Get Adobe Flash player

พระมหากษัตริย์ของประชาชน โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน กำลังถูก “เฝ้ามอง” จากคนไทย ที่มีความรักและศรัทธาต่อพระองค์จำนวนมาก โดยพยายามสร้างบ้านแปงเมือง บนเขาสูง ให้เป็นที่ “กินอิ่ม นอนอุ่น” ของประชาชน บนพื้นฐานของวัฒนธรรม ความพอเพียง รักษาสิ่งแวดล้อม ใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับธรรมชาติ

สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีฯ มีความผูกพันกับประเทศไทยไม่น้อยเลย เคยเสด็จมาประเทศไทยหลายครั้ง ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตั้งแต่ครั้งเป็นเจ้าชาย จนเมืองไทยเหมือน “บ้าน” อีกแห่งของพระองค์

เมื่อยามคนไทยมีทุกข์จากอาการประชวร ของพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงโปรดให้ชาวภูฏาน จุดเทียน สวดมนต์ ถวายพระพร
ครั้นเมื่อพระเจ้าอยู่หัว ร.9 เสด็จสู่สวรรคาลัย พระองค์ก็เสด็จมาถวายความอาลัยในทันที นี่คือสิ่งที่คนไทยได้เห็น และชื่นชม

แต่ก่อนหน้านั้นหลายคนอาจจะทราบแล้วว่าว่า พระราชาธิบดีฯ กับ “ในหลวง” ของเรา มีความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่ง
เว็บไซต์ “ทีนิวส์” ได้เคยนำเสนอเรื่องราว โดยระบุว่า สายสัมพันธ์แห่งประเทศภูฏานและประเทศไทยจะยังคงทอดยาวไกล เพราะ “เชียงใหม่” คือแหล่งเรียนรู้แห่งการตามรอยพระบาท ก่อนหน้าการเสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะผู้แทนประมุขแห่งราชอาณาจักรภูฏาน

ย้อนไปในงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาประเทศไทยหลายครั้ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ได้ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้โครงการหลวงใช้เป็นทุนรอนในการช่วยเหลือพัฒนาภูฎานมาแล้วหลายปี ขณะที่เจ้าชายจิกมี ก็ทรงได้ยิน ได้ฟัง และเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของประเทศไทยมา ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ด้วยความชื่นชมและยกย่อง

ทีนิวส์ บอกว่า เมื่อครั้ง หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวงเสด็จเยือนภูฏาน และได้เข้าเฝ้าพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ได้ทรงมีรับสั่งถึงงานพัฒนาร่วมกัน เนื่องจากโครงการหลวงได้ผ่านงานพัฒนาด้านเกษตรที่สูงมายาวนาน

ขณะที่ภูฎานเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ดี แต่รายได้ของประชากรไม่มาก และมีปัญหาภูมิประเทศพื้นที่ซึ่งเป็นภูเขาสูง แนวทางร่วมมือเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงของทั้ง 2 ประเทศ จึงเริ่มต้นจากนักวิชาการ นักการทูต รัฐมนตรีด้านการเกษตรของภูฏาน เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้งานที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

หนึ่งปีให้หลัง เจ้าชายจิกมี ก็เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเรียนรู้งานด้วยพระองค์เอง กลางเดือนมีนาคม 2546 และทรงประทับแรมอยู่ที่อ่างขางด้วย
การเสด็จพระราชดำเนินเชียงใหม่ในปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงพระราชทานพระราชวโรกาสให้เจ้าชายจิกมีเข้าเฝ้าที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ และในปีเดียวกันนั้น สมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน พระราชมารดาของเจ้าชายจิกมี และพระขนิษฐา ก็เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานีเกษตรหลวงอ่างขางอีกถึง 2 ครั้ง

ปัจจุบัน นักวิชาการโครงการหลวงจากประเทศไทย ได้เดินทางไปแนะแนวทางการปลูกไม้ผลเมืองหนาวแก่ชาวภูฏาน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทางตอนล่างของประเทศที่เริ่มปลูกมะม่วง หรือทางตอนเหนือที่สนใจการปลูกพืชเมืองหนาว ขณะที่แต่ละปีนักวิชาการจากภูฏาน ก็จะเดินทางมาฝึกงานที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมิได้ขาด
“ข้าพเจ้ารัก เคารพ และชื่นชมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นอย่างมาก พระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดพระมหากษัตริย์ ข้าพเจ้ามีความศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างลึกซึ้งในหลายๆ เรื่อง”

“ตัวอย่างที่จะเรียนรู้นั้น หาได้ไม่ยากเลยคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่สำคัญสำหรับข้าพเจ้า พระองค์ทรงงานอย่างหนัก พระทัยดี ทรงมีความยุติธรรม ทรงเป็นบุคคลที่มีความพยายาม มุ่งมั่น ทำเพื่อประเทศชาติ ข้าพเจ้าอยากจะให้เยาวชนไทยและคนไทย ยึดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแรงบันดาลใจในการปฏิบัติตน เพื่อดำรงชีวิตตามที่พระองค์ปฏิบัติ”

