Get Adobe Flash player

น้ำใจที่งดงาม โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

เมื่อสัปดาห์ก่อน คุณสุพรรณิกา ฉายาพรรณ นักร้องดาวรุ่งสุนทราภรณ์ในอดีต ผู้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์พรปีใหม่มาบันทึกแผ่นเสียง ได้แชร์ข้อความของ “ประเวศ อิงคดาภา” ในเฟซบุ๊คส่วนตัว ขอรับบริจาค “ยา” ที่ไม่ได้ใช้แล้วไปช่วยผู้คนโดยไม่ยึดติดเชื้อชาติ

ข่าวนี้ถูกนำมาลงในหนังสือพิมพ์เสรีชัย ในฉบับที่ผ่านมา

มองผิวเผินเหมือนเป็นข่าวเล็ก ที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไร แต่เมื่อมองลึกลงไป จะเห็นคุณค่าของข่าวนี้ได้ชัดเจน เพราะเราจะเห็น “ความงดงาม” ในจิตใจของผู้โพสต์ ผู้ที่นำมาแชร์ และผู้ที่เป็นบุคคลในข่าว ทุกคน

เป็นการเชิญชวนมาร่วมกันบริจาคยา ที่ท่านไม่ใช้แล้ว เพื่อส่งให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสและจำเป็นที่ต้องใช้ เป็นการทำความดี “ถวายพ่อหลวง” ในโอกาสปีใหม่

ผู้โพสต์เล่าว่า เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2559 ได้เดินทางไปเยี่ยมโรงพยาบาลอุ้มผาง จังหวัดตาก ทำให้มีโอกาสได้เห็นสภาพของผู้ป่วยจำนวนมาก ที่เข้ามารับการรักษาและได้รับรู้ปัญหาการทำงานของแพทย์พยาบาล และบุคลากรทุกแผนกในโรงพยาบาลแห่งนี้ ที่พร้อมใจกันทำงานในหน้าที่อย่างอุทิศชีวิต เพื่อขจัดความทุกข์ยากจากความเจ็บป่วยของเพื่อนมนุษย์

“โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางกฎหมายและสัญชาติของคนไข้ ขอเพียงเป็นมนุษย์ที่มีกายใจเหมือนเราก็เพียงพอแล้ว”

“และบ่อยครั้งที่ทีมแพทย์ ต้องบุกป่าข้ามเขาไปรักษาและควบคุมโรคระบาดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน ภาระกิจเพื่อมนุษยธรรมเหล่านี้ แทบไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ เพราะทุกโรงพยาบาลล้วนได้รับงบประมาณ นับตามจำนวนประชากรที่มีอยู่ในทะเบียนราษฎร์ของไทยในพื้นที่ แต่คนไข้นอกทะเบียนราษฎร์มีมากกว่านั้นมากนักและคนไข้เหล่านี้ก็ล้วนเจ็บป่วยและต้องการใช้ยาในการรักษา เช่นเดียวกับคนไทยและเราท่านทั้งหลายที่อยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ”

“ความงดงาม” ที่กล่าวถึงข้างต้นคือเนื้อหา ที่ผู้โพสต์ ได้ก้าวข้ามความรู้สึกที่ว่า ฉันเป็นคนไทย คุณเป็นต่างชาติ ไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “เพื่อนมนุษย์” ที่พระบอกกับเราเสมอว่า “เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น”

ผู้คนจากพื้นที่ชายขอบ ในถิ่นธุรกันดาร จะเป็นชนชาติใดก็ตาม ต้องมาพึ่งโรงพยาบาลฝั่งไทย ที่โรงพยาบาลเองก็มีงบประมาณจำกัด นึกภาพคงลำบากไม่น้อยเลย

