Get Adobe Flash player

อาชีพขายประกันชีวิต (ตอนที่ 1) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันก่อนมีน้องคนหนึ่งซึ่งสนใจเกี่ยวกับ “อาชีพขายประกันชีวิต” มาถามกลุ่มชาวเนตถึงลักษณะของอาชีพนี้ ซึ่งผู้เขียนก็ได้เข้าไปตอบแชร์ประสบการณ์ที่เป็นลูกจ้างประจำของบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของอเมริกามาเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำมาทั้งขายส่วนบุคคลและทำในรูปแบบของสิทธิ์ประโยชน์กับลูกจ้าง  รวมทั้งเคยเป็นผู้จัดการทีมขายมีลูกน้องและต้องเปิดรับสมัคร สัมภาษณ์หาลูกจ้างมาแล้วกว่าพันคน วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ให้ผู้อ่านที่อาจจะสนใจในอาชีพนี้ได้หาความรู้กันเป็นข้อ ๆ ค่ะ

อาชีพประกันนี้ “รายได้ขึ้นกับตัวของเราเองล้วน ๆ”  เพราะรายได้เราขึ้นกับคอมมิชชั่น ถ้าเราประสบความสำเร็จมีลูกค้ามากขายได้เยอะ เราก็สามารถทำเงินได้มากกว่าเจ้าของบริษัทบางแห่งเสียอีก มีคนที่ทำเงินได้ปีละ 1 ล้านเหรียญขึ้น แต่ก็นั่นอีกค่ะ ถ้าหากว่าเราไม่ประสบความสำเร็จไม่ว่าด้วยเหตุผลที่ว่างานไม่เหมาะกับเรา หัวหน้าไม่ดี บริษัทไม่เทรน รายได้ก็อาจเป็นศูนย์หรือติดลบได้ (ในกรณีที่ขายไปแล้วลูกค้ายกเลิกกันมากจะโดนดึงเงินที่เคยได้ไปแล้วกลับคืนหรือที่เรียกว่า charge back ก็ทำงานกันไปฟรี ๆ จนกว่าจะหมดหนี้กับบริษัทค่ะ)

คนขายประกันทุกวันนี้มีอยู่ 2 กลุ่มตามลักษณะการทำธุรกิจคือ “ลูกจ้างประจำ (W2) และ คนขายอิสระ (1099)”  ถ้าเป็นลูกจ้างประจำหรือที่เรียกว่า W2 เราจะได้สิทธิ์ประโยชน์ของความเป็นลูกจ้างประจำอย่างเต็มที่ คือตั้งแต่นายจ้างจ่ายภาษีโซเชี่ยลและเมดิแคร์ให้ครึ่งหนึ่ง มีประกันกลุ่มและเงิน 401 K ไว้ยามเกษียณที่นายจ้างช่วยจ่ายและส่วนของเราก็หักภาษีได้ มีเงินบำนาญ (pension) ที่เราไม่ต้องทำอะไรเลยเขาจะสะสมให้เรา ทำงานดีรอเกษียณก็รับไป และสิทธิ์ประโยชน์อื่น ๆ ที่คนที่ทำอาชีพอิสระนั้นจะไม่ได้ แต่ลูกจ้างพวกนี้จะถูกควบคุมในการทำงานมากกว่าพวกคนขายแบบอิสระหรือ 1099 เพราะว่ารับสิทธิ์ประโยชน์เยอะ แถมบริษัทนายจ้างก็จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของลูกจ้างเพราะถือว่าเป็นตัวแทนโดยตรงอีก ข้อดีอีกอย่างตรงที่ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทคือ บริษัทจะรับผิดชอบในเรื่องกฏกติกาที่จะต้องสอดคล้องกับกฏหมายของรัฐ รวมทั้งดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ เช่น ค่าใช้จ่ายในออฟฟิส เป็นต้น แต่หากบางคนที่ไม่ชอบอยู่ในกฏเกณฑ์ของนายจ้างนักก็ไปเป็นตัวแทนขายแบบอิสระ (1099) หรือเปิดเป็นโบรคเกอร์ธุรกิจของตัวเองก็เยอะค่ะ ซึ่งพวกนี้ก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องของสิทธิประโยชน์และการทำตัวให้ถูกกับกฏของการขายประกันกันเอง

นอกจากการแบ่งกลุ่มคนขายประกันตามลักษณะการเป็นลูกจ้างแล้ว ยังสามารถแบ่งตามลักษณะของความยืดหยุ่นในการเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าออกได้เป็น 2 ประเภทคือ “Captive&Independent agent” พวกลูกจ้างประจำ (W2) ส่วนใหญ่จะเป็น Captive agent ก็คือจะต้องขายให้กับบริษัทหลักที่เราเป็นลูกจ้างประจำ ทำตามกฏกติกาของบริษัท  สมัยก่อนพวกนี้จะขายได้แต่ของบริษัทตัวเองซึ่งทำให้เกิดปัญหาเวลาลูกค้าอยากได้ประกันเจ้าอื่นก็ไม่สามารถขายให้ได้ แต่สมัยนี้บริษัทใหญ่ ๆ จะมีการเสนอให้ captive agent สามารถขายประกันของบริษัทอื่นผ่านตัวแทน broker ระดับประเทศที่บริษัทมีสัญญาอยู่แต่จะต้องทำยอดขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทหลักให้ได้อย่างน้อยตามกำหนดมิฉะนั้นจะเสียสิทธิ์ประโยชน์ที่ได้ในสถานะลูกจ้างประจำไป ดังนั้นตอนนี้จุดเรื่องนี้เป็น captive หรือ independent agent ก็ไม่ต่างกันในโอกาสในการเสนอแบบประกันให้กับลูกค้าค่ะ จะต่างกันแต่ในเรื่องของความเป็นอิสระและสิทธิ์ประโยชน์ของความเป็นลูกจ้าง นอกจากสองประเภทที่กล่าวมาบางคนก็ไปเปิดธุรกิจของตัวเองเป็น broker ซึ่งก็จะเป็นตัวแทนได้หลายบริษัท เสมือนกับมีธุรกิจประกันภัยของตัวเอง

วันนี้หมดพื้นที่แล้ว ฉบับหน้าจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันต่อค่ะ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”