Get Adobe Flash player

ศาสนาพุทธในประเทศสหรัฐอเมริกา โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้ไปร่วมงานบวชพระสงฆ์ของวัดเมตตาวนาราม ได้เห็นพระที่มาบวชเป็นชาวอเมริกัน ทำให้สัปดาห์นี้อยากจะเขียนเรื่องศาสนาพุทธในประเทศสหรัฐอเมริกามาเล่าสู่กันฟังค่ะ

ศาสนาพุทธในเมืองลุงแซมนี้ถือว่าเป็นศาสนาใหญ่อันดับต้น ๆ รองจากศาสนาคริสต์ ยิวและอิสลามเลยทีเดียว ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธในสหรัฐจะเป็นคนเชื้อสายเอเชีย กลุ่มเชื้อชาติอื่นที่เปลี่ยนมานับถือศาสนานี้ หรือเป็นกลุ่มของลูกหลานผู้ที่นับถือศาสนาพุทธในครอบครัว เมื่อปี 2012 หนังสือพิมพ์ ยูที ซานดิเอโก้ คาดว่ามีคนที่นับถือศาสนาพุทธในอเมริกาถึง 1.2 ล้านคน โดยประมาณ 40% อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้ แต่ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซนต์ของจำนวนประชากรแล้ว รัฐฮาวายถือว่ามีประชากรนับถือศาสนาพุทธมากที่สุดถึง 8% เนื่องจากมีชุมชนเชื้อสายเอเชียขนาดใหญ่

จากข้อมูลของวิกิพีเดีย นักการศาสนาพุทธชาวอเมริกันได้แบ่งกลุ่มของชาวอเมริกันที่นับถือศาสนาพุทธเป็น 3 กลุ่มคือ

1. กลุ่มผู้อพยพรุ่นแรก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด ศาสนาพุทธได้เข้ามาในประเทศสหรัฐพร้อมกับกลุ่มผู้อพยพชาวเอเชียตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีทั้งผู้ที่มาจากเอเชียตะวันออกและจากประเทศจีนที่หลั่งไหลเข้ามาจำนวนมากในช่วงขุดทองของแคลิฟอร์เนียในปี 1849 ศาสนาพุทธในกลุ่มนี้จะมีความหลากหลายมากตามแต่เชื้อสายชาติพันธุ์ของผู้อพยพ อันได้แก่ จีน เกาหลี ศรีลังกา เขมร เวียดนามและไทย เป็นต้น โดยหลังจากกฏหมายการอพยพเข้าเมืองปี 1965 ได้มีการคนจากประเทศจีนและเวียดนามรวมทั้งประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งนับถือศาสนาพุทธแบบเถรวาทเข้ามากันมากขึ้น

นอกจากศาสนาพุทธแบบดั้งเดิมแล้ว ผู้อพยพยังมีการนำเอาศาสนาพุทธแบบร่วมสมัยเข้ามาด้วย เช่น กลุ่ม Buddhist Churches of America หรือ บีซีเอ ของชาวอเมริกันเขื้อสายญี่ปุ่น และกลุ่มวัดชีไหลของชาวไต้หวัน ซึ่งอยู่ที่เมืองฮาเซียนดาไฮท์ รัฐแคลิฟอร์เนียก็เป็นสถานที่เคารพบูชาหลักในสหรัฐของกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธยุคใหม่ของชาวใต้หวันที่มีชื่อว่า โฟ กวง ชาน วัดนี้ผู้เขียนได้เคยไปชมมาแล้ว มีขนาดใหญ่โตสวยงาม สร้างขึ้นในปี 1988 ด้วยทุนก่อสร้างถึง $10 ล้านเหรียญและถือว่าเป็นวัดในศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลกตะวันออก

2. กลุ่มผู้ที่นำเอาศาสนาพุทธเข้ามา (Import Buddhist) พวกนี้จะเป็นกลุ่มผู้สอนศาสนาพุทธซึ่งได้เข้ามาอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนในศาสนาพุทธนิกาย เซน ทิเบตและเถรวาท

3. กลุ่มผู้ที่นำเอาศาสนาพุทธออกไป (Export or Evangelical Buddhist) อันได้แก่ กลุ่ม Soka Gakkai International หรือ เอส จี ไอ ในประเทศญี่ปุ่น กลุ่มนี้ได้ขยายตัวหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 และแผ่ขยายในสหรัฐอเมริกา โดยมีการรวมเอาคนทั้งผิวดำ คนลาติโนเข้ามาเป็นสมาชิกด้วย คนดังที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ทีน่า เทอร์เนอร์ เฮอร์บี้ แฮนคอร์ค ออร์แลนโด บลูม เป็นต้น กลุ่มนี้จะไม่มีพระสงฆ์ แต่จะมีการสวด มันตราแบบของญี่ปุ่น แต่จะไม่มีการฝึกสมาธิแบบชาวพุทธกลุ่มอื่น

คนไทยเราส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาพุทธก็จะเป็นแบบนิกายเถรวาท ซึ่งจะมีทั้งการสวดและการนั่งสมาธิด้วย ส่วนตัวผู้เขียนก็เป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธแบบเถรวาทเช่นกัน แต่ก็มีความสนใจในการศึกษาถึงหลักปรัชญาของศาสนาพุทธนิกายอื่น รวมทั้งศาสนาอื่นของโลกเช่นกัน ศาสนานั้นเป็นเครื่องดำรงอยู่ของวิถีของชีวิตมนุษย์ เป็นตัวแสดงถึงวัฒนธรรมของกลุ่มชน ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่าศาสนาเป็นเรื่องของความสมัครใจ ผู้ที่นับถือศาสนาใด หากเรานำเอาแก่นแท้ของปรัชญาศาสนามาประยุกต์กับชีวิตประจำวันให้นำพาไปในทางที่ดีก็เป็นเรื่องดี แต่แม้บุคคลที่ไม่ระบุว่านับถือศาสนาใด ๆ แต่ถ้าสามารถใช้หลักปรัชญาอื่นมาครองตัวได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน โลกเรานี้เปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่มีการสื่อสารไร้พรมแดนอย่างอินเตอร์เนต จึงเป็นเรื่องดีที่เราควรจะศึกษาเรียนรู้ถึงความแตกต่างซึ่งกันและกัน ซึ่งการศึกษาในเรื่องความแตกต่างของศาสนาก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เราเข้าใจความแตกต่างของคนที่อยู่รอบตัวเราและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้บนโลกใบเดียวกันนี้เอง

ก่อนจากไปขอฝากประชาสัมพันธ์โครงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและช่วยเหลือทางกฏหมาย ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฏหมายจากสำนักอัยการสูงสุดจากประเทศไทยมาให้ความรู้และบริการตอบคำถามทางกฏหมายให้กับชาวแคลิฟอร์เนียตั้งแต่วันที่ 15-17 กรกฏาคม ผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมสัมนาและขอรับบริการ ขอให้นัดหมายล่วงหน้าเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเตรียมเอกสาร โดยสามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่คุณณัฐพงศ์ หมายเลขโทร. 323 962-9574 ต่อ 216 หรืออีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  ใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฏหมายไทย เช่น การถือครองที่ดิน การเข้ารับราชการทหาร การรับสิทธิ์ประชาชนหรืออื่น ๆ อย่าพลาดโอกาสนี้และสำรองทีนั่งแต่เนิ่น ๆ เพราะมีที่จำกัดค่ะ

หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Buddhism_in_the_United_States