Get Adobe Flash player

กี่หมื่นชื่อก็ไม่ลาออก

Font Size:

กรณีที่ นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นำรายชื่อประชาชนที่รวบรวมตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2561 จำนวน  80,018 รายชื่อ ยื่นต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง จากกรณีไม่ชี้แจงนาฬิกาในบัญชีทรัพย์สินราคากว่า 30  ล้านบาท

นางทิชา กล่าวว่า กรณีนี้ทำให้ประชาชนจำนวนมากยอมรับไม่ได้ เพราะ ป.ป.ช.ทำหน้าที่เหมือนผงฟอกขาวให้ พล.อ.ประวิตร และสร้างความไม่มั่นใจในการทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง  รวมถึงหมดความไว้วางใจ เช่น คำกล่าวที่ว่าถ้านาฬิกายืมมาไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน หากนี่เป็นบรรทัดฐานที่ถูกวางไว้จริง ต่อไปนี้จะเป็นช่องทางที่เอื้อให้นักการเมืองระดับสูง และข้าราชการจะใช้ช่องทางนี้ต่อไป เป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง

นางทิชา ได้ยกเอาคำพูดของนายกฯ ในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล วันที่ 9 ธันวาคม 2560 บอกว่า “คนไทยไม่ทนต่อการโกง” เป็นคำพูดที่นายกฯ พูดเอง คนไทยและตนเชื่อว่าต้องเป็นคำพูดที่ศักดิ์สิทธิ์ และถ้าคำพูดนี้ไม่ศักดิ์สิทธิ์ แสดงว่าผู้นำประเทศไทยไว้วางใจไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว

และนายกฯ ยังขอร้องให้คนไทยลดราวาศอกลงบ้าง ทั้งหมดเป็นความรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อผู้นำ จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมา เพื่อยืนยันในฐานะผู้เสียภาษี สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาเป็นความไม่เชื่อมั่นอย่างรุนแรง แต่เราไม่มีพื้นที่อภิปรายในสภาอันศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องใช้ช่องทางทางนี้เพื่อส่งเสียงไปถึงนายกฯ ช่วยแก้ปัญหาประเทศนี้ให้ประชาชนสามารถไว้วางใจได้ หรือกอบกู้คืนมาให้กับพวกเราด้วย

นางทิชากล่าวว่า เสียงของคน 8 หมื่นคน อาจเป็นแค่เสียงนกเสียงกาในความหมายของรัฐบาล แต่เมื่อใดที่รัฐทำเช่นนี้ ลางแห่งหายนะก็จะมาเช่นกัน ไม่มีประวัติศาสตร์หน้าไหนบอกว่า เมื่อรัฐไม่ฟังเสียงประชาชนจะยังเข้มแข็งต่อไปได้

ในกรณีเสียงสะท้อนของประชาชน ก็เชื่อได้ว่าคงไม่ผลอะไรในการกดดันรัฐบาล หรือทำให้ พล.อ.ประวิตร ลาออก

 เพราะล่าสุด แม้แต่ นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ให้ พล.อ.ประวิตร ที่ครบกำหนดชี้แจงในวันที่ 15 กุมภาพันธ์  เลื่อนการชี้แจงข้อมูลนาฬิกา 25 เรือน เพิ่มเติมออกไปเป็นครั้งที่ 3 โดยระบุว่า พล.อ.ประวิตร ได้ส่งหนังสือขอขยายเวลาในการชี้แจงออกไปอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่ายังติดปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง และมีเอกสารที่เกี่ยวข้องหลายอย่างที่ต้องรวบรวมนำมาเป็นหลักฐานเพิ่มเติม

จึงขอขยายเวลาออกไปอีก 15 วัน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของ ป.ป.ช. ทำให้ ป.ป.ช.ไม่สามารถตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูดังกล่าวได้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.พ.นี้ตามที่เคยบอกไว้ได้

ย่อมสะท้อนให้เห็นถึง “อำนาจ” ล้นฟ้าของ “พี่ใหญ่” ที่แม้แต่ ป.ป.ช. ก็ไม่อาจปฎิเสธ

 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า นางทิชา และ เสียงของประชาชน 8 หมื่นคนจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เพราะความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก็เกิดแล้ว รอเพียงขั้วอำนาจถ้ามีการเปลี่ยนแปลง ความชัดเจนก็จะปรากฏ กฎหมายก็จะได้ทำหน้าที่ ทุกอย่างอยู่ที่เวลา โดยไม่มีใครสามารถหนีพ้น.