Get Adobe Flash player

สัญญาเมื่อสายัณห์

Font Size:

“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน   แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา เราจะทำอย่างซื่อตรง   ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา แผ่นดินจะดีในไม่ช้า  ขอคืนความสุขให้เธอ  ประชาชน”

นึ่คือเนื้อเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย ที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนได้ฟังอย่างต่อเนื่อง ใช้สื่อโทรทัศน์กรอกหูซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนคำมั่นสัญญา ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช.ที่มีต่อประชาชน ว่าจะคืนอำนาจให้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด กับสิ่งที่เรียกว่า “โร้ดแมพ”

ต่อเมื่อการทำงานในฐานะรัฐบาลที่เข้ามาครองอำนาจด้วยวิธีพิเศษ เริ่มถูกเคลือบแคลง ในประเด็นต่างๆ ดังเช่นที่ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากรัฐบาลทำงานดีมีผลงาน ประชาชนก็จะให้การสนับสนุน ทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่หากรัฐบาลทำงานไม่ดี ผลงานไม่เข้าตาประชาชน ก็จะทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง น่าจะมาจากสาเหตุสำคัญเช่น

ปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใส ซึ่งรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นระยะ จากความพยายามหาประโยชน์จากโครงการต่างๆ จนเป็นเชื้อไฟลามทุ่ง เมื่อประชาชนจับจ้องมาที่เรื่องนาฬิกา

2.ปัญหาเรื่องการสืบทอดอำนาจ ซึ่งแต่เดิม พล.อ.ประยุทธ์ แสดงตนอยู่ในสถานะกรรมการ ใช้ระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน ปรับเปลี่ยนประเทศให้ดีขึ้น แต่เมื่อมีความพยายามใช้กลไกต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาผ่านแม่น้ำ 5 สาย ประกอบกับการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รุกหนักในทางการเมืองมากขึ้น ทำให้สถานะของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทั้งกรรมการ และผู้เล่นในสนามการเมืองไปพร้อมกัน ส่งผลให้ถูกมองถึงการสืบทอดอำนาจที่ชัดเจนขึ้น

ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามามีอำนาจใหม่ๆ ได้ประกาศเรื่องการปฏิรูปประเทศ เรื่องการปรองดองของคนในชาติ แต่เวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี การปฏิรูปไม่สามารถสัมผัสได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปสังคมลดความเหลื่อมล้ำ ในขณะที่การปฏิรูปการเมืองก็มีวิธีการใหม่ในรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะตอบโจทย์เรื่องปฏิรูปการเมืองได้หรือไม่ ในขณะที่เรื่องการปรองดอง ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ทำให้ความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาหลัก ของประเทศลดลง

ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งที่ถูกเลื่อนมาตามลำดับ ก็ทำให้ความน่าเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์ ลดลง หลังจากประกาศครั้งแรก เมื่อ 31 พ.ค.57 จะใช้เวลาราว 1 ปี จะเริ่มเข้าสู่การเลือกตั้ง

จากนั้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ.58 ประกาศที่ประเทศญี่ปุ่นว่า เตรียมแผนการเลือกตั้งสิ้นปี 58 หรือต้นปี 59

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.58 พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวระหว่างการหารือกับเลขาธิการสหประชาชาติว่า คาดว่าจะประกาศเลือกตั้งกลางปี 60

และเมื่อเดินทางไปพบ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ประกาศอีกครั้งว่า จะเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 จนมาถึงการใช้กลไกแม่น้ำ 5 สาย คือ สนช.ขยายเวลาบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน ทำให้กำหนดวันเลือกตั้ง จะอยู่ที่ประมาณเดือน ก.พ.62 ซึ่งมองว่า การเลื่อนการเลือกตั้งมาตามลำดับ

ส่วนประเด็นการแก้ไขเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่ถึงแม้รัฐบาลจะระบุว่า เศรษฐกิจโดยรวมดี แต่ความจริงนั้น เศรษฐกิจยังฝืดเคือง

กล่าวโดยสรุป รัฐบาลไม่ได้บริหารประเทศตามที่สัญญาไว้กับประชาชน

จากเนื้อเพลง เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน กลายเป็นเพลง    จากปากช่องมา เจ้าลืมสัญญา สองเราเมื่อสายัณห์

 แล้วจบลงที่ วิมานพี่ล่ม ลืมสัญญา เมื่อสายัณห์.