Get Adobe Flash player

การดูแลความปลอดภัยในสถานประกอบการ โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน จบไปแล้วนะคะสำหรับการลงทะเบียนประกันสุขภาพ Obamacare หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะมีประกันสุขภาพกันถ้วนหน้าเรียบร้อย ก่อนจะไปพูดถึงเรื่องอื่น ผู้เขียนต้องขอใช้พื้นที่ตรงนี้แสดงความยินดีกับคุณจีน่า ปรีช่าที่ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้คนใหม่ซึ่งจะมีวาระการทำงาน 2 ปี (2017-2018) พวกเราคนในชุมชนก็หวังว่าสมาคมไทยฯ จะเดินก้าวหน้าไปตามแผนงานที่ท่านได้วางไว้และเป็นที่พึ่งของชุมชนชาวไทยในแคลิฟอร์เนียตอนใต้ เพราะตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนไทยมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาในการทำธุรกิจ ความปลอดภัยในสถานประกอบการ และปัญหาของสถานะพลเมือง เป็นต้น เมื่อวานผู้เขียนก็ได้ไปฟังสัมนาของตำรวจของนครลอสแอนเจลิสกับชุมชนไทย เลยอยากจะขอนำเรื่องมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังถึงการดูแลความปลอดภัยในสถานประกอบการในฉบับนี้กันค่ะ

ในช่วงที่ผ่านมาท่านผู้อ่านคงจะได้ยินข่าวคราวของโจรชโมยที่บุกเข้าไปขโมยของในสถานประกอบการ ทางตำรวจของนครลอสแอนเจลิสที่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของพวกเราอย่างเต็มความสามารถ ก็ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรและได้บอกวิธีการขั้นต้นในการรับมือกับเหล่ามิจฉาชีพมาเป็นข้อ ๆ ดังนี้ค่ะ

1.ท่านต้องทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านและบริเวณที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เรื่องนี้ผู้เขียนเคยจัดตั้งกลุ่ม neighborhood watch สมัยอยู่ที่รัฐฟลอริด้า พบว่าประสบความสำเร็จในการทำให้ชุมชนปลอดภัยขึ้นมากนะคะ คือกลุ่มเราจะคอยช่วยกันสอดส่องพฤติกรรมของคนในชุมชน ว่ามีใครแปลกปลอมเข้ามาหรือทำพฤติกรรมอะไรแปลกขึ้นมาหรือเปล่า ถ้าหากใครพบสิ่งผิดปกติก็จะมีการแชร์ข้อมูลกัน พวกเราจะมีการพบปะเพื่อพูดคุยกันเป็นระยะ ๆ เพื่อทำให้สังคมของเราที่อยู่ปราศจากสิ่งที่จะเป็นอันตรายแก่ชุมชนค่ะ

2.ถ้าหากท่านไม่อยู่บ้านหรือในสถานที่ทำงานควรจะปิดม่านหรือหน้าต่างให้ดีและควรใส่กุญแจล๊อคสถานประกอบการทุกครั้งที่ท่านอยู่คนเดียวหรือไม่อยู่ การที่เราเปิดให้คนข้างนอกเห็นว่าเราไม่อยู่หรืออยู่คนเดียว จะเป็นการกระตุ้นให้มิจฉาชีพเข้ามาบุกรุกค่ะ ตำรวจแนะนำว่าท่านสามารถตัดไม้ขนาดเท่ากรอบประตูหรือหน้าต่างมาวางไว้ตรงกรอบประตูหรือหน้าต่างเพื่อจะทำให้มิจฉาชีพไม่สามารถงัดแงะประตูเข้ามาได้ง่าย

3.ควรจะติดระบบป้องกันความปลอดภัยและแสดงสัญลักษณ์ว่าท่านมีระบบดังกล่าวอยู่ในสถานประกอบการของท่าน รวมทั้งติดไฟด้านนอกส่องสว่างในเวลามืดและนอกเวลาทำงาน หลักการนี้ก็คล้าย ๆ กับเวลาที่เราเดินผ่านบ้านที่มีป้ายเขียนว่า “ระวังหมา” นะคะ เราก็จะเดินเลี่ยงออกมาหรือใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการที่จะเข้าไปยังบ้านหลังนั้น คุณตำรวจบอกว่าพวกมิจฉาชีพเขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ การติดตั้งระบบกล้องเป็นการช่วยตรวจจับภาพของคนร้ายเพื่อติดตามหาของที่ถูกขโมยหรือตามคนผิดมาลงโทษ แต่การที่ท่านนำป้ายมาติดด้วยก็ยิ่งเป็นการช่วยให้เขาไม่กล้ากระทำผิดหรือยั้งคิดก่อนกระทำผิดให้มากขึ้นค่ะ ท่านสามารถติดตั้งเครื่องมือโดยติดต่อร้านที่ให้บริการทางด้านนี้หรือจะใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือ เช่น Skyball มาช่วยได้ ยังไงลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันนะคะ

