Get Adobe Flash player

โครงการสำหรับนักเดินทาง-โกลบอล เอนทรี้ (Global Entry) โดย วลัยพรรณ เกษทอง

Font Size:

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน เชื่อแน่ว่าหลายท่านที่อ่านบทความนี้จะต้องเคยรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องยืนรอคอยคิวยาวตอนที่ผ่านระบบเอ๊กซเรย์และตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกากันแน่ ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลายาวนานอยู่หลายชั่วโมงจนแทบจะไปไม่ทันต่อเครื่องเลยก็ได้ วันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะมานำเสนอโครงการที่เรียกว่า” Global Entry” อ่านว่า “โกลบอล เอนเทรี้” ซึ่งเป็นโครงการสำหรับนักเดินทางกันค่ะ

โครงการโกลบอลเอนทรี้นี้เป็นการให้บริการของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ซึ่งจะอนุญาตให้นักเดินทางที่ได้ผ่านการตรวจสอบและอนุมัติล่วงหน้าให้ผ่านระบบการตรวจตราแบบด่วนพิเศษเมื่อผ่านเข้าสู่ประเทศฯ ซึ่ง ณ เดือนตุลาคม 2017 มีการให้บริการในสนามบินของสหรัฐ 54 แห่งและสถานที่อื่นอีก 15 แห่ง โดยประเมินว่ามีผู้คนสมัครเข้าร่วมในโครงการนี้มากกว่า 15 ล้านคนและมีผู้สมัครใหม่เข้ามาถึง 50,000 รายต่อเดือน

ที่มาของโครงการนี้เริ่มต้นเมื่อช่วงประมาณปี 1990 ถึงต้นยุคปี 2000 ซึ่งหน่วยงานอิมมิเกรชั่นที่ชื่อว่า INS ยังใช้ระบบ INSPASS ซึ่งเป็นโครงการที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวผู้ที่ได้รับความเชื่อถือเดินทางผ่านด้วยการประสานกับระบบของประเทศแคนาดาและประเทศในยุโรปที่สนามบินเจเอฟเค (รัฐนิวยอร์ค)และนิววาร์ค (รัฐนิวเจอร์ซี่) ระบบ INSPASS นั้นดำเนินการด้วยระบบเดียวกันคือพิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้เดินทางด้วยลายมือ และได้ถูกยกเลิกโครงการไปในปี 2002 เมื่อหน่วยงาน INS ถูกนำไปรวมกับหน่วยงานศุลกากรและตั้งองค์กรใหม่ที่ชื่อว่า U.S. Customs and Protection ที่เรียกชื่อย่อว่า CBP

ส่วนระบบโกลบอลเอนทรี้นั้นเริ่มต้นใช้ในสนามบินไม่กี่แห่ง ได้แก่ เจเอฟเค (เทอมินัล 4) วอชิงตัน-ดัลส์ และฮูสตัน หลังจากที่ได้รับการตอบรับที่ดีของผู้เดินทางก็ได้มีการขยายโครงการไปยังสนามบินแอลเอเอ๊กซ์ (LAX) แอตแลนต้า (ATL) ชิคาโก้-โอแฮร์ และไมอามี่

ในปี 2009 สมาชิกของโครงการได้ขยายให้กับผู้ถือพาสปอร์ตของประเทศเนเธอร์แลนด์ผู้ซึ่งเป็นสมาชิกของโครงการ Dutch Privium trusted Traveler Program ทำให้สมาชิกของโกลบอลเอนทรี้สามารถเข้าร่วมโครงการ Dutchฯ ได้เช่นกันโดยสมัครที่สนามบินอัมสเตอร์ดัมและสามารถใช้เข้าออกในประเทศในกลุ่มเชงเก้น (ประเทศในยุโรป) ได้ด้วย รวมทั้งสมาชิกของกลุ่ม NEXU และ SENTRI ก็สามารถผ่านเข้าใช้ระบบโกลบอลเอนทรี้ได้ด้วยกัน

ขณะนี้ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการโกลบอลเอนทรี้ ได้แก่ อาร์เจนติน่า แคนาดา โคลัมเบีย เยอรมัน อินเดีย เม๊กซิโก เนเธอร์แลนด์ (ไม่รับใบสมัครใหม่โดยกำลังพัฒนาโปรแกรมใหม่อยู่) ปานามา สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สวิสเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐประชาชนจีน (ไต้หวัน) สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) และสหรัฐอเมริกา (ทั้งผู้ที่ถือพาสปอร์ตของสหรัฐและถือสถานะใบเขียว)

