Get Adobe Flash player

การขายประกันชีวิตในข้อตกลงแบบ Life Settlement โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน ทาง FINRA ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับธุรกิจเกี่ยวกับการเงินก็ได้ออกบทความเพื่อเตือนผู้สูงอายุที่อาจจะได้ยินโอกาสที่จะขายประกันชีวิตในรูปแบบที่ชื่อว่า “Life Settlement” ซึ่งกำลังเป็นที่แพร่หลายกันอย่างมากขึ้นในทุกวัน ดังนั้นผู้เขียนก็เลยอยากจะเอามาเผยแพร่เพื่อให้ความรู้กับท่านผู้อ่านกันค่ะ

ข้อตกลงแบบ Life Settlement นี้เกี่ยวข้องการการขายประกันชีวิตที่มีอยู่ให้กับบุคคลที่ 3 (ซึ่งอาจเป็นธุรกิจหรือบุคคลทั่วไปก็ได้) ในจำนวนเงินที่มากกว่าเงินสะสมที่มีอยู่ในประกันแต่น้อยกว่าวงเงินคุ้มครองที่มีอยู่ แน่นอนว่ามันอาจจะช่วยให้คนได้เงินสดออกมาจากประกันชีวิตที่ส่งไม่ไหวหรือไม่คิดจะส่งประกันต่อแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้จะดีกับทุกคนเสมอไปนะคะ เพราะธุรกรรมประเภทนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงและมีผลกระทบที่ตามมาอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวอยู่มากมาย รวมทั้งค่อนข้างยากที่จะขายประกันชีวิตที่มีอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้นหากคุณคิดที่จะขายประกันชีวิตก็ควรจะทำความเข้าใจกับตัวกรมธรรม์ที่มีอยู่ว่ามีทางเลือกอย่างไรบ้าง รวมทั้งทำความเข้าใจกับ life settlement ให้ดีและถามผู้ซื้อหลาย ๆ เจ้าก่อนที่จะตัดสินใจ

ในสมัยก่อนหากคุณเป็นเจ้าของประกันชีวิตและคุณไม่ต้องการจะมีประกันนั้นต่อไปอีก โดยทั่วไปคุณมี 2 ทางเลือกคือยกเลิกเพื่อเอาเงินสะสมออกมาใช้หรือปล่อยให้ยกเลิกไปเอง ตัว Life Settlement นี้จึงกลายเป็นทางเลือกที่ 3 คือกระบวนการขายกรมธรรม์ (หรือขายสิทธิ์ในการรับผลประโยชน์) ให้กับบุคคลอื่นใดนอกจากบริษัทประกันที่เป็นคนออกกรมธรรม์

ตลาดของ Life Settlement นี้ เริ่มต้นมาจากธุรกิจที่เรียกว่า “Viatical Settlement” ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ราวปี 1980 เพื่อเป็นแหล่งเงินสดให้กับผู้เอาประกันซึ่งป่วยด้วยโรคเอดส์และผู้ป่วยโรคอื่นที่แพทย์วินิจฉัยว่าจะเสียชีวิตภายใน 2 ปี แต่ life settlement นี้มีข้อแตกต่างคือเจ้าของกรมธรรม์ไม่จำเป็นต้องถูกหมอวินิจฉัยว่าใกล้เสียชีวิต แต่มักจะต้องเป็นผู้สูงอายุที่คาดว่าจะมีอายุขัยอยู่อีก 2-10 ปี รวมทั้งประกันที่นำมาขายในรูปแบบนี้จะมีมูลค่าวงเงินการคุ้มครองที่สูงกว่าแบบ Viatical Settlement

กระบวนการทำข้อตกลงแบบ Life Settlement นี้เริ่มจากการที่บริษัทซึ่งทำธุรกิจพวกนี้จะซื้อประกันชีวิตเข้ามาถือไว้และจ่ายเบี้ยประกันจนกว่าผู้เอาประกันเสียชีวิตและได้รับเงินคุ้มครอง หรืออาจจะขายกรมธรรม์ต่อไปให้กับคนอื่น หรืออาจจะขายสิทธิ์ในการเคลมเอาเงินประกัน (ทั้งรูปแบบกรมธรรม์เดียวหรือกลุ่มกรมธรรม์) ให้กับกองทุนเพื่อการลงทุนหรือผู้ลงทุนประเภทบุคคลมาร่วมสิทธิ์ในการเสียชีวิตของผู้เอาประกัน

สำหรับผู้ที่ขายประกันชีวิตของตัวให้กับบริษัทเหล่านี้ก็จะได้เงินก้อนในจำนวนเงินที่ขึ้นกับอายุ สุขภาพและเงื่อนไขในการซื้อขาย แต่โดยทั่วไปจะมากกว่าเงินสะสมในกรมธรรม์แต่จะน้อยกว่าวงเงินการคุ้มครอง เมื่อท่านขายประกันชีวิตไป ใครก็ตามที่ซื้อกรมธรรม์ไป เขากลายเป็นผู้มีประโยชน์กับการเสียชีวิตของท่าน ซึ่งนอกจากที่เขาจะต้องจ่ายเงินก้อนเพื่อซื้อแล้ว เขายังต้องรับผิดชอบในการจ่ายเบี้ยประกันต่อไปด้วยจนกว่าผู้ขายกรมธรรม์จะเสียชีวิต และเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตผู้ที่ซื้อกรมธรรม์ไปซึ่งเป็นผู้รับผลประโยชน์คนใหม่ก็จะได้รับวงเงินคุ้มครองเป็นผลประโยชน์ไป

ก่อนจะตัดสินใจขายประกันชีวิตของท่านควรจะพิจารณาปัจจัย เช่น ท่านยังจำเป็นต้องมีประกันชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะหากท่านยังต้องการมีการคุ้มครองอยู่ การที่ขายกรมธรรม์ไปแล้วอาจทำให้ท่านไม่สามารถซื้อประกันตัวใหม่ได้ เพราะวงเงินเต็มจำนวนที่อนุญาตไปแล้ว หรืออาจจะต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นเพราะท่านอายุมากขึ้นหรือสุขภาพแย่ลงก็ได้ ดังนั้นก่อนจะทำอะไรควรหาข้อมูลและพิจารณาทางเลือกให้ถ้วนถี่เสียก่อน ฉบับนี้เราหมดพื้นที่แล้วฉบับต่อไปเราจะมาพูดถึงเรื่องเงื่อนไขอื่นซึ่งพอจะเป็นทางเลือกและข้อควรพิจารณาในการทำธุรกรรมประเภทนี้กันต่อค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: http://www.finra.org/investors/alerts/seniors-beware-what-you-should-know-about-life-settlements