4.ลดการกระทบกระทั่งและงดให้ความช่วยเหลือกับกลุ่มคนไร้ที่อยู่ (homeless) เราอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ แน่นอนว่าเราจะเจอกลุ่มคนไร้ที่อยู่บ่อย ๆ คนไทยเราใจดีอย่างให้ความช่วยเหลือคนที่ลำบาก แต่บางทีนั่นอาจหมายถึงการที่ท่านชักจูงคนที่จะมาสร้างปัญหาให้ท่านเข้ามาด้วยเช่นกัน ท่านควรจะทำความสะอาดบริเวณหน้าสถานประกอบการไม่ให้รกรุงรัง ถ้ามีถังขยะ ก๊อกน้ำหรือปลั๊กไฟก็ควรจะใส่กุญแจล๊อคหรือหาทางไม่ให้ใครมาใช้ได้ หากท่านมีระบบอินเตอร์เนตไว-ไฟ ก็ควรจะใส่พาสเวิร์ดป้องการคนอื่นไม่ให้เข้าถึง หากท่านจำกัดการเข้าถึงบริการเหล่านี้ พวกคนไร้ที่อยู่เขาก็จะไปที่อื่นโดยปริยาย ทางตำรวจบอกว่าท่านไม่ต้องห่วงว่าเขาจะลำบาก เพราะทางรัฐบาลได้จัดพื้นที่และบริการไว้ให้กับพวกเขาอยู่แล้ว ซึ่งเหล่าคนไร้ที่อยู่รู้จักสถานที่เหล่านั้นดี การที่ให้การช่วยเหลือของท่านเป็นการที่สนับสนุนให้เขาไม่ไปในที่ที่เขาควรจะไป ดังนั้นจึงไม่ควรช่วยเหลือเขาค่ะ

5.ปรับปรุงทัศนียภาพของสถานประกอบการให้โล่งโปร่ง หากท่านมีต้นไม้หรือพุ่มไม้ในบริเวณสถานประกอบการที่บดบังสายตาของสาธารณะชนก็ควรจะตัดแต่งให้บางลง เพื่อที่จะได้ไม่เป็นที่ซ่อนของพวกมิจฉาชีพ และเวลาตำรวจสายตรวจผ่านไปมาจะได้พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลได้ง่ายขึ้นค่ะ

6.อย่าเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในสถานประกอบการ เหล่าโจรขโมยต้องการจะเข้าไปปล้นสถานประกอบการที่มีเงินสดจำนวนมากอยู่แล้ว ดังนั้นท่านไม่ควรจะเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในสถานประกอบการ เพราะถ้าหากมีคนรู้แล้วเรื่องไปถึงเหล่ามิจฉาชีพ ธุรกิจของท่านก็ย่อมเป็นเป้าหมายอย่างแน่นอนค่ะ

ทางตำรวจบอกว่าการที่จะทำให้สังคมเราปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันระหว่างตำรวจและชุมชน เราควรสร้างวัฒนธรรมที่เรียกว่า I-watch คือ see something, say something ก็หมายความว่า หากท่านเห็นอะไรผิดปกติอย่าเก็บไว้คนเดียว ควรจะช่วยแชร์หรือแจ้งข่าวให้กับชุมชนและตำรวจทราบด้วยค่ะ นอกจากนี้ท่านควรจะเป็นผู้ที่ตื่นตัวอยู่กับสถานการณ์รอบข้างอยู่เสมอ อย่ามัวแต่เล่นมือถือ นอกจากนี้ท่านควรสอนบุตรหลานของท่านให้ตื่นตัวและรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ต่อชุมชนด้วย ซึ่งทางตำรวจเมืองก็มีโครงการมากมายในการฝึกเยาวชนของเรา เช่น Junior Cadet กิจกรรมกีฬาฟุตบอลและเทควันโด รวมทั้งกิจกรรมที่เป็นอาสามากมาย

ท่านผู้อ่านที่อยู่ในเขตลอสแอนเจลิสและอยากจะติดต่อกับทางสถานีตำรวจในกรณีที่ไม่ได้มีเหตุฉุกเฉิน เช่น แจ้งเหตุร้องทุกข์ หรือว่าแจ้งข่าวสารสถานการณ์รอบตัว สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 1-877-ASK-LAPD หรือ 1-877-274-5273 ค่ะ  หรือสำหรับคนที่ใช้ social media เช่น TWITTER ก็สามารถติดตามข่าวสารของตำรวจได้ที่ LAPD2014 หรือ @LAPD Hollywood แต่หากใครมีเหตุฉุกเฉินให้โทร.เบอร์ 911 ไม่ว่าจะอยู่ในเขตไหนนะคะ ทางตำรวจจะรีบไปช่วยเหลือท่านโดยด่วนค่ะ

ก่อนจากไปทางผู้เขียนอยากจะเชิญชวนท่านผู้อ่านทุกท่าน “ มาร่วมด้วยช่วยกันทำให้สังคมเราเป็นสังคมที่น่าอยู่นะคะ” แล้วเจอกันฉบับหน้าค่ะ

หากท่านมีข้อสงสัยใดๆเกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”