Get Adobe Flash player

บัญชีเงินฝากเพื่อการเกษียณอายุส่วนบุคคล (Individual Retirement Account-IRA) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ช่วงนี้หลายท่านคงจะยุ่งกับการรวบรวมเอกสารเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีกัน ทำให้ที่ผ่านมามีผู้มาถามถึงเรื่องของ “ไอร่า” หรือ IRA ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากเพื่อการเกษียณอายุส่วนบุคคลกันมาก เรื่องนี้จริงแล้วผู้เขียนได้เคยเขียนเรื่องนี้ไปบ้างแล้วในบทความก่อน ๆ ที่พูดถึงเรื่องของรายการที่จะนำไปหักภาษีได้ แต่วันนี้จะขอหยิบมาพูดถึงกันโดยละเอียดขึ้นอีกครั้งค่ะ  

บัญชีเงินฝากเพื่อการเกษียณอายุส่วนบุคคลหรือ ไอร่า (IRA) นี้เป็นเครื่องมือที่ให้บุคคลทั่วไปสามารถเก็บสะสมเงินที่หาได้ในระหว่างที่ทำงานเพื่อรอไปใช้ในยามที่หยุดทำงานหรือเกษียณอายุ ผู้ที่จะเปิดบัญชีประเภทนี้ได้จะต้องมีรายได้จากการทำงาน (earn income) นะคะ สำหรับคนที่มีรายได้จากสิ่งอื่นที่ไม่ได้มาจากการทำงาน (unearned income) เช่น พวกค่าเช่า เงินค่าเลี้ยงดู ดอกเบี้ย เป็นต้น ไม่สามารถเปิดบัญชีพวกนี้ได้ค่ะ สำหรับ IRA  นั้นมีหลายรูปแบบอันได้แก่ Traditional IRA, Roth IRA, SIMPLE IRA และ SEP IRA ซึ่งเป็นการจัดตั้งตามกฏหมายของ IRS เพื่อสิทธิ์ประโยชน์ทางด้านภาษี โดยสองแบบแรกจะเป็นสำหรับผู้เสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดา และสองแบบหลังจะเป็นสำหรับการจัดตั้งโดยเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและผู้ที่ทำงานแบบอิสระ (self-employed) ค่ะ

เงินใน IRA นั้นจะไปลงทุนอะไรก็แล้วแต่แบบของแพลนที่เอาไปลงนะคะ ซึ่งจะมีได้ตั้งแต่เงินฝาก Money Market เงินฝากเกษียณอายุแบบอนูอิตี้ mutual fund หรือจะเป็นพวกตราสารของรัฐบาลก็มีค่ะ

บัญชีแบบ Traditional IRA หรือที่คนเรียกว่า IRA เฉย ๆ แบบไม่มีอะไรต่อท้ายนั้น ส่วนใหญ่เงินที่ฝากจะสามารถนำไปหักภาษีในปีภาษีที่ฝากเงินได้ แต่เมื่อเวลาไปถอนออกมาก็จะต้องเสียภาษีทั้งหมดในรูปแบบของรายได้ในปีที่ถอนออกมา (เพราะเงินภาษีในเงินนี้ถูกหักในปีที่ได้รับเงิน)โดยในปี 2018 นี้สามารถฝากได้ถึง 5,500 เหรียญต่อคนต่อปี (11,000 เหรียญต่อคู่สมรส) และหากอายุ 50 ปีขึ้นไปก็สามารถฝากได้ถึง 6,500 เหรียญต่อคนต่อปี (13,000 ต่อคู่สมรส) ค่ะ ที่บอกว่าส่วนใหญ่ก็เพราะมีบางเคสที่ก็หักภาษีไม่ได้ทั้งหมด เช่น เพราะมีรายได้สูงเกินหรือมีเงินฝากในโปรแกรมที่นายจ้างเสนอให้อยู่แล้ว โดยในปี 2018 หากคุณมีแผนการลงทุนที่เสนอให้ที่ทำงาน (เช่น 401-K หรือ 403-B) และทำรายได้น้อยกว่า 63,000 เหรียญต่อปี เงินที่คุณนำไปฝากกับ IRA นี้จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ทั้งหมดค่ะ แต่หากว่าทำเงินได้มากกว่านี้จะสามารถนำมาหักภาษีได้แค่เพียงบางส่วน และถ้าหากว่าเงินได้มากกว่า 73,000 เหรียญ เงินที่ฝากจะไม่สามารถนำมาหักภาษีได้เลยเว้นแต่ว่าคุณไม่ได้ร่วมฝากเงินในแผนของที่ทำงานด้วย นอกจากนี้สถานะของการยื่นแบบภาษีก็จะทำให้ข้อกำหนดนี้แตกต่างออกไปอีกเช่นกัน

