Get Adobe Flash player

โรงเรียนการเมือง เปิดแล้ว

Font Size:

แม้ยังไม่ปลดล็อกทางการเมือง แต่รัฐบาล คสช.ก็บอกให้รู้ว่า ได้มีการคลายล็อกบ้างแล้ว นั่นคือการคลายให้บางพรรค บางกลุ่มหาเสียงได้ แต่บางพรรค บางกลุ่มยังหาเสียงไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ประกาศออกมาว่าสนใจการเมือง แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปร่วมงานกับกลุ่มใด

สิ่งที่นายกฯ พูดไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะพฤติกรรมที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า นายกฯหัวหน้า คสช.กำลังจะทำอะไร ประชาชนรู้ นักข่าวรู้ ฝ่ายการเมืองก็ย่อมรู้ เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

แต่การเมืองในยุคยึดอำนาจ กับการเมืองในยุคประชาธิปไตย แม้จะครึ่งใบ เสี้ยวใบก็ตาม จะไม่มีใครสั่งซ้ายหันหรือขวาหันได้ จะไม่มีใครกลัวใครนั่นจะเป็นโรงเรียนการเมือง เป็นประสบการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องเผชิญ

ดังเช่นที่ นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พูดในที่ประชุมพรรคว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 200 ที่นั่ง

และมองว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์จะถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯคนต่อไป ก็ไม่สามารถทำหน้าที่บริหารงานต่อไปได้ ทำให้นายกฯ สวนทันควันว่า แก่แล้วควรกลับบ้าน โดยลืมคิดไปว่า ที่อยู่ๆ กัน ก็ล้วนเป็นคนแก่ควรกลับบ้านด้วยกันทั้งสิ้น

นั่นเป็นความแปลกของสังคมไทย ฟังเพลงเก่า ก็ถูกเย้ยว่าไม่ทั้นสมัย อายุมากก็ถูกเย้ยว่าแก่ เหมือนกับว่าสังคมไทยกำลังโหยหาคนรุ่นใหม่ โดยไม่พยายามที่จะจูนเข้าหากันกับคนรุ่นเก่า

สิ่งที่นายเสนาะพูด เป็นเพียงการปลุกสมาชิกให้มีใจฮึกเหิม เป็นการพูดถึงพล.อ.ประยุทธ์ บ้างไม่ใช่ฐานะนายกฯ แต่ในฐานะคู่แข่ง หลังจากถูกปิดปากมายาวนานถึง 5 ปี ซึ่งถ้ายิ่งโต้ ก็ยิ่งสนุกปาก

แต่ใช่ว่าสิ่งที่นายเสนาะพูด ใช่ว่าจะมองข้ามโดยไม่หยุดคิด

เพราะเป็นสิ่งที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ได้พูดไว้เช่นกัน ว่าในฐานะที่ตนผ่านเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 ขณะนี้ประเทศไทย อาการน่าเป็นห่วง ลองย้อนไปในการเลือกตั้งที่เรียกว่า 35/1 นั้น คณะ รสช.ในขณะนั้นได้กวาดต้อนนักการเมือง และหลายคนก็อยู่ในบัญชีของการถูกยึดทรัพย์ โดยคำสั่งของหัวหน้า รสช.ตั้งพรรคการเมืองในนามสามัคคีธรรม ไปเอานักการเมืองเก่าอย่างนายณรงค์ วงศ์วรรณ มาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วก็กวาดต้อนนักการเมืองจากพรรคต่างๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก

จากนั้นส่งนายทหารไปเป็นหัวหน้าพรรคชาติไทย ส่งนายทหารไปเป็นหัวหน้าพรรคกิจสังคม เป็นปรากฏการณ์ที่ชัดเจน ผลการเลือกตั้งก็เป็นที่ทราบกัน พรรคสามัคคีธรรมได้มาลำดับที่ 1 แต่สถานการณ์ของพฤษภาฯ 2535 มันบวก 2 ประเด็น นอกจากรัฐธรรมนูญที่เปิดช่องให้คนนอกเข้ามาเป็นนายกฯได้ กับสัจจะวาจาของบรรดาแม่ทัพนายกองที่มีอำนาจในขณะนั้นว่า จะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงนำไปสู่พฤษภาทมิฬ 2535

นายจตุพร กล่าวอีกว่า บรรยากาศทางการเมืองในขณะนี้ ตนไม่ได้กลัวเรื่องผลการเลือกตั้ง แต่ตนสนใจประเทศไทยในเวลาต่อไปว่านับจากนี้ไป จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง

สิ่งที่กล่าวมาก็น่าคิด เป็นความสับสนที่ประชาธิปไตยแบบ คสช.ก็อย่างหนึ่ง ของภาคประชาชนก็อีกอย่างหนึ่ง ที่แน่ๆ ประชาชนไม่ใช่ไก่อยู่ในคอก ที่ให้อาหารจนอิ่มแล้วก็จบ แต่ประชาธิปไตย คือเสรีภาพในการอยู่นอกกรง

โรงเรียนการเมืองนับแต่นี้ ทุกคนจะได้เรียนรู้ ถ้าใครจะฟังนายเสนาะบ้าง ก็ไม่ได้เสียหายแต่อย่างใด.