Get Adobe Flash player

กม.ไม่ใช่เครื่องมือฝ่ายอำนาจ

Font Size:

หากติดตามข่าวด้วยใจที่เป็นธรรม จะเห็นว่า “ศาลไทย” มีความเป็นธรรมในระดับที่นานาชาติเชื่อถือ

เช่นเดียวกับ กฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายที่ดี แต่การบังคับใช้กฎหมาย ในขั้นตอนก่อนถึงศาล ยังคงมีปัญหา “สองมาตรฐาน” ของเจ้าหน้าที่รัฐ ระหว่างคนรวยกับคนจน ระหว่างผู้มีอำนาจ กับผู้ไร้อำนาจ หรือบางทีก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองก็มีให้เห็นอยู่เสมอ

ดังเช่น กรณีล่าสัตว์ ฆ่าเสือดำ ที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ที่พบว่าผู้กระทำความผิดเป็นถึง ซีอีโอของบริษันใหญ่ระดับนานาชาติ คดีที่ง่าย มีหลักฐานชัดเจน ที่เรียกว่า “จับได้คาหนังคาเขา” พร้อมของกลาง กลายเป็นคดีที่ยาก และส่อเค้าว่าจำเลยอาจพ้นผิด เพราะสำนวนอ่อน ที่เกิดจากการกระทำของผู้ถือกฎหมาย

กรณีนาฬิกาหรู 25 เรือน แหวนเพชร มูลค่าหลายล้านบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ที่ไม่ได้แจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อคณะกรรมการป.ป.ช.

ประเด็นนี้ง่าย มีหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน ในช่วงเวลาต่างกรรมต่างวาระ มีผู้เชี่ยวชาญกี่ยวกับนาฬิการาคาแพง นำไปตรวจสอบ จนสามารถบ่งบอกว่า นาฬิกายี่ห้ออะไร รุ่นไหน แต่ละเรือนราคาเท่าใด แต่ดูเหมือนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ยังคงมะงุมมะงาหรา ไปไม่ถึงไหน

มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที 29 มี.ค. โดยมีวาระให้คณะทำงาน แสวงหาข้อเท็จจริงกรณีครอบครองนาฬิกาหรูและแหวนเพชร ของพล.อ.ประวิตร แค่เริ่มต้นก็ส่อเค้า เมื่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ได้ขอถอนตัวจากการร่วมประชุม

ซึ่งในความเป็นจริง ประธาน ป.ป.ช.คือผู้รับผิดชอบโดยตรง ไม่สามารถเลือกปฏิบัติ ซึ่งหากทำงานไม่ได้ ก็ควรลาออกไปเสีย

หาไม่แล้ว ป.ป.ช.ที่เคยมีชื่อเสียง ก็กลายเป็นองค์กรอ่อนปวกเปียก สูญสิ้นความน่าเชื่อถือ

ปล่อยให้กรรมการป.ป.ช.ที่อาวุโสกว่าคนอื่น ทำหน้าที่ประธานในการพิจารณา ในที่สุดที่ประชุมได้ให้ความเห็นว่า ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะรายละเอียดของนาฬิกาหรูแบรนด์ต่างประเทศ ที่จะต้องมีหมายเลขประจำเครื่องนาฬิกา (ซีเรียล นัมเบอร์) ให้ครบทั้ง 22 เรือน ซึ่งที่ประชุมได้ให้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงไปหาข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาเรือนนั้นๆ 

และไม่จำเป็นจะต้องเชิญตัว พล.อ.ประวิตร มาให้ถ้อยคำด้วยตัวเอง ส่วนแหวนที่มีมูลค่าไม่ถึง 2 แสนบาทจึงไม่จำเป็นต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องยื่นต่อป.ป.ช.

ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้กฎหมายได้อย่างชัดเจน

ยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้กฎหมายเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง เช่นกรณีของ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และนายวศิน พรหมณี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คดีแจกเอกสารไม่รับร่างรธน.ร่วมกันก่อความวุ่นวายฯลฯ

พวกเขาถูกดำเนินคดี สูญเสียอิสระภาพ แต่เมื่อถึงศาล ศาลจังหวัดภูเขียวพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากเนื้อหาในเอกสารที่แจกไม่เป็นการปลุกระดม เป็นการใช้สิทธิ์ตามมาตรา7 ของ พ.ร.บ.ประชามติ

เป็นการชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้กฎหมายมีความบกพร่อง สมควรจะถูกฟ้องในคดีแพ่งด้วยซ้ำ ในขณะที่กระบวนการยุติธรรม ยังเป็นที่พึ่งที่เที่ยงธรรม ไม่โอนอ่อนไปกับฝ่ายอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ในคดีทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นก่อนถึงกระบวนการของศาล การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ย่อมอยู่ในสายตาประชาชน ที่สามารถพิเคราะห์ได้ว่า อะไรคือผิด อะไรคือถูก ซึ่งประชาชนได้ตัดสินไปเรียบร้อยแล้ว

แม้จะลงโทษผู้มีอำนาจที่กระทำความผิดในวันนี้ไม่ได้ แต่วันหน้า คนทำผิดจะต้องถูกลงโทษ ส่วนผู้ไร้อำนาจที่ไม่ได้ทำความผิด ก็จะได้รับความคุ้มครอง.