Get Adobe Flash player

ลงท้ายก็พลังดูด

Font Size:

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังสนุกสนานกับการเดืนสายที่ยืนยันว่าไม่ได้หาเสียง พบปะประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ณ สนามกีฬาอารีน่า อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชาชนมาร่วมงานประมาณ 30,000 คน จากความสามารถของคนสำคัญในพื้นที่ ในการ “ชักชวนคน” มาร่วมงาน

นายกรัฐมนตรียังได้ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก สนามที่ 15 รายการ PTT Thailand Grand Prix ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตและร่วมรับประทานอาหาร

วันเดียวกัน ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บริเวณด่าน

พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมร้องเพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย ร่วมกับตัวแทนชาวบ้านและคณะกรรมการพัฒนาสตรีกาบเชิง ที่สวมชุดพื้นเมืองมาต้อนรับประมาณ 150 คน ซึ่งชาวบ้านบางส่วนได้นำกระดาษที่มีเนื้อเพลงหรือนำมือถือที่มีเนื้อเพลงขึ้นมาอ่านและร้องตาม เนื่องจากยังจำเนื้อเพลงดังกล่าวไม่ได้

โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า เพลงของตนมี 6 เพลงขอให้ร้องให้ได้ เพราะเป็นเพลงของพวกเราทุกคนที่ตนเขียนขึ้นมา โดยทั้งหมดออกมาจากหัวใจ ไม่ได้ทำให้ทุกคนรักตน แต่ต้องการให้รักประเทศชาติ ซึ่งตนก็ทำเพื่อประเทศชาติ แต่ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลไม่ได้มาเรื่องการเมืองแต่มาเพื่อช่วยประชาชน ร่วมกันพัฒนาประเทศ และขอให้เชื่อตนว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง ใช้เวลาอีกไม่นานก็จะดีขึ้น โดยต้องใช้เวลาในการปฏิรูป เพื่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งก่อนตายเราต้องทำให้ทุกอย่างดีขึ้นให้ได้ ผมมาด้วยหัวใจ ไม่ได้มาเพื่อให้ทุกคนรัก เพราะผมรักทุกคนอยู่แล้วฯลฯ

การลงพื้นที่ของนายกฯ ผู้ที่พยายามจะเป็นนายกฯ อีกสมัยด้วยการที่ไม่ต้องเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่หมิ่นเหม่ แม้มือกฎหมายของคสช.จะมองว่าไม่เห็นผิดอะไร ใครๆ เขาก็ทำกัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้มองได้ว่า นายกฯ กำลังใช้ตำแหน่งหน้าที่ และใช้เงินของรัฐหว่านลงพื้นที่เพื่อชัยชนะของตนเอง

ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่ยังติดอยู่ในล็อคที่ไม่ได้ปลด พรรคต่างๆ ไม่สามารถที่จะประชุมพรรค หรือจัดกิจกรรมใดๆ ได้ แม้แต่สมาชิกก็ต้องถูกรีเซ็ทใหม่ทั้งหมด

การแสวงหาความใด้เปรียบ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีเอง ก็ดูจะมั่นใจในการทำงานการเมือง จนแทบมั่นใจได้ว่าจะสามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกสมัย

เราเห็นว่า แนวทางที่นายกฯ กำลังก้าวเดิน ไม่น่าที่จะถูกต้อง ซึ่งเราในฐานะประชาชน อยากเห็นการเมืองที่สะอาด แต่การเอารัดเอาเปรียบก็เกิดขึ้นจนได้

บางคนมองว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเดินสาย จะดูดนักการเมืองที่เชื่อว่าจะเป็นกระบอกเสียงให้ตน แต่ท้ายที่สุดการตัดสินใจยังคงอยู่ที่ประชาชน ที่อาจไม่เลือกนักการเมือง “สายดูด”

แต่เรากลับมองว่า การเลือกตั้งยังคงเป็นระบบจัดตั้ง ที่ผู้มีอิทธิพลจากท้องถิ่น ก็ยังคงเป็นผู้กำหนด สามารถเกณฑ์คน มาทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการให้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง โอกาสที่นายกประยุทธ์จะเป็นนายกอีกรอบ จึงเป็นไปได้ไม่ยาก

ถ้าการเมือง ยังคงเป็นแบบนี้ก็น่าละอาย.