Get Adobe Flash player

สิ่งที่เกิดกับเกาหลีเหนือ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ติดตามข่าวเกาหลีเหนือ พยายามที่จะทดลองขีปนาวุธ โดยไม่สนใจคำเตือนของเพื่อนบ้านรวมทั้งสหรัฐฯ แล้วก็กังวล เพราะถ้าหากต่างฝ่ายต่าง “ยอมหักไม่ยอมงอ” ก็อาจเกิดเป็นสงครามที่ลุกลามเป็นสงครามโลก

แน่นอนครับ จากการวิเคราะห์ของฝ่ายต่างๆ มองว่านี่เป็นแค่คำขู่ แต่คนวิเคราะห์ ก็ไม่เท่าคนที่สั่งการ

อาจตูมตามขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ นั่นหมายความว่าประชาชนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องพลอยบาดเจ็บล้มตายไม่รู้ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด เศรษฐกิจโลกจะพังพินาศไปมากน้อยหรือนานแค่ไหน

ยิ่งถ้าเป็นระเบิดปรมาณู นอกจากรัศมีการทำลายเป็นวงกว้างแล้ว กัมมันตถาพรังสีของมันยังทำลายมนุษย์ชาติให้ย่อยยับไปด้วย ส่วนจะแผ่ไปทางใดเข้าสู่ประเทศไหน ขึ้นอยู่กับกระแสลมไม่มีใครบังคับได้

เกิดอะไรขึ้นกับเกาหลีเหนือ ทำไมถึงต้องสะสมอาวุธขนาดนี้ ทำไมต้องท้าทายมหาอำนาจ ทั้งที่เป็นประเทศเล็ก

ย้อนอดีต.... เรามาทำความรู้จัก  “เกาหลีเหนือ” กันก่อน

ชื่อเต็มก็คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรืออีกชื่อคือ “ปุกโชซอน” ซึ่งหมายถึงโชซอนเหนือ  มีเมืองหลวงชื่อ “เปียงยาง”

เป็นประเทศเก่าแก่ แต่เพิ่งได้เอกราช มีผู้นำที่ปกครองโดยระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ มาแล้วสามเจเนอเรชั่น ตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นหลาน

พ.ศ. 2491 คิม อิลซ็อง เป็นผู้นำพาประเทศ เมื่อถึงแก่อสัญกรรม บุตรชาย คิม จ็องอิล ก็สืบทอดอำนาจในระบบครอบครัว จนสิ้นอายุขัยเช่นกัน ในปี 2554 ทำให้ คิม จ็องอึน หลานปู่ ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่ 3 และเป็นคนสุดท้อง เข้ามาสืบอำนาจจนถึงปัจจุบัน

“คิม จอง อึน” พยายามสร้างกองทัพให้ทันสมัยและแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และยังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ จนสามารถมีไว้ในครอบครอง

ใครที่ดูภาพยนตร์ หรือละครอิงประวัติศาสตร์ของเกาหลี จะทราบว่าเกาหลีเป็นอาณาจักรเก่าแก่ใกล้เคียงกับ “คุปตะ” ของอินเดีย และก่อนอาณาจักร “ทวารวดี” ที่บ้านเรา  

ในสมัยราชวงศ์ฮั่น (ฮ่องเต้อู่ตี้) ยกทัพเข้ายึดครองดินแดนของอาณาจักรโชซ็อน กิจการภายในของเกาหลี จะต้องได้รับความเห็นชอบจากจีน แม้กระทั่งการแต่งตั้ง หรือสถาปนากษัตริย์โชซ็อน ก็ต้องให้จีนอนุมัติก่อน

เกาหลีอยู่ใต้อำนาจของจีนยาวนานถึง 422 ปี  จนราชวงศ์ฮั่นล่มสลาย

การที่ถูกปกครองจากชาติอื่น ทำให้โชซ็อน รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากจีน จนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง

ซึ่งการอยู่ใต้อำนาจผู้อื่นที่เขามีกำลังเหนือกว่า ต้องเสียส่วย ต้องให้ผลประโยชน์ ต้องถูกบังคับขู่เข็ญ และต้องอดอยากในบางช่วง สร้างความคับแค้นให้กับเจ้าของประเทศได้ไม่น้อยเลย