บัญชีแบบ Roth IRA นั้น เงินที่ฝากไม่สามารถนำไปหักภาษีได้ แต่เงินที่ถอนออกมารวมทั้งดอกเบี้ยที่ได้ไม่ต้องเสียภาษีในปีที่ถอนเลย ซึ่งเป็นข้อดีที่เมื่อท่านเกษียณเอาเงินออกมาใช้ได้เต็มที่และไม่ต้องห่วงเรื่องภาษีเลยค่ะ

บัญชี Simplified Employee Pension IRA หรือเรียกสั้น ๆ ว่า SEP IRA มีได้สำหรับบุคคลที่ทำงานแบบอิสระหรือ Self-employed รวมทั้งเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก โดยเจ้าของธุรกิจจะจัดตั้งแพลนนี้สำหรับลูกจ้างก็ได้ และสามารถนำเอาเงินที่ฝากเข้าบัญชีให้ลูกจ้างมาหักลดหย่อนรายได้ของธุรกิจทำให้ธุรกิจเสียภาษีในอัตราลดลง แต่อย่างไรก็ตามลูกจ้างไม่สามารถที่จะฝากเงินเข้าบัญชีประเภทนี้ได้ รวมทั้งเวลาถอนเงินในยามเกษียณก็จะต้องเสียภาษีเงินได้ด้วยค่ะ

และบัญชี Simple IRA หรือ Saving Inventive Match Plan for Employee เป็นบัญชีสำหรับบุคคลทำอาชีพอิสระและเจ้าของธุรกิจเช่นเดียวกับ SEP IRA แต่ที่ต่างกันก็ตามชื่อนะคะ แพลนนี้ลูกจ้างสามารถที่จะฝากเงินใส่เข้าบัญชีได้ในขณะที่นายจ้างก็ฝากเงินให้ลูกจ้างด้วยค่ะ เงินที่ฝากเข้าบัญชีทั้งหมดจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ทั้งส่วนของนายจ้างและลูกจ้างทำให้ทั้งสองฝ่ายอาจจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง

เงินฝาก IRA หรือไอร่า ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม หากมีการถอนออกมาใช้ก่อนอายุ 59 ½ ปีจะต้องเสียค่าปรับอีก 10% นะคะ เพราะ IRS ให้มีบัญชีประเภทนี้ขึ้นและให้สิทธิ์ทางด้านภาษีก็เพื่อเหตุผลสำหรับให้ท่านเก็บเงินไว้ใช้ในยามเกษียณเท่านั้น ไม่ใช่ที่ฝากเงินแบบบัญชีเงินฝากธนาคารทั่วไป ดังนั้นก่อนจะทำการเปิดบัญชีเอาเงินใส่ก็ควรจะคิดให้รอบคอบค่ะว่าเป็น “เงินนอน” จริงๆ

สำหรับผู้ที่ต้องการเปิดบัญชีเพื่อลดหย่อนภาษีของปี 2017 จะต้องเปิดบัญชีให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 15 เมษายน 2018 นี้ หากเปิดบัญชีหลังจากนั้นก็จะนำไปลดหย่อนภาษีได้สำหรับปีภาษี 2018 ซึ่งจะยื่นในปีถัดไปค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: https://www.investopedia.com/terms/i/ira.asp