Get Adobe Flash player

คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

Font Size:

เคยมีคดีของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่ามีรายการหนี้สินกู้ยืมเงิน 45 ล้านบาท จากบริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โดยแสดงสำเนา “สัญญากู้ยืม” 3 ฉบับไว้เป็นหลักฐาน          

คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าเป็นการกู้เท็จ ไม่เชื่อว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง

จนคดีเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2543 ว่า พล.ต.สนั่น มีความผิด ฐานจงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 295 ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

จากการถูกดำเนินคดีทางการเมืองดังกล่าว ทำให้ พล.ต.สนั่น ต้องลาออกจากตำแหน่ง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นมายาวนานถึง 13 ปี     

คดีที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ถูก ป.ป.ช ตรวจสอบและชี้มูลว่า ได้ปกปิดไม่แจ้งทรัพย์สิน ตอนที่เข้าไปเป็นบอร์ดขององค์การคลังสินค้าหลายรายการ ทั้งบัญชีเงินฝาก เงินลงทุน และที่ดิน ซึ่งแม้เจ้าตัวจะชี้แจงด้วยสารพัดเหตุผล เช่น หลงลืม มีทรัพย์สินมาก จำไม่หมด มีปัญหาครอบครัว หรือกระทั่งน้ำท่วม แต่ ป.ป.ช. ก็หาพยานหลักฐานมาโต้แย้งได้หมด

ท้ายสุด ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า มีเพียงคำอ้างว่า “น้ำท่วม” เท่านั้นที่พอฟังขึ้น ให้จำคุก พล.อ.เสถียร 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกเปลี่ยนเป็นรอการลงโทษ 1 ปี และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

ล่าสุดมีข่าว รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดีพร้อมองค์คณะผู้พิพากษา รวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีครั้งแรก เพื่อสอบคำให้การจำเลย ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.หรือนายพงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) อายุ 64 ปี จงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดทรัพย์สินฯ ที่ต้องยื่นต่อป.ป.ช. ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันแลปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 39, 40 ขณะเข้าดำรงตำแหน่งผบช.ก.เมื่อปี 2555

ศาลพิเคราะห์คำร้องของ ป.ป.ช.และเอกสารประกอบคำร้องแล้ว เห็นว่า

คำชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเหตุผลให้รับฟัง พฤติการณ์บ่งชี้ว่าไม่ใส่ใจ ยื่นบัญชีทรัพย์สินดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด ซึ่งการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นหน้าที่สำคัญของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้มีข้อมูลไว้ตรวจสอบตลอดการดำรงตำแหน่งว่ามีทรัพย์สินที่เพิ่มผิดปกติหรือไม่ จึงฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จต่อป.ป.ช.

องค์คณะฯ จึงพิพากษาว่า "นายพงศ์พัฒน์" ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

จึงให้จำคุก 2 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม คงจำคุก 1 เดือน

การแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีความสำคัญที่ไม่มีผู้ใดที่ดำรงตำแหน่ง ตามที่ระบุไว้ ไม่อาจละเมิดได้ หรือแม้แต่ ป.ป.ช.เอง ก็ไม่อาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ได้

ในกรณีครอบครองนาฬิการาคาแพงอย่างน้อย 25 เรือน ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยไม่แสดงในบัญชี จึงเป็นเรื่องยากที่จะปฎิเสธความรับผิดชอบ.