ผู้ที่สนใจจะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการจะต้องยื่นใบสมัครกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญกรรมและการสัมภาษณ์ คิวรอการสัมภาษณ์อาจเป็นหลายเดือน และค่าสมัคร 100 เหรียญจะไม่คืนให้หากไม่ได้รับการอนุมัติ ระหว่างการสัมภาษณ์จะมีการพิมพ์ลายนิ้วมือและถ่ายรูป ผู้สมัครจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ตู้ทำรายการแบบอัตโนมัติ เมื่อใบสมัครได้รับการอนุมัติก็จะสามารถใช้ตู้อัตโนมัติดังกล่าวซึ่งติดตั้งอยู่ในสนามบินและสถานที่อื่นที่ได้รับการอนุมัติเป็นเวลา 5 ปี โดยนับจากวันเกิดของผู้สมัครหลังจากวันที่อนุมัติ ส่วนการขอต่อใบอนุญาตจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ผู้ที่เคยถูกจับในคดีอาชญากรรมอาจไม่ได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้เดินทางในโครงการนี้ ที่ผ่านมาจะมีบุคคลประมาณ 3-5 เปอร์เซนต์ถูกปฏิเสธการอนุมัติโดยจะได้รับทราบเหตุผลที่ถูกปฏิเสธในแต่ละราย ตัวอย่างเช่น การที่ต้องจ่ายค่าปรับสำหรับการนำเอาสิ่งของต้องห้ามหรือไม่สำแดงสิ่งของที่จุดผ่านเข้าเมืองก็ถือเป็นข้อที่ทำให้นักเดินทางไม่สามารถได้รับการอนุมัติในโคงการนี้ได้

สำหรับผู้ที่ถูกปฏิเสธสามารถทำการนัดหมายเพื่อพบกับหัวหน้าของหน่วยงานที่ศูนย์รับการสมัคร อีเมล์ถึงผู้ตรวจการฯ (Trusted Traveler Ombudsman) หรือยื่นเรื่องร้องเรียนผ่าน Traveler Redress Inquiry Program ของกระทรวงแห่งมาตุภูมิ

ในการเดินทางผู้ที่อยู่ในโครงการโกลบอล เอนทรี้ (รวมทั้งผู้ที่เป็นสมาชิกของ NEXUS และ SENTRI) สามารถใช้ระบบที่เรียกว่า TSA PreCheck (จะมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้เห็นตามภาพ) กับสายการบินที่เข้าร่วมโครงการโดยใส่ข้อมูลเลขไอดีจากบัตรโกลบอลเอนทรี้เข้าไปตอนกรอกข้อมูลการจองเที่ยวบินโดยสาร หรือใส่ลงไปในข้อมูลสมาชิกการเดินทางของสายการบินภายใต้หัวข้อ “Known Traveler Number (KTN)”

หากท่านผู้อ่านท่านใดเดินทางบ่อย ต่อเครื่องมากและไม่นำเอาสัมภาระขึ้นเครื่องมาก ก็ขอแนะนำให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกในโครงการนี้นะคะ เพราะประหยัดเวลาผ่านช่องทางสายตรงพิเศษเข้าไปถึงเครื่องได้ก่อนผู้โดยสารท่านอื่นจำนวนมากเลยค่ะ

บทความนี้มีไว้เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปไม่ใช่เป็นการให้คำแนะนำ หากท่านมีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในบทความ อยากจะถามคำถามในกรณีส่วนตัวท่านสามารถโทร.มาสอบถามกับผู้เขียนได้ที่เบอร์ (850)598-1709 หรือ (626)999-4751 หรือจะอีเมลมาหาผู้เขียนที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ก็ได้ค่ะ หากผู้เขียนไม่ได้รับสายก็ฝากข้อความไว้ได้ จะติดต่อท่านกลับไปภายหลัง รวมทั้งถ้าอยากจะติดตามบทความย้อนหลังก็สามารถติดตามได้ที่เวบไซด์ของหนังสือพิมพ์เสรีชัย http://www.sereechai.com/ คอลัมน์ “เรียนรู้เมื่ออยู่เมืองลุงแซม”