Get Adobe Flash player

ทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้

Font Size:

คอรัปชั่น ยังเป็นสิ่งที่แพร่ระบาดในสังคมไทย ล่าสุด พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. แจ้งความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ จากการตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 37 จังหวัด ขณะนี้พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตถึง 24 จังหวัด

ระหว่างเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้รับเบาะแสข้อมูลต่างๆ จากประชาชน พบเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งผู้ที่ยังรับราชการและนอกราชการเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมทั้งน่าจะมีคนนอกศูนย์ฯ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการ

ยังมีข้อสงสัยอีกว่า เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ หรือปลัดหรือรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ อีกสักระยะหนึ่ง ก็คงจะได้คำตอบ

ป.ป.ท.แจ้งว่า กำลังเร่งตรวจสอบเรื่องการทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งทั่วประเทศ 76 แห่ง ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม ศกนี้ รวมถึงได้รับข้อมูลว่ามีการทุจริตการใช้เงินงบประมาณของนิคมสร้างตนเองด้วย

ข่าวนี้น่ากลัวมาก ตรงที่คนของรัฐจำนวนมากไม่เคารพต่อวิชาชีพตนเอง ไม่มีสำนึกรับผิดชอบ ไม่สนใจว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับใคร ลำบากยากไร้แค่ไหน มีโอกาสโกงได้ ก็โกงทันที เป็นความชั่วร้ายที่ไม่อาจละเลยได้ และควรได้รับโทษสถานหนักทั้งทางแพ่งและอาญา

ประเด็นที่สำคัญไม่อาจมองข้าม คือความพิการของระบบการบริหารจัดการของรัฐ เมื่อปล่อยงบประมาณออกมาก็หละหลวม ขาดการตรวจสอบ เปิดโอกาสให้ผู้รับนโยบายหาโอกาสฉ้อฉลอย่างสบาย

ถ้านักศึกษาไม่ไปฝึกงาน แล้วไปพบเข้า ก็คงจะเอางบประมาณมากินกันเปรม

ข่าวระบุว่า น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไปฝึกงาน เห็นความไม่ชอบมาพากล ก็ไปทักท้วงผู้ที่รับผิดชอบในองค์กร แล้วกลับมาแจ้งให้อาจารย์ทราบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แทนที่อาจารย์จะช่วยให้เกิดความถูกต้อง และภูมิใจในตัวลูกศิษย์ โมโหนักศึกษาที่ไม่น่าไปหาเรื่อง แล้วยังให้นักศึกษาไปกราบขอโทษหัวหน้าหน่วยงานที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต

เท่ากับอาจารย์ ก็ไม่มีสำนึกในความถูกต้อง เห็นการทุจริต เป็นเรื่องธุระไม่ใช่ ไม่อยากมีเรื่อง ไม่อยากเข้าไปยุ่ง

เรืองนี้จึงเกิดความเสียหาย และไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี

ร้อนถึง ทางคณะได้เชิญให้ตัวแทนคณาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ่านแถลงการณ์จากคณะ   เนื้อหาส่วนใหญ่ยืนยันเรื่องการสนับสนุนการเปิดเผยทุจริตคอร์รัปชัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ลุกลามไปเป็นเรื่องระดับชาติ แทบจะเรียกได้ว่า ตรวจที่ใดก็แทบจะพบที่นั่น สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของการสร้างสำนึกของข้าราชการ ให้อยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาล ในการดำเนินการเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น

สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในระบบตรวจสอบ ที่อาจจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกงบประมาณ

ถ้าทำได้เช่นนี้ คุกก็คงไม่พอขัง.