Get Adobe Flash player

แฟนบอลทีมชาติ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ตั้งใจจะเขียนถึง “โคชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กับทีมช้างศึกไทย” แต่ก่อนจะเขียนถึง ต้องขอภัยความผิดพลาด เรื่องที่เขียนไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เพราะรับข่าวสารเร็วไปตามโลกยุคใหม่ ก็เลยผิดพลาดจนต้องขายหน้าห้าแต้ม ฉบับที่แล้วเขียนเรื่องของน้องแอ๋ม “วรรณภา มาณะการณ์” น้องผู้หญิงผู้มีน้ำใจงาม ที่ไปช่วยหมาถูกรถชน มีผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊ค

เธอออกมาจากริมถนนตรงไปกลางสี่แยก ก่อนที่จะก้มลงอุ้มหมาน้อยผู้เคราะห์ร้ายขึ้นมาอย่างละล้าละลัง แล้วพาไปให้พ้นถนนที่คลาคล่ำไปด้วยยวดยาน

ทำให้คลิปนี้มีผู้เข้าไปชมกว่า 10 ล้าน วิวส์

ต่อมาก็มีข่าวว่า คณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แจ้งผ่านทางโทรศัพท์ถึง ผอ.โรงเรียนของน้องแอ๋มว่าคณะและมหาวิทยาลัยมหิดลมีมติให้ทุนการศึกษากับเธอ จนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย และให้โควต้าศึกษาต่อในคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในโครงการเด็กดีมีที่เรียน 

หลายคนที่ทราบข่าวก็ยินดีมันดูเหมือนจริงมาก จนเราต้องเชื่อ แต่ความจริงคือ น้องไม่ได้ทุน เป็นแค่เรื่องของความหลอกลวง

รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ออกมาชี้แจงว่ากรณีที่กล่าวว่าทางคณะฯ ได้ติดต่อยื่นข้อเสนอให้ทุนนักเรียนทั้งสองนั้น คณะสัตวแพทยศาสตร์ ขอยืนยันว่าไม่เคยติดต่อหรือยื่นข้อเสนอในการรับทุนหรือให้ทุนกับนักเรียน ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ดังนั้น ข่าวดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง

 ทั้งนี้ ทางคณะฯ ยังคงเห็นถึงความดีงามของนักเรียนทั้งสอง ซึ่งควรทำการบันทึกไว้ในแฟ้มสะสมความดีงามประจำตัวของนักเรียน และเห็นสมควรให้กำลังใจและเชิดชูความดีงาม และแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง ว่าการทำความดีย่อมมีคนมองเห็น จึงพิจารณามอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติและทุนสนับสนุนการศึกษาจำนวนหนึ่ง

แม้รู้ว่าคณะสัตวแพทย์ไม่ได้เริ่มต้น แต่ผิดหวังกับการปฏิเสธครั้งนี้ และไม่รู้ว่าจะให้ประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติไปเพื่ออะไร ในเมื่อคราวนี้ผู้ที่จะให้ ทำเพื่อแก้เกี้ยว ไม่มีคุณค่าพอกับผู้รับด้วยซ้ำ

นานๆ จะมีคนที่มีคุณสมบัติจะเป็นสัตวแพทย์สักคน ไม่เป็นไร เด็กน้อย ในเมื่อโลกที่เราอยู่มันเป็นแบบนี้

...............................

กลับมาเรื่องฟุตบอล ถ้าย้อนไปสมัยวัยรุ่น ผมก็เป็นแฟนฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่ง ช่วงระหว่างปี 2510-2517 ถ้าวันไหนมีโปรแกรมระดับชาติ (และมีสตางค์พอค่าตั๋วและค่ารถเมล์) กลุ่มเพื่อนๆ ก็จะชักชวนกันไปดู บอล เลิกก็นั่งรถเมล์สองต่อกลับบ้าน

ตั้งแต่ยุค สราวุธ ประทีปากรชัย  เป็นผู้รักษาประตู นักฟุตบอลดังยุคผม มีคนดังหลายคน อาทิเช่น นิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ ชัชชัย พหลแพทย์ สุทธา สุดสะอาด ปรีชา กิจบุญ สุชิน กสิวัตร ศุภกิจ มีลาภกิจ เอกชัย สนธิขันธ์ นเรศ ชูบัว บุญเลิศ นิลภิรมย์ โกวิท เพ็งลี ชายน้อย สงเคราะห์ ทรงไทย สหวัชรินทร์

