Get Adobe Flash player

ว่าที่นายกฯคนนอกปลดกกต.

Font Size:

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้กรรมการการเลือกตั้งยุติการอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร พ้นจากตำแหน่ง กกต. โดยระบุเหตุผลว่า "ได้มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในกรณีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความเห็นของตน เกี่ยวกับกระบวนการและกําหนดการการเลือกตั้ง ด้วยถ้อยคําที่ไม่สมควรในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความสับสน อันจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและการจัดการการเลือกตั้งให้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี "

ประเด็นนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กว้างขวาง นายวีระ สมความคิด แสดงความเห็นว่า กกต.สมชัย พยายามทำหน้าที่รักษาประโยชน์ให้ส่วนรวม โดยเฉพาะไม่ยอมให้เผด็จการทหารเสียของเอา กกต. ไปรับใช้ทางการเมือง

ตนบอกแล้วเผด็จการ ต้องการสืบทอดอำนาจจึงทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้เปรียบมากที่สุด ถึงเวลานี้อาจไม่ใช่แค่เลื่อนเลือกตั้ง แต่อาจล้มเลือกตั้งเลยก็ได้ เผด็จการทหารเสียของ ไม่จดจำบทเรียน

ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ใช้มาตรา 44 ปลดนายสมชัย ว่า ไม่เชื่อว่าสาเหตุที่พล.อ.ประยุทธ์ สั่งปลดนายสมชัย เพราะเป็นห่วงเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน หากย้อนดูพฤติกรรมของรัฐบาลที่ผ่านมา จะเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ใส่ใจเรื่องหลักผลประโยชน์ทับซ้อน หรือหลักผลประโยชน์ขัดกัน มิเช่นนั้นคงไม่เอานายทุนรายใหญ่ไม่กี่รายที่ทำธุรกิจแบบผูกขาด มานั่งกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศร่วมกับรัฐบาล ทั้งที่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและจะทำให้เอกชนรายย่อยเสียเปรียบ   

"ที่อ้างว่านายสมชัยมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั้น อยากถามว่าคนข้างตัวท่านที่อ้างว่ายืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ 25 เรือน แบบนี้มีพฤติกรรมเหมาะสมนักหรือ พล.อ.ประยุทธ์ คงลืมดูตัวเองว่า เป็นทั้งหัวหน้า คสช. เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี รับเงินเดือนหลายๆ ทางเช่นกัน โดยไม่คำนึงถึงหลักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ แถมตอนนี้ เป็นนายกฯ อยู่ แต่ก็ใช้งบประมาณแผ่นดินโปรยเงินผ่านนโยบายประชานิยมหาเสียงล่วงหน้า เพราะไม่ปฎิเสธว่าตัวเองก็อยากเป็นนายกฯคนนอก

สาเหตุหลักที่นายสมชัยถูกปลด น่าจะเป็นเพราะกล้าวิจารณ์รัฐบาลแบบตรงไปตรงมา และรัฐบาลสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้อีกต่อไปมากกว่า เพราะในคำสั่งเดียวกัน แม้แต่กรรมการที่ขาดคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ยังใช้อำนาจต่ออายุให้ทำงานได้เลย สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เป็นคนที่มีหลักการอะไรทั้งนั้น ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรเที่ยวชี้นิ้วด่ากราดคนอื่น โดยลืมดูตัวเองว่าอีก 4 นิ้วที่เหลือนั้นกำลังชี้เข้าหาตัวพล.อ.ประยุทธ์ เอง

แถมตอนนี้ เป็นนายกฯ อยู่ แต่ก็ใช้งบประมาณแผ่นดินโปรยเงินผ่านนโยบายประชานิยมหาเสียงล่วงหน้า เพราะไม่ปฎิเสธว่าตัวเองก็อยากเป็นนายกฯคนนอก หนำซ้ำพอมีคนออกมาขับไล่ก็ไม่สะทกสะท้าน แถมยังใช้อำนาจในฐานะหัวหน้า คสช. ส่งทหารไปแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้ที่วิจารณ์รัฐบาลอีกต่างหาก

ที่แย่กว่านั้น คือ ลิ่วล้อของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เอาอย่างท่านหมด โดยถ่างขานั่งทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีและเก้าอี้ผู้บริหารในกระทรวงที่เคยสังกัดอยู่  รับเงินเดือนสองทางสามทาง" ร.ท.หญิงสุณิสา ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าคณะ คสช.หรือนายกรัฐมนตรี การใช่มาตรา 44 ย่อมทำได้

แต่กรณีนี้ออกจะชอบกลอยู่พอสมควร ในฐานะของนายกฯ ที่เสนอตัวที่จะรับตำแหน่งนี้อีกครั้งในฐานะ นายกฯ คนนอก

การที่อำนาจรัฐ เข้ามาครอบงำอำนาจของ กกต.จึงเป็นความหมิ่นเหม่ การเข้าไปปลด กกต.ผู้เป็นองค์กรที่กำลังจะดำเนินการเลือกตั้ง เหมือนจงใจแสดงให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่เหนือกว่า ดูคล้ายๆ กับกรณี ป.ป.ช. กับ กรณีนาฬิกาหรู ที่ผู้ถูกตรวจสอบอยู่เหนือผู้ตรวจสอบ.