นีคือพระดำรัสบางตอนเมื่อครั้งยังเป็น มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ทรงติดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงของเรา เสมอกับของพระราชบิดา
ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่ คัชชิง อคาเดมี ในรัฐแมสซาชูเซตส์ และระดับปริญญาตรีที่ วีตัน คอลเลจ ในสหรัฐ

ก่อนที่จะเสด็จไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในสาขาการทูตและการเมือง ที่ วิทยาลัยแม็กดาเลน มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด ในสหราชอาณาจักร
มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ทูลเกล้าถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ให้กับสมเด็จพระราชาธิบดี เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็นเจ้าชายมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2549 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทูลเกล้าถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาส่งเสริมการเกษตร ให้กับสมเด็จพระราชาธิบดี

นอกจากนี้พระองค์ยังส่งนักศึกษาและบุคคลสำคัญเข้ามาศึกษา ดูงาน และสัมมนาที่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประจำ
พระราชบิดาของพระองค์ ทรงสละราชสมบัติพระราชทานให้แก่เจ้าฟ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มกุฎราชกุมาร พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม

พ.ศ. 2549 โดยมีพระราชดำริในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 พระองค์ได้ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเป็นกษัตริย์อย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังในกรุงทิมพู สืบบัลลังก์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ได้ทรงประกาศหมั้นกับ เจตซุน เพมา ซึ่งเป็นหญิงสาวสามัญชน โดยทั้งสองอภิเษกสมรสในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ทรงมีพระโอรส 1 พระองค์ คือ เจ้าชายจิกมี นัมเกล วังชุก และเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 มีข่าวพระองค์ท่านในเว็บไซต์ คมชัดลึก ว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรให้กับนักศึกษาชาวภูฏาณ ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (ภาคภาษาอังกฤษธุรกิจ): International Business คณะบริหารธุรกิจ

รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดี ราชมงคลพระนคร เล่าว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนครได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ประจำปีการศึกษา 2555 แด่สมเด็จพระราชธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์ แห่งราชอาณาจักรภูฏาณ จากพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อมหาวิทยาลัย ได้มอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรให้กับนักศึกษาชาวภูฏาณ ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 10 ทุนต่อปี เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาภูฏาณ ที่เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครจำนวนถึง 30 คน

“นางสาวโซแนม ชุกกี้” นักศึกษาทุนภูฏานชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศฯ ราชมงคลพระนคร เล่าว่า มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่การเรียนด้านบริหารนั้น หากได้เรียนกับสถานศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นการเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ๆ ในกับตนเอง เมื่อทราบข่าวจากภาครัฐ ประเทศภูฏาน เปิดสอบชิงทุนการศึกษาเพื่อมาเรียนสถาบันการศึกษาในประเทศไทยจึงตัดสินใจสอบ และทุนการศึกษานี้ไม่ต้องผ่านการสอบข้อเขียนใดๆ เพียงแค่สอบสัมภาษณ์ เพื่อดูความสามารถพื้นฐาน ซึ่งทุนการศึกษานี้ ทางมหาวิทยาลัยทคโนโลยีราชมงคลพระนครเป็นผู้ดูแลค่าเรียน และค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก ในตอนแรกก่อนมาเรียนค่อนข้างกังวลเรื่องของการใช้ชีวิตที่นี กลัวจะสื่อสารกับคนทั่วไปไม่ได้

"แต่เมื่อมาเรียนที่ราชมงคลพระนคร ทุกอย่างกับตรงกันข้าม เพื่อนๆ ที่เป็นคนไทยมีน้ำใจ และให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี พร้อมกับสอนภาษาไทยประโยคง่ายๆ ให้ใช้ในชีวิตประจำวัน การเลือกเรียนที่นี่ เชื่อว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเรียน และมีอาจารย์จากหลายๆ ประเทศที่มีประสบการณ์ด้านวิชาชีพเข้ามาสอน" นางสาวโซแนม เล่าด้วยรอยยิ้ม เหนืออื่นใด วิชาที่ชอบเรียนที่สุด "นางสาวโซแนม" บอกว่า วิชาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 ซึ่งสอนถึงหลักความพอประมาณทางธุรกิจและกำไรของธุรกิจ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น หรือแสวงหาผลกำไรจนเกินควร จากการเบียดเบียนประโยชน์ของสังคม โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ ที่อาจจะก่อให้เกิดวิกฤตตามมา ตลอดจนให้คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรในธุรกิจอย่างประหยัดและอย่างมีคุณภาพ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอนาคตได้

ราชอาณาจักรภูฏาน กำลังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างสวยงาม พอเพียงแต่มั่นคง ตามแนวทางที่ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงตั้งพระทัย และเรียนรู้การเป็นพระมหากษัตริย์ในหัวใจของประชาชนด้วยพระองค์เอง โดยมี “ประเทศไทย” เป็นมิตรประเทศ
ซึ่งเหนือสิ่งอื่นใด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มิ่งขวัญปกเกล้าปกกระหม่อมของชาวไทย ทรงเป็นต้นแบบ และเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลยิ่ง.