Get Adobe Flash player

การเมืองสะอาดของ‘ประยุทธ์’

Font Size:

ภายหลังจาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาประกาศความชัดเจน เกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองและการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ก็มีข่าวขบวนการ “ดูด” นักการเมือง มาเป็นระยะๆ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงกระแสข่าวดังกล่าว เรื่องการดึงพรรคพลังชลมาก่อนหน้านี้แล้ว ยังได้ยินเรื่องกระบวนการของคนที่มีอำนาจรัฐจะมาเล่นการเมือง ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. แต่อาจใช้สถานะตรงนั้น ในการติดต่อภาคธุรกิจ เพื่อส่งสัญญาณว่าไม่ให้ไปสนับสนุนพรรคการเมืองใด ซึ่งคิดว่า การกระทำลักษณะดังกล่าวไม่ต่างจากหลายระบอบที่เราต้องต่อสู้ในอดีต และคิดว่า ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ต้องการให้ผู้มีอำนาจขณะนี้ยุ่งกับการเมือง หรือมีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้งต่อไป

มีการเสนอตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี ยังเสนอให้หลายคน หลายพรรค เสนอตำแหน่ง ไม่ใช่เพียงตระกูลสะสมทรัพย์ และคิดว่า เป้าหมายของพรรคนี้จะต้องได้รับเสียงพอสมควรในการทำงานในสภา อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 25 เสียง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการทาบทามอดีต ส.ส.เข้าร่วมพรรการเมืองในช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะไม่อยู่พรรคเพื่อไทยว่า เดิมทีนายสมศักดิ์ อยู่กับพรรคภูมิใจไทย แล้วมาอยู่พรรคเพื่อไทย ดังนั้น การที่นายสมศักดิ์ จะไม่ได้อยู่พรรคเพื่อไทย ก็เพราะไม่ได้อยู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ก็เคารพการตัดสินใจของทุกคน เชื่อว่า 4 ปีมานี้ ทำให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้บริหารประเทศได้ดี

สำหรับตน ได้มีบิ๊กทหาร ติดต่อทาบทามขอให้ตนย้ายจากพรรคเพื่อไทย ไปอยู่พรรคการเมืองใหม่ เพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ตนจะไปช่วยงานได้อย่างไร ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความรังเกียจเสมอมา พล.อ.ประยุทธ์ เคยด่านักการเมืองไว้อย่างไรบ้าง เมื่อเห็นว่านักการเมืองเลว และไม่ต้องการให้นักการเมืองหน้าเดิมเข้ามา ดังนั้นอยากถามว่า คนที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินสายดูดนั้น มีคุณภาพที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นสมควรแล้วหรือไม่

จึงกังวลว่า ทุกอย่างจะกลับไปซ้ำรอยเดิมอีก เกมการเมืองที่ คสช. กำลังเดินหน้าอยู่นี้ ยังสงสัยอยู่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมีความสามารถควบคุมนักการเมืองที่ดูดไปอยู่ด้วยได้อย่างไร

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม  กล่าวว่า ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เรื่องการดูดหรือดึงตัว ส.ส.ย่อมมีพอสมควร แต่ขณะนี้ตนได้รับการสะท้อนจากอดีต ส.ส.บางพื้นที่ของพรรค ว่ามีการส่งสายซึ่งมาจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ข้าราชการ บุคคลในแวดวงการเมือง และผู้ที่มีความใกล้ชิดกับอดีต ส.ส. มาเกลี้ยกล่อมและทาบทามให้ไปร่วมงานด้วย โดยไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องตัดสินใจเมื่อใด แต่บางคนถูกกดดันหนัก มีการหยิบยกเรื่องธุรกิจ รวมถึงเรื่องคดีความ อาทิ เรื่องพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมมาเป็นเงื่อนไขในการพูดคุย

หลายฝ่ายมองพฤติกรรมการดูด “นักการเมือง” มาอยู่ในสังกัดคราวนี้ เป็นไปหลายรูปแบบ ทั้งเสนอผลประโยชน์ ด้วยการให้ตำแหน่งหน้าที่ และอื่นๆ รวมถึงการต่อรอง จนนักการเมืองบางคนอาจต้องจำยอม เพื่อความอยู่ปกติสุขของครองครัว

นักการเมืองบางคนเคยมีปัญหา เป็นปมที่เรียกว่า “จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด ก็ต้องโอนอ่อนผ่อนตามฝ่ายอำนาจ ทั้งที่รู้ว่า โอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งภายใต้พรรคใหม่ ยากเสียยิ่งกว่าพรรคเก่า แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นไป

การปฏิรูปประเทศ ความหวังที่จะเห็นการเมืองสะอาด เป็นไปไม่ได้ พราะแค่เริ่มต้นก็มีสัญญาณที่ไม่เป็นธรรมบนเวทีการเมือง

เพียงเพราะอำนาจจนต้องทำทุกวิถีทาง แต่ท่านมั่นใจแล้วหรือว่าจะมีความสุขภายใต้อำนาจนั้น เพราะจะได้แค่บทเรียน ที่อาจต้องจดจำไปชั่วชีวิต

ขณะที่ทุกอย่าง สายไปหมดแล้ว.