Get Adobe Flash player

อาชีพขายประกันชีวิต (ตอนจบ) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน อย่างที่ทราบไปแล้วในสัปดาห์ก่อนว่า อาชีพขายประกันชีวิต เป็นอาชีพที่รายได้ขึ้นกับตัวเองล้วน ๆ แยกกลุ่มตามลักษณะการจ้างงานได้เป็น 2 กลุ่มคือลูกจ้างประจำและคนขายอิสระ และยังแยกกลุ่มตามลักษณะสิ่งที่สำเสนอขายได้เป็นอีก 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่เป็น captive และ independent agent วันนี้เราจะมาพูดถึงอาชีพนี้กันต่อค่ะ

อาชีพประกันเป็นอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบในตัวเองสูง อย่างที่บอกค่ะว่าทุกอย่างขึ้นกับตัวเอง คนที่ใฝ่หาความรู้ก็จะสามารถมีความรู้มากกว่าคนที่แค่ทำไปวัน ๆ ขั้นต่ำคือมีไลเซ่น อันนี้ก็ต้องอ่านหนังสือเพือไปสอบซึ่งมีแต่ภาษาอังกฤษนะคะ พี่เปิดติวให้ลูกน้องมาเยอะ ไม่ยากค่ะ เพียงแต่ว่าต้องอ่านเยอะและทำความเข้าใจ เพราะศัทพ์แสงไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบที่เราใช้โดยทั่วไป แล้วทุก 2 ปีก็จะมีการบังคับให้เราต้องลงเรียนเพื่อทบทวนความรู้ในไลเซ่นของเรา เพราะฉะนั้นถ้าขี้เกียจอ่านหนังสือ ไม่ชอบเรียนรู้ ไม่ชอบสอบ จะทำอาชีพนี้ให้ดีคงลำบากค่ะ

นอกจากความรู้ด้านประกันแล้วเราจะต้องมีความรู้ทางด้าน compliance หรือกฏกติกามารยาทและจริยธรรมในการทำงานด้วยบริษัทใหญ่ ๆ จะมีการเทรนให้ลูกจ้างประจำจะต้องรู้ในเรื่องของ compliance ซึ่งก็คือกฏกติกามารยาทและจริยธรรมของคนขายที่มีต่อลูกค้า ซึ่งถ้าเราไม่ได้สังกัดที่ไหนเราก็ต้องดูแลตัวเองให้ทำธุรกิจให้สอดคล้องกับกฏกติกามารยาทและจริยธรรมตรงนี้ค่ะ

กระทรวงแรงงานเพิ่งออกกฏ fiduciary rule ออกมาซึ่งจะมีผลบังคับใช้กันในปีนี้คือ คนขายที่ได้ให้คำแนะนำแก่ลูกค้าจะต้องให้คำแนะนำโดยถือประโยชน์ลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งตรงนี้หากโดนตรวจสอบก็จะต้องพิสูจน์ได้ อย่างที่พี่บอกคืองานประกันมันไม่เหมือนกับขายของที่เราจับต้องได้ แต่เราขายคำสัญญา ซึ่งก็คือสัญญาที่เราเป็นคนกลางในการนำเสนอระหว่างบริษัทประกันและลูกค้า ถ้าหากว่าเราไม่ได้ซีเรียสกับตรงนี้ ยิ่งไม่มีคนคุมเพราะเราเป็นลูกจ้างอิสระ ไม่มีคนมาคอยจิกบอก บางทีก็อาจจะข้ามเส้นไปทำอะไรที่ไม่ได้พิทักษ์ผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ เพราะบางทีตัวคอมมิชชั่นที่สูงมันก็บังตา หลอกตัวเองได้อยู่นะคะ ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ DOL เขาถึงออกกฏ fiduciary rule ออกมาควบคุมคนทำอาชีพนี้ทุกคน ถ้าเกิดมีการพิสูจน์ได้ว่าคนขายแนะนำไปเพราะประโยชน์ตัวเองเป็นสำคัญกว่าลูกค้าก็คงจะต้องโดนโทษแน่นอน แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ความผิดหรือเรื่องที่ถูกร้องเรียนนะคะ มีข่าวว่าคนขายประกันให้ข้อมูลเท็จในการขอทำประกันให้กับลูกค้าโดนจับเข้าคุกไป 30 วัน  ดังนั้นหากคนขายถึงขายเก่ง ได้เงินเยอะแต่ไม่มีจริยธรรมก็มีสิทธิ์ได้เข้าไปใช้เงินในคุกแน่ค่ะ

ตรงนี้คนขายประกันทุกคนจะต้องมี E&O หรือ Error&Omission Insurance เพื่อคุ้มครองตัวเราในกรณีที่อาจถูกฟ้องร้องจากการทำงานของเราในกรณีที่เราทำผิด "โดยไม่ตั้งใจ" หรือที่เรียกว่า Negligence เท่านั้น ถ้าหากพิสูจน์ว่าเราตั้งใจทำอันนี้ก็ตัวใครตัวมันนะคะ ประกันตัวนี้สามารถปฏืเสธการคุ้มครองได้ค่ะ

ถ้าคุณจะทำอาชีพนี้ทำใจไว้เลยค่ะว่ารายได้จะไม่คงที่ ชีวิตของคนขายประกันที่อยู่มานาน รับรองว่าเป็นทุกคน จริงก็เป็นในหลายอาชีพที่ได้คอมมิชชั่น เช่น คนขายบ้าน เป็นต้น คือ รายได้ไม่คงที่ บางทีก็อาจจะได้เยอะมากขนาดที่ว่าเท่ากับคนปกติทำงาน 5-6 ปี บางครั้งก็อาจจะไม่มีเงินเข้าเลย 5-6 เดือน อันนี้ก็ต้องอยู่ให้ได้นะคะ โดยการที่เราต้องรู้จักการบริหารการเงิน มีลูกน้องหลายคนที่ต้องเลิกทำงานนี้ทั้งที่รายได้มากกว่างานเดิม เพราะว่าเผลอเอาเงิน 3-4 หมื่นเหรียญที่ได้เมื่อเดือนที่แล้วไปใช้หมด แล้วเดือนถัดมาไม่มีรายได้เข้า หายืมที่ไหนไม่ได้ก็เลยต้องไปทำงานที่เขาจ่ายเงินให้ทันทีเป็นรายชั่วโมงแทน

โดยส่วนตัวแล้วที่มาทำงานด้านนี้เพราะโชคชะตาบันดาลแบบไม่ได้ตั้งใจ ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานงานขายเลยและเคยเกลียดงานขายมากแต่อยู่มาได้ถึงปีที่ 11 ก็เพราะใจรักในงานนี้และได้เห็นว่ามีประโยชน์ได้ช่วยเหลือแนะนำคนมากกว่าการขายค่ะ เพราะฉะนั้นใครจะเข้ามาทำงานด้านนี้ก็คิดให้ดีถ้วนถี่ เป็นงานที่ดีถ้าหากว่าคุณตั้งใจทำมันด้วยใจรัก ด้วยความซื่อสัตย์กับตัวเองและลูกค้า มีความอดทนหมั่นแสวงหาความรู้ และสามารถบริหารจัดการความไม่แน่นอนของการจัดสรรเวลาและรายได้ค่ะ"

วันนี้หมดพื้นที่แล้ว ฉบับหน้าจะมาพูดถึงเรื่องนี้กันต่อค่ะ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: http://www.investopedia.com/updates/dol-fiduciary-rule/