆ เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปรบราฆ่าฟันกับใคร

ทำไมไม่แก้ปัญหาความเป็นความตายของประชาชนก่อน เช่นถ้าโครงการ 30 บาทขาดทุนจนสู้ไม่ไหว ทำไมไม่ทำโครงการพันบาท หรือโครงการหมื่นบาท สำหรับประชาชนส่วนที่สู้ไหว หรือมีโรงพยาบาลอีกส่วนหนี่ง ที่แพงกว่ารัฐ แต่ถูกกว่าเอกชน ฯลฯ ฯลฯ ที่ผ่านกระบวนการคิดมาแล้วอย่างรอบคอบ

รวมทั้งโรงพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อรองรับผู้ป่วยเฉพาะด้านไว้ล่วงหน้า

ไม่ใช่ปล่อยให้โรงพยาบาล แน่นทุกวัน ทุกเวลา จนหมอเหนื่อยแสนเหนื่อย

มีข่าวเกี่ยวกับผู้ป่วย เมื่อวันอาทิตย์ ที่จังหวัดปราจีนบุรี มีประชาชนจากทั่วสารทิศที่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง พร้อมญาติที่เดินทางไปขอรับยาสมุนไพรจาก นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ “หมอแสง” แน่นจนโรงแรมไม่พอจะรองรับ

ข่าวว่า ช่วงเย็นวันเสาร์–อาทิตย์ และต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตลอดเวลา ซึ่งมียอดผู้ป่วยมาแล้วหลายพันรายคาดว่าในสัปดาห์สุดท้ายจะมีผู้ป่วยเก่าอีก ประมาณ 2 หมื่นรายที่จะเดินทางมา

จากการที่มีผู้ป่วยมากขึ้นทุกเดือน ทำให้โรงแรม รีสอร์ทที่พักในเขตตัวเมืองปราจีนบุรีถูกจับจองจนหมด ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ ในขณะนี้ต้องรีบโทรศัพท์จองที่พักในพื้นที่จังหวัดนครนายกกันแล้ว ซึ่งคาดว่า ในช่วงต้นเดือนที่พักพื้นที่ใกล้เคียงจะถูกจองจนเต็มทุกแห่ง

ยาจำนวนไม่มากต่อ 1 คน จะรักษามะเร็งให้หายได้หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น แต่ทำไมชาวบ้านจึงต้องมาพึ่ง “ยาแจก” ของ “หมอบ้าน” ผู้ใจบุญท่านนี้

นั่นเพราะ ภาครัฐพึ่งพาไม่ได้ หรือไม่ หรือว่า ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลไทยของเรา ดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้ายัง ทำไมไม่เริ่มกันเสียตั้งแต่วันนี้

อย่าอ้างว่าไม่มีงบฯ โรงพยาบาลไม่พอ หมอไม่มี เพราะสิ่งที่ขาดเหล่านี้ รัฐ จะต้องมีวิธีที่จะหามาเพิ่ม

รัฐบาลไม่ใช่ครูประจำชั้น ที่คอยจัดระเบียบนักเรียน แต่รัฐ ต้องมีวิธีคิดอย่างชาญฉลาด เพื่อทำสิ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ให้ได้ผลและมีประสิทธิภาพ.