Get Adobe Flash player

มหาเธร์ กับชาวมาเลเซีย

Font Size:

เคยมีข่าวๆ หนึ่ง ระบุว่าที่ดินของประเทศไทย อยู่ในมือต่างชาติกว่า 100 ล้านไร่ สิงคโปร์ถือครองมากที่สุด หวั่นอนาคตลูกหลานเป็นแค่แรงงาน

เคยมีการสัมมนา “นิติกรรมอำพราง : ต่างชาติกับการถือครองที่ดิน”  พบว่า  ที่ดินกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ หรือคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 100 ล้านไร่ กำลังตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติ ทำให้เห็นว่า เป็นการแย่งดินแดนโดยใช้ระบบเศรษฐกิจ รวมถึงช่องโหว่ของกฎหมาย และทำนิติกรรมอำพรางหรือนอมินีโดยคนต่างด้าว

โดยใช้วิธีหลากหลายรูปแบบทั้งการสมรสกับคนไทย  หรือตั้งบริษัทไทย และแปลงสภาพจากสัดส่วนการถือหุ้น แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดให้คนต่างด้าวถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49  แต่ในทางกลับกันกลับพบว่า ร้อยละ 51 ต่างถือครองในลักษณะนอมินีแทบทั้งสิ้น

ฝ่ายปกครองบางคน ก็สนับสนุนให้ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่ภาคกลาง  มีการตีตราสัญลักษณ์เป็นภาษาตะวันออกกลางทั้งหมด ปลูกพื้นไร่บ้านเราบนที่ดินเราแต่ผลผลิตส่งกลับประเทศของเขา และคนไทยจะเป็นเพียงแรงงานเท่านั้น

ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศ จะไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่พักสุดหรู "ฟอเรสต์ซิตี" มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะถมเกาะ สร้างเป็นเมืองใหม่ในรัฐยะโฮร์ ซึ่งเป้าหมายเดิมของโครงการคือการดึงดูดเศรษฐีชาวจีน แต่คนท้องถิ่นกลับไม่มีปัญญาซื้อ

โครงการอสังหาริมทรัพย์นี้ ผุดขึ้นในสมัยของนายกฯ คนก่อน ที่มุ่งหวังเงินลงทุนจากจีน แต่หลังจากที่ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น

ในการแถลงข่าว เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 นายกฯ มหาเธร์ประกาศชัดเจนแล้วว่า โครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการนี้จะไม่สามารถขายให้คนต่างชาติได้ ท่านยืนยันว่า โครงการนี้สร้างเพื่อชาวต่างชาติ ไม่ได้สร้างเพื่อชาวมาเลเซีย อีกทั้งราคาคอนโดฯ สูงเกินกว่าที่ชาวมาเลเซียส่วนใหญ่จะเข้าซื้อได้

รัฐบาลจะไม่ยอมออกวีซ่าระยะยาวให้ชาวต่างชาติที่มาซื้อที่อยู่อาศัย เพราะถ้าเรายอมให้คนจีน 3 ล้านคนเข้ามาอยู่ในประเทศ ที่มีประชากรไม่ถึง 30 ล้านคน ก็จะเป็นชุมชนชาวต่างชาติที่ใหญ่สุดของมาเลเซีย เหมือนเราตกเป็นอาณานิคมของจีนในมาเลซีย อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา

พวกเขาเป็นคนที่ทำงานหนัก เฉลียวฉลาด และมีความรู้ดีมากเรื่องการทำธุรกิจและประสบผลสำเร็จ แล้วพวกเราจะแข่งกับพวกเขาได้หรือ

เราต้องยอมรับจุดอ่อนของพวกเรา และจะต้องปกป้องพวกเรากันเอง จนกว่าเรามีความสามารถพอจะแข่งขันสู้กับพวกเขาได้

พวกเขาจะเข้ามากวาดซื้อที่ดินของพวกเราจนหมด และพวกเราก็จะต้องขยับหนีไกลออกไปจากเมืองใหญ่ ไปอยู่ตามชายป่า หรืออาจต้องเข้าไปอยู่ในป่าด้วยซ้ำ นี่เป็นสิ่งที่ตนมองเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น

แม้จะมีนักวิชาการหลายคน ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับความคิดของนายกฯ มหาเธร์ แต่ท่านก็ได้หัวใจของคนมาเลย์ เป็นจำนวนมาก

ย้อนดูประเทศไทย สิ่งที่ มหาเธร์กลัว ได้เกิดขึ้นแล้วในบ้านเรา คนไทยทั่วไป ไม่ว่าดั้งเดิมจะเป็นเชื้อชาติใด ชาวเขา ชาวเล หรือเชื้อสายอื่นๆ ที่อยู่รวมกันมา ก็กำลังเผชิญกับสิ่งที่ว่านั้น

เราจะพบว่า “คนจน” เข้าเมืองเพียงเพื่อขายแรงงาน หรือมีปัญญาค้าขายแค่ตามทางเท้า เสี่ยงต่อการถูกไล่ ในต่างจังหวัดเองเมื่อความเจริญเข้าไป คนพื้นที่ก็ต้องหาที่ทำกินใหม่ในป่าที่ลึกไปเรื่อยๆ ส่วนถิ่นที่เจริญ ถูกทุนใหญ่ ทุนต่างชาติเข้ามาครอบครอง และนับวันจะเพิ่มมากขึ้น

ใกล้เลือกตั้ง อยากให้นักการเมืองที่บอกว่ารักประชาชน หันหน้ามาห่วงใยคนจนอย่างจริงใจบ้าง.