Get Adobe Flash player

การถือสถานะพลเมืองแบบเป็นซิติเซ่นของสหรัฐอเมริกา โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปช่วยกิจกรรมการขอเป็นซิติเซ่นให้กับชาวเมืองซานดิเอโก้มา มีคนถิอใบเขียวให้ความสนใจอยากจะขอสมัครเป็นซิติเซ่นกันมากมาย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไร สัปดาห์นี้ผู้เขียนก็เลยจะนำเอาความรู้เกี่ยวกับการเป็นสถานะซิติเซ่นของสหรัฐอเมริกามาเล่าให้ฟังกันค่ะ

การถือสถานะพลเมืองแบบซิติเซ่นนั่นแน่นอนว่าประชาชนทุกคนที่เกิดในประเทศจะได้รับสถานะนี้โดยอัตโนมัติ โดยไม่สนว่าจะมีบรรพบุรุษ ชาติพันธุ์หรือศาสนาใด ๆ แม้จะเป็นบุตรที่เกิดในแผ่นดินของผู้ที่อยู่โดยผิดกฏหมายก็สามารถได้รับสถานอัตโนมัติโดยการเกิดได้เช่นกัน ในประวัติศาสตร์กว่าสองร้อยปีที่ประเทศนี้สร้างมา ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่จากทั่วโลก ทำให้เกิดมีกระบวนในการขอแปลงสัญชาติเป็นซิติเซ่นหรือที่เราเรียกว่า Natualization ขึ้นมา ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นคนที่เกิดมาจากประเทศไหน เมื่อได้รับสถานะเป็นซิติเซ่นแล้วก็จะมีสิทธิ์เสียงในการปกครองประเทศส่วนใหญ่เท่ากับประชาชนที่เกิดที่นี่ ดังนั้นขณะนี้เมืองลุงแซมของเราจึงมีคนที่ถือสถานะพลเมืองเป็นซิติเซ่นอยู่ 2 จำพวกคือพวกที่ได้รับสถานะโดยการเกิดและสถานะจากการแปลงสัญชาติค่ะ

การถือสถานะพลเมืองแบบซิติเซ่นนั้น จะทำให้มีสิทธิ์ที่จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากการเป็นพลเมืองประเภทอื่น เช่น ถือกรีนการ์ด อยู่หลายอย่าง เช่น

  • อิสระและโอกาสในการอาศัยอยู่ในประเทศและการทำงาน ผู้ที่เป็นซิติเซ่นจะมีโอกาสทำงานในองค์กรที่มีข้อจำกัดในเรื่องของความมั่นคงสูงในขณะที่ผู้ที่เป็นใบเขียวแม้จะมีความสามารถเท่ากันจะไม่สามารถสมัครเข้าทำงานได้ รวมทั้งผู้ที่อยู่ในสถานะใบเขียวอาจมีโอกาสถูกยึดสถานะและส่งกลับประเทศที่เกิดหากว่าไปทำความผิดในคดีอาญาร้ายแรง
  • อิสระในการเข้าออกประเทศและอาศัยอยู่นอกประเทศ ผู้ที่เป็นซิติเซ่นสามารถเข้า-ออกประเทศได้อย่างอิสระ และสามารถอาศัยอยู่นอกประเทศอย่างถาวรได้ ในขณะที่ผู้ที่ถือสถานะใบเขียวจะออกไปอยู่นอกประเทศได้ในเวลาที่จำกัด ในขณะปัจจุบันถ้าหากว่าอยู่เกินกว่า 6 เดือนติดต่อกันก็ไม่สามารถทำเรื่องขอเป็นซิติเซ่นได้ หรือถ้าหากว่าอยู่เกินกว่า 1 ปีและไม่ได้ทำเรื่องขอกลับเข้ามาไว้ก่อน (re-entry) ก็อาจถูกยึดใบเขียวคืนได้
  • สิทธิ์ในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วเรามีการเลือกตั้งประธานาธิบดี หลังการเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนมากที่เกิดขึ้นกับนโยบายเกี่ยวกับพลเมืองมากมาย มีเพียงผู้อพยพที่มีสถานะเป็นซิติเซ่นเท่านั้น ซึ่งสามารถไปลงคะแนนเสียงได้
  • อิสระและโอกาสในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ กำหนดให้ผู้แทนราษฏร (US House of Representatives) ทุกคนจะต้องมีสถานะเป็นซิติเซ่นอย่างน้อย 7 ปีและสมาชิกวุฒิสภา (Senators) จะต้องถือสถานะซิติเซ่นอย่างน้อย 9 ปีก่อนจะดำรงตำแหน่ง ซึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียที่ผู้เขียนอาศัยอยู่ผู้ที่จะไปเกี่ยวข้องกับการออกกฏหมายก็จะต้องมีสถานะอย่างน้อย 3 ปี ผู้ว่าการรัฐจะต้องเป็นซิติเซ่น 5 ปี เป็นต้น ส่วนถ้าใครอยากจะเป็นประธานาธิบดี ตอนนี้รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้เป็นซิติเซ่นโดยการเกิดหรือถือสถานะซิติเซ่นมาแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 14 ปีค่ะ

