Get Adobe Flash player

การขายประกันชีวิตเพื่อนำเงินไปใช้สำหรับการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยระยะยาว (Life Settlements) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน สัปดาห์ที่แล้วเราได้พูดถึงประกันชีวิตที่มีอนุสัญญาคุ้มครองการพยาบาลสำหรับการเจ็บป่วยไปแล้ว 2 ประเภท คือประกันชีวิตแบบผสมมีอนุสัญญา LTC รวมอยู่ในตัวประกันด้วย และประกันชีวิตแบบที่สามารถให้นำเอาการคุ้มครองการเสียชีวิตมาใช้ก่อนได้หรือที่เรียกว่า Accelerated Death Benefits แล้ว ฉบับนี้เราจะมาพูดถึงประกันชีวิตที่ให้สิทธิ์ประโยชน์เอาไปใช้สำหรับการพยาบาลระยะยาวอีกสองประเภทที่เหลือคือ Life Settlements กับ Viatical Settlements ซึ่งเป็นการขายประกันชีวิตที่ท่านมีอยู่กันค่ะ

Life Settlements ตัวนี้ไม่มีคำแปลในภาษาไทย เพราะไม่มีเสนอขายในระบบประกันของที่เมืองไทย แบบประกันตัวนี้เป็นแบบที่อนุญาตให้ผู้เอาประกันสามารถขายกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ท่านผู้อ่านเป็นเจ้าของเพื่อเอาเงินสดในราคา ณ ปัจจุบัน และมีเงื่อนไขจำกัดอนุญาตให้สำหรับผู้หญิงที่อายุ 74 ปีขึ้นไปและผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งท่านสามารถก็นำเงินสดที่ได้มาจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริการดูแลตัวเองในเวลาที่เจ็บป่วยระยะยาวค่ะ แต่ก่อนที่จะเราขายประกันชีวิตเรานี้ มีข้อควรพิจารณาอยู่หลายข้อคือ

  • ถ้าท่านขายกรมธรรม์ประกันชีวิตไป เวลาท่านเสียชีวิตก็จะมีมรดกตกทอดให้ทายาทของคุณน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเลย
  • กระบวนการขายประกันชีวิตไม่ต้องมีการตรวจสุขภาพ ดังนั้นท่านอาจจะใช้เมื่อมีสุขภาพดีหรือสุขภาพแย่ก็ได้
  • ท่านอาจต้องเสียภาษีเงินที่ได้จากการขายประกันชีวิต

ประกันชีวิตประเภทสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ Viatical Settlements ตัวนี้ก็ไม่มีคำแปลในภาษาไทยอีกเช่นกัน แบบประกันตัวนี้จะให้ท่านสามารถขายประกันชีวิตของท่านกับบุคคลที่ 3 และใช้เงินที่ได้รับไปในการดูแลตัวของท่านในระหว่างที่เจ็บป่วยระยะยาว การใช้ประกันชีวิตแบบนี้ดูจะเหมือนกับแบบ Life Settlements แต่สิ่งที่แตกต่างคือท่านจะสามารถใช้ได้เมื่อถูกตรวจพบว่าอยู่ในภาวะที่ป่วยระยะสุดท้ายหรือใกล้ตายแล้ว หากท่านตัดสินใจใช้ทางเลือกนี้ บริษัทที่จะทำธุรกิจกับท่าน (Viatical company) จะจ่ายเงินให้ท่านเป็นสัดส่วนเปอร์เซนต์ของมูลค่าการคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ตามโอกาสการมีชีวิตอยู่ของท่าน หากท่านมีโอกาสที่จะมีชีวิตอยู่น้อย คือใกล้จะเสียชีวิตภายในไม่กี่เดือน ท่านก็จะได้รับเงินมากกว่าผู้ที่มีโอกาสมีชีวิตอยู่นานกว่า เมื่อได้ทำสัญญาจ่ายเงินให้ท่านแล้วบริษัทที่ทำธุรกิจก็จะกลายมาเป็นเจ้าของและผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ประกันชีวิตของท่าน ซึ่งก็จะทำหน้าที่จ่ายเงินค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทที่ขายประกันชีวิตฉบับนั้นให้ท่านแทนจนกระทั่งท่านเสียชีวิต เมื่อท่านเสียชีวิตบริษัทที่ทำธุรกิจกับท่านก็จะได้เงินคุ้มครองไป แต่ในระหว่างที่ท่านยังมีชีวิตท่านก็สามารถเอาเงินที่ได้จากการขายประกันไปใช้จ่ายเพื่อดูแลตนเองในระหว่างเจ็บป่วย การใช้ Viatical settlements ท่านไม่ต้องเสียภาษีเงินได้จากการขายประกันชีวิตในลักษณะนี้หากท่านถูกตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคที่จะทำให้ท่านเสียชีวิตภายใน 2 ปีและทำธุรกิจกับบริษัท (Viatical Company) ซึ่งมีใบอนุญาตทำกิจการในรัฐนั้น ๆ ฟังดูเหมือนจะดีนะคะ แต่ผู้เขียนก็มีข้อที่อยากจะให้ผู้อ่านพิจารณาก่อนการตัดสินใจอยู่คือ