วีระยุทธ สวัสดี จุฑา ติงศภัทิย์ ประพนธ์ ตันตริยานนท์ อารมณ์ จันทร์กระจ่าง อำนาจ เฉลิมชวลิต พิทักษ์ ศิลป์ประสิทธิ์ ณรงค์ พิเชษฐ์จำรัสชีพ เรวัติ อาดัม แก้ว โตอดิเทพ ไพบูลย์ ขันธรักษา นัฐ ธำรงค์เวช ฯลฯ

พวกนี้ถือเป็น “ดารา” ในสายตาพวกเรา

นอกจากติดทีมชาติแล้ว ในบอลอุดมศึกษา พี่ล้ำเลิศ เพชรโชติ เล่นให้ทีมโรงเรียนของเราด้วย ต่อมาเมื่อเรียนอีกสถาบัน ก็มีพี่ ธาตรี สงมา อยู่ในทีมสถาบันของเรา

ได้รู้จัก สหัส พรสวรรค์ ในช่วงสั้นๆ จากการได้ไปฝึกสอนในโรงเรียนเดียวกันที่ “ประถมทวีธาภิเศก”

พอเรียนจบย้ายไปทำงานในต่างจังหวัดก็ไม่มีโอกาสเข้าสนามศุภฯ อีกเลย

ยุคนั้น บอลไทย มีชื่อพอสมควร สามารถต่อกรกับ มาเลย์ หรือแม้แต่เกาหลีใต้ “สิงห์สนามศุภฯ” มีความไวไม่แพ้ “ปีกตีนจักร-ปาร์ค ยี ชุน” ปีกของเกาหลี

ถ้าปาดหัวตัวเท่า เราก็สู้ได้ทุกชาติ ไม่ว่าจะเก่งมาจากไหน

แต่หลังจากนั้นผ่านไปหลายปี บอลทีมชาติไทย ถือว่าซบเซาไปนาน จนกระทั่งมาถึงยุคนี้ “บอลไทย” ก็ผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

ในความคิดของผม ความรุ่งเรืองประกอบด้วยสองเหตุผล คือหนึ่ง เรามีบอลลีค ที่เข้มแข็ง และสอง เรามี "โค้ชซิโก้ "เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่มีความสามารถในการสร้างพลังให้ทีม

แต่ช่วงนี้ มีข่าวออกมาว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะไม่ต่อสัญญาให้ "โค้ชซิโก้ "เกียรติศักดิ์ หลังจากสัญญาดังกล่าวจะหมดลงในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2560

ข่าวที่ยกมานี้อาจช้าไปมาก เพราะหนังสือเรา ออกรายสัปดาห์ ก็จะไม่ค่อยทันเหตุการณ์ ทำให้ตอนนี้ทุกอย่างเคลียร์กันแล้ว ระหว่างนายกกับโคช จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ว่ากันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นแค่ข่าวลือ และไม่มีการเปลี่ยนโคชแต่อย่างใด

แต่สำหรับเรา ถ้าไม่พูดอะไรในประเด็นนี้บ้าง ก็ทำให้รู้สึกเหมือนปล่อยปละละเลย

สิ่งแรก ข่าวนี้มีมูลหรือไม่ อ้างถึงข่าวจาก นสพ.แนวหน้า ที่ระบุว่า

 “บิ๊กอ๊อด” กล่าวถึงกรณีสัญญาการคุมทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมช้างศึก ที่จะหมดสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิด แต่อะไรก็แล้วแต่ ถ้าทำแล้ววงการฟุตบอลไทยพัฒนาก็พร้อมจะทำ ถ้านำมาซึ่งสิ่งที่ดี เราก็พร้อมก้าวผ่าน เราพร้อมก้าวข้ามอาเซียน

“สมาคมฯ จะต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญากับ เกียรติศักดิ์ ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องมาคุยกันก่อน ทั้งนี้ ตนอยากจะถามแฟนบอลชาวไทยว่าอยากเห็นสิ่งที่ดีกว่าหรืออยากเห็นแค่นี้”

ซึ่งคำว่าแค่นี้ หมายถึง “ช้างศึก” เอาชนะ อินโดนิเซีย คว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เป็นสมัยที่ 5

นั่นคือผลงานหมาดๆ ของโคชซิโก้ ที่เราถือว่า “เจ๋งมากแล้ว” และที่แน่กว่านั้นคือการควบคุมอารมณ์ของนักกีฬาไทย ที่ไม่เล่นถ่อย หรือไปต่อยทีมตรงข้าม ทั้งยอมเจ็บโดยไม่เอาเรื่องเอาราว