สิทธิ์ย่อมมาพร้อมกับหน้าที่นะคะ ซึ่งหน้าที่ของซิติเซ่นก็มีเพิ่มเติมจากการถือใบเขียวมากมาย อาทิเช่น

  • เป็นลูกขุน ระบบศาลของประเทศสหรัฐจะใช้ระบบลูกขุนช่วยในการตัดสินคดี ดังนั้นผู้ที่เป็นซิติเซ่นจะได้รับการติดต่อมาเพื่อให้เข้าไปเป็นลูกขุน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะได้ถูกเลือกนะคะ หากท่านผู้อ่านไม่ถนัดเรื่องภาษาก็สามารถอธิบายข้อจำกัดของท่านได้ค่ะ
  • ต้องไปทำหน้าที่ในสงคราม ทุกท่านที่เคยสาบานตนคงทราบดีว่า เราจะต้องรับทราบและยอมรับหน้าที่ซึ่งพลเมืองซิติเซ่นจะต้องทำในขณะที่ประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการไปจับอาวุธรบกับข้าศึกหรือไปทำหน้าที่อื่น ๆ เช่น งานพลเรือน เป็นต้น
  • ต้องเสียภาษี ทุกคนที่ทำงานในประเทศนี้ย่อมต้องเสียภาษีค่ะ แต่หากท่านมีสถานะเป็นซิติเซ่น ท่านจะต้องเสียภาษีในรายได้ที่ท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศนี้หรือประเทศอื่น นั่นหมายถึงว่า ถ้าหากมีรายได้ในต่างประเทศท่านก็จะต้องแจ้งรวมลงไปในการยื่นภาษีประจำปีด้วยค่ะ

ฉบับนี้พื้นที่หมดแล้วฉบับหน้าจะไปพูดถึงผลประโยชน์ของการเป็นซิติเซ่นกันต่อนะคะ ก่อนจากไปขอประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 7 มีนาคมนี้ ท่านที่ได้ลงทะเบียนโหวตไว้แล้วสามารถไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ที่คูหาซึ่งท่านมีชื่ออยู่ โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้เขียนจะไปเป็นเจ้าหน้าที่ในคูหา Grant Elementary School บนถนน Wilton ใกล้กับไทยทาวน์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพลเมืองโดยเฉพาะชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเขต Hollywood นะคะ หากใครอยู่บริเวณนั้นก็คงจะได้เจอกันค่ะ

ส่วนผู้ที่ลงทะเบียนโดยเมล์ก็สามารถเริ่มส่งกลับได้แล้วนะคะ หรือจะไปหย่อนบัตรได้ตาม drop-off locations ภายในวันที่ 6 มีนาคม โดยหารายชื่อสถานที่ใกล้บ้านท่านได้ทางเวบ https://www.lavote.net/home/voting-elections/voting-options/vote-by-mail/vbm-ballot-drop-off#VBMDrop-Off ส่วนผู้ที่ได้รับเมล์แต่อยากจะเปลี่ยนไปลงคะแนนที่คูหาก็สามารถไปลงคะแนนล่วงหน้าได้ในวันที่ 4-5 มีนาคมนี้ในสถานที่ 7 แห่ง โดยหาข้อมูลได้ที่ https://www.lavote.net/home/voting-elections/voting-options/early-voting/early-voting หรือจะไปลงคะแนนที่คูหาเลือกตั้งในวันที่ 7 มีนาคมก็ทำได้เช่นกัน โดยนำบัตรลงคะแนน (ballot) ที่เรามีไปที่คูหาเพื่อขอยกเลิกและขอบัตรลงคะแนนใหม่ที่คูหาค่ะ

หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Citizenship_of_the_United_States