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ชื่อ น.พ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ซึ่งอาสาอยู่เป็นหมอที่ รพ.อุ้มผาง ซึ่งนับจากจบ รร.แพทย์มาทำงานที่โรงพยาบาลแห่งนี้ จนบัดนี้เป็นเวลา 25 ปี คุณหมอยังไม่เคยทอดทิ้งคนไข้ ไปแสวงหาความสำเร็จและความก้าวหน้าในวิชาชีพ อันเป็นความชอบธรรมที่ทุกคนมีสิทธิ์ทำได้ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด

ซึ่งผมเคยเชื่อเสมอว่า ถ้าประเทศชาติมีคนเช่นนี้มากเท่าไร บ้านเมืองของเรานอกจากจะไม่อับจนแล้ว ก็จะรุ่งเรืองมากเท่านั้น

เมื่อเขาขอยามา พวกเราหลายๆคน ก็น่าจะมีพอที่จะแบ่งปันให้ตามกำลัง แต่ขอเวลาศึกษานิดหนึ่ง ว่ายาชนิดไหนส่งไปได้ และชนิดไหนที่ (ผิดกฏหมาย) ส่งไม่ได้

แล้วส่งไปที่ น.พ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผอ.โรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก 63170 โทร 055-561-270 ถึง 2

ส่วนคุณ ประเวศ อิงคดาภา ผู้ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า

ขอให้พวกเราตระหนักชัดว่า "ยาในกล่องที่รอทิ้งอาจช่วยชีวิตคนได้เพียงแค่เราหยิบยื่นให้เขา"

ขอให้ทุกท่านจัดส่งยาเหลือใช้นี้ทางไปรษณีย์ธรรมดา (โดยไม่จำเป็นต้องส่ง EMS ให้เปลืองเงิน) ไปตามที่อยู่ ขออนุโมทนาและขอบคุณครับ

จากเรื่องยา มาเรื่องน้ำท่วม ในเขตภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ของประเทศไทยในขณะนี้

ข่าวสารที่แพร่มาอย่างรวดเร็ว ทำให้เราได้เห็นถาพภัยพิบัติ ไปพร้อมๆ กันทั่วโลก

บ้านเรือนจมถึงหลังคา น้ำเชี่ยวกราก พัดพาคนไปต่อหน้า พระ เจ้าหน้าที่ ถูกไฟฟ้าดูด รถตกถนน มอเตอร์ไซค์ ถูกน้ำพัด บ้านพัง ทางขาด ฯลฯ

บางครอบครัวยังติดอยู่ในบ้านกลางทุ่งกลางดอนที่มีแต่น้ำล้อมรอบ เสบียงอาหารก็หมด เรือก็ไม่มี  

วัวควายว่ายหนีน้ำ ที่ขึ้นดอนได้ก็อดจนตาย

หมาแมว ตกอกตกใจกันถ้วนหน้า

ท่ามกลางวิกฤติ เครื่องบินโดยสารซ้ำเติมผู้บริโภค ฉวยโอกาสขึ้นราคาถึงสองสามเท่า ที่จอดรถบนดอน ราคาค่าจอดเป็นร้อยสองร้อย แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อไม่มีทางเลือก เมื่อต้องจอดรถ ต้องเดินทาง ก็ต้องจำยอมเขา

บางคน ได้เห็นความเดือดร้อนแล้วสะใจ สมน้ำหน้า ไม่สนับสนุนให้ใครช่วย เหตุเพราะความคิดทางการเมืองไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นเรื่องต่างจิตต่างใจ

โบราณว่ามือที่หยิบยื่นให้ เป็นคนละมือกับที่ผลักไสเสมอ

แต่ในวิกฤติ เรามักจะได้เห็นสิ่งสวยงามเกิดขึ้น

เช่นเราได้เห็นพระสงฆ์หลายรูป ท่าน “ล่องน้ำ” นำข้าว อาหารไปแจกชาวบ้าน ที่ติดอยู่ตามบ้านสมคำที่ว่า บ้านกับวัดผลัดกันช่วยจะอวยชัย