เรามีความสุขที่เห็นนักกีฬาไทยเป็นสุภาพบุรุษ ซึ่งแน่นอน นี่ก็เป็นความสามารถของ “พี่โก้”

คำว่าดีกว่า ในสายตาของ พล.ต.อ.สมยศ นั่นคือการจ้างโคชชั้นดีจากต่างประเทศ เพื่อนำทีมชาติไทยไปเล่นในระดับโลก

ซึ่งผมมองว่าถ้าคิดแบบนี้ ไม่มีทางเป็นไปได้ อย่ามองข้ามโคชของเรา อย่ามองข้ามศรัทธาที่นักกีฬามีต่อโคช และอย่ามองข้ามแฟนบอล การไปบอลโลก ด้วยการจ้างโคชต่างชาติมาสอนนักกีฬาชุดนี้ นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว ยิ่งจะทำให้ทีมชาติตกต่ำลงด้วยซ้ำ

ไม่ใช่ดูถูกว่านักบอลไทยไม่เก่ง เพราะเท่าที่มีก็ถือว่าเก่งสุด

แต่การที่จะให้ทีมชาติไทยไปเล่นกับนักบอลระดับโลก จะต้องเริ่มต้นสร้างนักกีฬาตั้งแต่พันธุกรรมกันเลยทีเดียว ตั้งแต่แรกเกิด ต้องทำให้เด็กไทยตัวสูงใหญ่ขึ้น และไม่ใช่ใหญ่แต่เชื่องช้า แต่ต้องใหญ่อย่างสมบูรณ์ จะด้วยอาหารการบำรุง หรือวิทยาศาสตร์การกีฬาก็ตาม เพื่อให้มีกำลังปะทะ พอที่จะสู้กับคนชาติพันธุ์อื่นๆ ในโลกได้

เมื่อก่อน คนญี่ปุ่น เกาหลี ตัวเตี้ยๆ ขาสั้นๆ เดี๋ยวนี้พวกเขาตัวโตมากๆ สูง 180 -190 ซม. เป็นเรื่องปกติ หรือบางคนก็สูงกว่านั้น แต่คนไทยส่วนใหญ่ ยังเฉลี่ยอยู่ที่ 165 ซม.

เราคล่องแคล่วที่ 112-120 ปอนด์ เราต้องปรับความคล่องแคล่วให้ไปถึง 150-180 ปอนด์ ให้ได้

ยกตัวอย่าง กีฬาอเมริกันฟุตบอล เรามีเด็กไทยในต่างประเทศเก่งๆ หลายคน ในระดับไฮสคูล แต่พอถึงระดับคอลเลจปรากฎว่าตัวโตไม่พอ

ประเด็นต่อมา เราต้องเอาเด็กเหล่านี้มาฝึกและสร้างนักกีฬาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ใช่ทำทีมเดียว แต่ต้องทำพร้อมกันทั้งประเทศอย่างต่อเนื่อง ถ้าจะจ้างครูต่างชาติ ที่มีประสบการณ์สูงมาสอนก็ไม่ว่า แต่ก็ต้องพัฒนาฝีมือครูไทยควบคู่กัน รวมทั้งส่งเด็กนักกีฬาไปฝึกฝนในประเทศที่เขาเก่งฟุตบอล ก็ต้องทำตั้งแต่ขั้นตอนนี้

สาม เราต้องจัดการแข่งขั้น ตั้งแต่รุ่นอายุน้อย อาทิเช่น 14 ปี 19 ปี 21 ปี ฯลฯ ต่อเนื่อง ไปจนถึงระดับชาติ ซึ่งในระดับชาตินี้เราได้ทำแล้ว

ข่าวลือที่ว่าจะจ้างโคชระดับมือหนึ่งของโลก อย่างเช่น “อเลฮานโดร ซาเบญา” อดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา ผู้พาอาร์เจนตินาคว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล มาสร้างทีมไทยให้แข็งแกร่ง ไม่ต่างกับเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะต่อให้โคชจะเก่งแต่ไหน แต่ศักยภาพด้านพลกำลังเรายังมีไม่พอ เมื่อเทียบกับฝรั่งตัวโต ก็ไปไม่ได้

แต่ถ้าคนของเรามีร่างกายที่พอฟัดพอเหวี่ยงกัน ได้ฝึกฝนเบสิคมาอย่างดี มีประสบการณ์พอ วันนั้นเราจะสมบูรณ์และไปถึงระดับโลกได้ครับ.