Get Adobe Flash player

การลงทุนในข้อตกลงแบบ Life Settlement หรือ Death Bond โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน 2 ฉบับก่อนเราพูดถึงในกรณีที่ท่านเป็นผู้ขายประกันชีวิตของท่านไปแล้ว ฉบับนี้เราจะพูดถึงในกรณีที่ท่านเป็นผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนในข้อตกลงแบบ life settlement กันในตอนจบค่ะ

การลงทุนใน life settlement นี้บางครั้งก็เรียกว่า “death bond” เพราะว่าผู้ลงทุนนั้นลงทุนไปกับความตายของเจ้าของประกันค่ะ พวกกองทุน Hedge funds ซึ่งเป็นกองทุนที่เกี่ยวกับการลงทุนกลุ่มเฉพาะมักจะเกี่ยวข้องกับการลงทุนประเภทนี้เพราะเป็นผู้ที่สนับสนุนเงินทุนให้กับบริษัทที่ทำธุรกิจเพื่อซื้อประกันชีวิตจากเจ้าของประกัน

Life settlement แต่ละตัวจะถูกนำมารวมกันแล้วจัดเป็นรูปแบบการลงทุน เช่น death bonds ซึ่งจะนำไปขายให้กับกงอทุนต่าง ๆ เจ้าการลงทุนแบบนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียซึ่งผู้เขียนอยากจะเอามากล่าวไว้โดยสังเขปค่ะ

ข้อดีคือ

-การเฉลี่ยความเสี่ยง โดยผ่านความหลากหลายของประเภทการลงทุน เนื่องจาก life settlement นี้เป็นการลงทุนประเภทที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นเพราะผู้คนล้มตายกันอยู่เป็นประจำไม่ว่าสภาพของตลาดการลงทุนจะดีหรือไม่ก็ตาม

-ผลตอบแทนสูง ซึ่งไม่เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ เงินตอบแทนมาแน่นอนอยู่ที่จะมาเมื่อไหร่เท่านั้น หากผู้ขายประกันเสียชีวิตเร็วผู้ซื้อก็จะได้ผลกำไรมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

-ผลตอบแทนไม่เสียภาษี ประกันชีวิตมีผลประโยชน์ต่อผู้รับคือการที่ไม่ต้องเสียทั้งภาษีกำไรและภาษีทั่วไป เพราะส่วนใหญ่เงินนี้ถูกนำมาใช้จัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิต

ข้อเสียคือ

-คนหลอกลวง ธุรกิจประเภทนี้มีคนหลอกลวงจำนวนมาก โดย Moody’s ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันทางการเงินได้เลิกจัดอันดับให้กับการงทุนประเภทนี้เนื่องจากผู้ที่สร้างกองทุนถูกลงโทษในคดีฉ้อโกง พวกหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดมาจากโบรคเกอร์ห่วย ๆ ที่ใช้กลยุทธให้การกดดันผู้คนให้ขายประกันชีวิตของเขาโดยไม่ได้ทราบถึงผลในภายหลัง

-ข้อมูลเงินได้ที่ไม่จริง ประกันที่ชีวิตที่เกิดขึ้นโดยคนที่ไม่รู้จักหรือที่เรียกว่า STOLI เป็นประกันชีวิตที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลถูกชักจูงให้ซื้อประกันชีวิตไม่ใช่เพียงเพราะเขาอยากให้เอง แต่เกิดจากการที่เขาได้รับเงินค่าจ้างให้ทำ กรมธรรม์เหล่านี้จึงมักจะมีการปลอมแปลงข้อมูลการเงินทั้งรายได้และความมั่งคั่งสุทธิ

  • มีข้อมูลน้อย บริษัทที่ทำธุรกิจประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทปิด (ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลการเงินเช่นบริษัทในตลาดหุ้น) ดังนั้นจึงมีข้อมูลสำหรับผู้ลงทุนจึงหาได้ไม่ง่าย
  • ชาดการควบคุม ในขณะนี้ธุรกิจประเภทนี้ยังไม่มีการควบคุมทางกฏหมายที่แน่ชัด แต่เมื่อมีคนลงทุนกันมากขึ้นกฏหมายก็คงจะเข้ามาจัดการ ขณะนี้ NASD ได้ออกแถลงการณ์กล่าวว่าควรจะมีกฏหมายหรือการควบคุมอะไรบางอย่างกับธุรกิจประเภทนี้
  • การเปลี่ยนกฏหมายภาษี ข้อดีทางด้านภาษีนั้นจะต้องเป็นที่สนใจของรัฐสภาคองเกรสแน่นอน ท้ายที่สุดแล้วคองเกรสจะมองเห็นว่ากรมธรรม์เหล่านี้จะถูกจ่ายให้กับนักลงทุนโดยไม่เสียภาษี และจะต้องการทำอะไรสักอย่าง
  • การทำธุรกรรมกับความตาย นักลงทุนควรจะจำไว้ว่าการลงทุนประเภทนี้จำเป็นจะต้องมีผู้เสียชีวิต ซึ่งสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนที่จะทราบว่าพวกเขาได้รับผลกำไรจากการที่บุคคลหนึ่งเสียชีวิตหรือไม่

โดยสรุปแล้ว นักลงทุนควรจะทำการบ้านให้มากขึ้นเช่นเดียวกับการลงทุนประเภทอื่นที่ไม่ได้มีการควบคุมทางกฏหมาย และไม่ควรเอาใจไปเชื่อถือเพียงแค่ตัวของบริษัทประกันเท่านั้น การที่ไม่การควบคุมทางกฏหมายทำให้อาจมีใครสามารถเริ่มต้นธุรกิจนี้ได้อย่างง่าย และทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถหาข้อมูลได้อย่างง่ายหรือประเมินความเสี่ยงได้เหมือนกับการลงทุนที่มีการควบคุมทางกฏหมาย เงินที่ลงทุนที่มักจะใช้จำนวนมากและจะต้องถูกผูกติดไว้จนกว่าจะมีคนเสียชีวิต ถึงจะได้ผลตอบแทนคืน ดังนั้นผู้ลงทุนควรจะชั่งผลได้เสียก่อนจะตัดสินใจค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”

อ้างอิง: https://www.investopedia.com/articles/bonds/08/death-bonds-portfolio.asp