อีกภาพ ที่เห็นแล้วน้ำตาซึม คือภาพกลุ่มพยาบาลอาสา ขนสัมภาระ ที่มีเครื่องหมายกาชาด ลอยคอไปดูแลผู้ประสพภัยถึงที่

นักข่าว ที่เรียกตัวเองว่า “กรรมกรข่าว” แม้ปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่แล้ว แต่ด้วยจิตวิญญาณของ “มืออาชีพ” ก็ยังลงพื้นที่ไปพบ ปลอบขวัญ และให้ความช่วยเหลือกับชาวบ้าน ผู้ประสบภัย  

ไปคุยกับชาวบ้านที่มีอาชีพทำขนม ไปคุยกับเด็กหนุ่มที่มาทอดแหหาปลาบนถนน ฯลฯ ซึ่งเป็นน้ำใจที่เราเห็นได้

พวกเรา... คนไทยในต่างแดน แม้ไม่มีโอกาสร่วมสุขบนแผ่นดินเกิด แต่ทุกครั้งที่มีภัยพิบัติ พวกเราก็พร้อมจะร่วมทุกข์ด้วยเสมอ

ครั้งนี้ก็เช่นกัน สมาคมไทยปักษ์ใต้แห่งแคลิฟอร์เนีย เป็นแม่งานร่วมกับชุมชนชาวไทยทั้งมวล จัดกิจกรรม “รวมใจช่วยอุทกภัยภาคใต้” รวบรวมน้ำใจจากพี่น้องชาวไทยในนครลอสแอนเจลิส เพื่อจัดส่งไปบรรเทาทุกข์พี่น้องชาวใต้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสในเวลานี้

ด้วยการจัดทำกล่องบริจาค เพื่อจัดวางตามแหล่งชุมชนต่างๆ

และจัดกิจกรรมร้องเพลงการกุศล ณ ห้องอาหารเครื่องเทศ ในอาทิตย์ที่ 15 มกราคม 2560 ตั้งแต่เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับวัดไทยฯ และองค์กรชุมชนอื่นๆ จัดกิจกรรมเรี่ยไรเงินสำหรับส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ณ วัดไทยฯ ในช่วยบ่ายวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม หลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญ สตมวาร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว

หากท่านใดมีจิตศรัทธา ร่วมทำกุศลช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในภาคใต้ของประเทศไทย ร่วมกับทางสมาคมไทยปักษ์ใต้แห่งแคลิฟอร์เนีย แต่ไม่สามารถร่วมกิจกรรมตามที่ระบุเอาไว้ได้ กรุณาเขียนเช็คสั่งจ่าย Thai Paktai Association (กำกับเช็คว่า ช่วยน้ำท่วมปักษ์ใต้) แล้วส่งมายัง สมาคมไทยปักษ์ใต้ฯ เลขที่ 7742 Coldwater Cyn., N. Hollywood, CA 91605 ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ ทางสมาคมไทยปักษ์ใต้ฯ จะส่งใบเสร็จรับเงินไปยังผู้บริจาคทุกคน ในกรณีที่ทราบชื่อและที่อยู่ของผู้บริจาค รวมถึงจะนำรายชื่อของผู้บริจาคทุกคนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ และหนังสือพิมพ์เล่มอื่นๆ ที่กรุณาสละพื้นที่ให้ด้วย

โดยสมาคมฯ จะทำการสรุปยอดเงินบริจาคในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 โดยเงินบริจาคทั้งหมด ซึ่งไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นนี้ จะถูกส่งไปยัง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ของแต่ละจังหวัด อย่างเร่งด่วน โดยจะมีผู้แทนของสมาคมฯ ในแต่ละจังหวัดเป็นผู้มอบและติดตามดูแลให้เงินบริจาคของพวกเรา ถูกนำไปใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมความตั้งใจของผู้บริจาคทุกท่าน.