- ท่านสามารถใช้เงื่อนไขนี้ในการขายประกันชีวิตได้เฉพาะเมื่อท่านป่วยระยะสุดท้ายและจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น

- หากคุณใช้เงื่อนไขนี้ ท่านจะไม่เหลือผลประโยชน์ในประกันชีวิตทิ้งไว้ให้กับทายาทของท่าน

- คุณไม่ต้องมีการตรวจสุขภาพเหมือนกับการซื้อประกันคุ้มครองการรักษาพยาบาลระยะยาว (Long Term Care insurance)

- ไม่ใช่ทุกเคสที่จะได้รับการอนุมัติ ที่ผ่านมาบริษัทที่จะทำธุรกิจนี้อนุมัติจ่ายเงินให้กับผู้ยื่นคำขอไม่ถึง 50 เปอร์เซนต์

จากที่คุยกันมาถึงประกันชีวิตทั้ง 4 ประเภท ท่านผู้อ่านคงจะเห็นได้ว่า 2 ประเภทแรกคือเราเป็นคนไปเลือกซื้อประกันแบบที่เขามีตัวเลือกเสริมให้สามารถเอาเงินคุ้มครองการเสียชีวิตออกมาใช้ก่อนได้ พวกนี้เราจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ส่วนอีก 2 ประเภทหลังคือเรามีประกันชีวิตอยู่แล้ว แต่เรานำประกันชีวิตมาขายต่อให้กับบริษัทที่ต้องการซื้อประกันของเราเพื่อเอาเงินมาใช้ในการดูแลตัวเองในขณะเจ็บป่วยระยะยาว พวกนี้เราไม่ต้องผ่านการตรวจสุขภาพแต่เราจะต้องรอจนเราอายุมากถึงเกณฑ์หรืออยู่ในภาวะเจ็บป่วยขั้นสุดท้ายก่อนถึงจะนำเงินออกมาใช้ได้ ยังไงก่อนจะเลือกทำอะไรก็ควรจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ไว้ใจได้นะคะ เพราะเรื่องของชีวิตไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ค่ะ

ก่อนจะจากกันไปในฉบับนี้ขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ว่า ในวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ร่วมกับชุมชนไทยจะจัดงานทำบุญ 50 วันสวรรคตของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ขึ้นที่วัดป่าธรรมชาติ รายละเอียดติดตามได้จากข่าวประชาสัมพันธ์ทางหนังสือพิมพ์เสรีชัยหรือสื่อทั่วไปค่ะ งานนี้ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมช่วยในการจัดงาน หวังว่าจะได้เจอท่านผู้อ่านหลาย ๆ ท่านนะคะ

อ้างอิง : www.longtermcare.gov