Get Adobe Flash player

DACA คืออะไร?? โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

ประเด็นเรื่องร้อนที่เป็นข่าวในสัปดาห์นี้สำหรับชุมชนไทยในเมืองลุงแซมคงจะไม่มีอะไรที่จะร้อนไปกว่าข่าวการยกเลิกโครงการ DACA (อ่านว่า “ดาก้า”) แล้ว ซึ่งรายละเอียดของการแถลงของกระทรวงแห่งมาตุภูมิได้เขียนไว้ในข่าวหน้า 1 ว่าเป็นมาอย่างไร แต่ในคอลัมน์วันนี้ผู้เขียนอยากจะมาเล่าเพิ่มเติมว่าเจ้าโครงการที่ชื่อว่า “ดาก้า” นี้คืออะไรและมีความเป็นมาอย่างไรกันค่ะ

โครงการดาก้า (DACA) มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Deferred Action for Childhood Arrivals (DACA) เป็นโครงการเกี่ยวกับผู้อพยพที่ถือกำเนิดในสมัยของรัฐบาลประธานาธิบดีโอบาม่าในเดือนมิถุนายน 2012 โครงการนี้อนุญาตให้ผู้อพยพที่อยู่อย่างผิดกฏหมายบางกลุ่มซึ่งเข้ามาในประเทศขณะที่ยังเป็นผู้เยาวด์สามารถได้รับใบอนุญาตชลอการถูกเนรเทศเป็นเวลา 2 ปีและสามารถทำงานได้ ซึ่งใบอนุญาตที่ว่านี้ก็สามารถขอต่ออายุได้ด้วย ที่ผ่านมามีผู้เยาว์ราว 8 แสนคนซึ่งถูกเรียกว่า “Dreamer” ตามกฏหมาย Dream Act ได้รับประโยชน์จากโครงการ

นโยบายนี้ถูกสร้างขึ้นหลังจากที่ทราบว่ามีนักเรียนจำนวนมากที่ถูกเลี้ยงดูเติบโตมาในประเทศอเริกา และดูเหมือนว่าคนเหล่านี้จะถูกใช้เป็นวิธีบังคับใช้กฏหมายเนรเทศจากบุคคลที่มีความสำคัญน้อยกว่าและมีพฤติกรรมดี ประชากรนักเรียนที่อยู่อย่างไม่ถูกกฏหมายมีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วทุกปี โดยในทุกปีจะมีนักเรียนผู้อพยพที่อยู่อย่างไม่ถูกกฏหมายถึง 65,000 คน

จากงานวิจัยพบว่าโครงการดาก้านี้เป็นตัวช่วยค่าแรง และการเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้อพยพที่ได้รับสถานะทางดาก้า ทำให้ลดจำนวนครอบครัวผู้อพยพที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ใช้ชีวิตอย่างยากจนลง และไปเพิ่มผลทางสุขภาพจิตของผู้ที่ได้รับดาก้าและบุตรของเขาด้วย ในโครงการนี้ไม่พบว่ามีปัญหาย้อนหลังที่จะกระทบกับดาก้าที่เกิดจากคนงานที่เกิดในประเทศ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์บางท่านกล่าวว่า โครงการดาก้าให้ประโยชน์กับเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ.

กฏหมาย DREAM Act เป็นกฏหมายที่กล่าวถึงการสร้างเส้นทางสำหรับผู้อพยพที่อยู่อย่างไม่มีสถานะพลเมืองและถูกนำเข้าประเทศ โดยจะมีการพิจารณาโดยผ่านสภาคองเกรสในปี 2007 ซึ่งร่างกฏหมายนี้ไม่สามารถเอาชนะความเห็นของทั้ง 2 ฝ่ายในวุฒิสภาได้ แต่ก็ได้นำมาพิจารณาอีกครั้งในปี 2011 หนนี้ร่างกฏหมายผ่านสมาชิกสภาผู้แทนฯ แต่ไม่สามารถได้รับการโหวตเลือก 60 โหวตที่จะทำให้ชนะคู่แข่งในสภาสูงได้ ในปี 2013 นักกฏหมายซึ่งต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบผู้อพยพขึ้นทั้งหมด ได้แก่ ให้กลุ่ม “ดรีมเมอร์”สามารถอยู่ ทำงาน ไปโรงเรียน ได้นำกฏหมายผ่านวุฒิสมาชิกแต่ไม่เคยถูกนำมาเสนอให้โหวตที่สภาผู้แทนฯ

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2014 ประธานาธิบดีโอบาม่าได้พยายามที่จะขยายโครงการดาก้านี้ออกไปให้ครอบคลุมถึงผู้อพยพอื่นเพิ่มเติม แต่มีหลายรัฐที่ได้ฟ้องร้องเพื่อยับยั้งไม่ให้มีการขยายโครงการจนสุดท้ายก็ถูกกักเรื่องไว้ในหลายศาล กระทรวงแห่งมาตุภูมิสหรัฐได้ทำการยกเลิกการขยายโครงการนี้เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2017 ขณะที่ยังทบทวนการจะยังคงให้มีโครงการอยู่ต่อไปหรือไม่ ซึ่งเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2017 ที่ผ่านมารัฐบาลของประธานาธิบดีทัมป์ก็ได้มีการประกาศยกเลิกโครงการดาก้า แต่จะเลื่อนการบังคับใช้ออกไปอีก 6 เดือนเพื่อให้สภาคองเกรสมีเวลาที่จะหาทางแก้ไขอื่นให้กับประชาชนซึ่งที่ผ่านมาได้รับสถานะดาก้าไปแล้ว

ขณะนี้ทาง องค์กรแอดแว้นซิ่งจัสทิส-แอลเอ ได้กระตุ้นให้ผู้ที่ได้รับสถานะดาก้า (ผู้ที่ใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในระหว่างวันที่ 5 กันยายน 2017 ถึง 5 มีนาคม 2018) ไปต่ออายุก่อนวันที่ 5 ตุลาคม 2017 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะรับคำร้องในการขอต่ออายุ โดยขณะนี้องค์กรฯ และเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือผู้มีคุณสมบัติในการต่ออายุโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยในเดือนกันยายนนี้ทางองค์กรฯ ได้จัดให้มีคลีนิคช่วยเหลือในการต่ออายุทุกวันพฤหัสที่สำนักงานในดาวน์ทาวน์แอลเอ สำหรับผู้ที่ต้องการมาทำเรื่องขอให้โทร.นัดหมายเวลากับเจ้าหน้าที่คนไทยได้ที่หมายเลข (800) 914-9583

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Deferred_Action_for_Childhood_Arrivals