กระทั่ง พ.ศ. 856 ฮ่นอ่อนแอ ชาว “โคกูรยอ” อันเป็นชนเผ่าทางเหนือ ก็ยึดอำนาจจากจีนได้สำเร็จ

ช่วงนี้แถบคาบสมุทรเกาหลีปรากฏชื่ออาณาจักรต่างๆ เช่น โคกูรยอ แพ็กเจ และชิลลา โดยแต่ละชื่อที่กล่าวถึง ต่างก็เป็นคนละชนเผ่า

โคกูรยอ อยู่ทางเหนือ, แพ็กเจ อยู่ทางใต้, ส่วน ชิลลา อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้

ประวัติศาสตร์ระบุว่า มีการร่บพุ่งกันระหว่างโคกูรยอกับแพ็กเจ จนทำให้อ่อนแอและต้องล่มสลายไปด้วยกัน

ขณะที่ ชิลลา ซึ่งเคยเป็นอาณาจักรเล็กๆ ที่อยู่ใต้โคกูรยอมาตลอด ก็ค่อยๆเข้มแข็งขึ้น สามารถรวมเกาหลีเป็นหนึ่งเดียว แต่ในความเป็นจริง ก็ดูแลได้ไม่ทั่วถึงทุกภูมิภาค ส่วนใหญ่ก็ดูแลได้ในทางตอนได้ ทำให้เกิดอาณาจักรใหม่ขึ้นทางเหนือ จนเกิดเป็นอาณาจักรเหนือใต้ชัดเจน

จะเห็นได้ว่า เกาหลีเหนือกับใต้ ก็สู้รบกันมาตั้งแต่อดีต ก็นับว่าเกาหลี มีความรู้สึกแปลกแยกกันเองมาตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับโลกภายนอก อาณาจักรของเกาหลีไม่ได้เข้มแข็ง จนกระทั้งถูกญี่ปุ่นเข้ามายึดครองในปี พ.ศ. 2453 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 6 ของไทย) ญึ่ปุ่นถือว่าทำร้ายเกาหลีรุนแรงมาก

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุว่า ญี่ปุ่นได้ผนวกเกาหลีเป็นดินแดนของตนตามสนธิสัญญาการรวมญี่ปุ่น-เกาหลี เป็นที่ยอมรับของญี่ปุ่นฝ่ายเดียว แต่ไม่มีการลงนามของกษัตริย์เกาหลี เกาหลีถูกญี่ปุ่นปกครองจนกระทั่งญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงครามเมื่อ 15 สิงหาคม 2488

ในระหว่างการปกครอง ญี่ปุ่นล้มล้างราชวงศ์โชซ็อน ทำลายพระราชวัง ปรับปรุงระบบภาษี ให้ส่งข้าวจากเกาหลีไปญี่ปุ่น ทำให้เกาหลีเกิดความอดอยาก มีการใช้แรงงานทาสทำเหมืองแร่ และสร้างถนนเพื่อประโยชน์ของญี่ปุ่น

กษัตริย์โกจง สวรรคตด้วยการถูกวางยาพิษ ชาวเกาหลีเรียกร้องเอกราช แต่ก็ทำให้ชาวเกาหลีราว 7,000 คน ถูกสังหารโดยทหารญี่ปุ่น ชาวคริสต์เกาหลีจำนวนมากถูกฆ่า หรือเผาในโบสถ์

เปรียบเทียบเวลา ตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 7 ของไทย ชาวเกาหลีต้องตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อสู้นอกประเทศ นักศึกษาทั่วประเทศลุกฮือ มีการการประกาศกฎอัยการศึก

ญี่ปุ่นพยายามกลืนชาติ เผาหนังสือ-ห้ามสอนประวัติศาสตร์และภาษาเกาหลีในโรงเรียน ลงโทษผู้ที่แสดงออกทางวัฒนธรรมเกาหลี บังคับชาวเกาหลีให้มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่น

สิ่งของมีค่าถูกขนไปยังญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์ถูกห้ามตีพิมพ์ด้วยภาษาเกาหลี

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวเกาหลีถูกบังคับให้ร่วมมือกับญี่ปุ่น ชายชาวเกาหลีถูกเกณฑ์เข้าร่วมในกองทัพญี่ปุ่น ผู้หญิงจากจีนและเกาหลีราว 200,000 คน ถูกส่งตัวไปเป็นนางบำเรอของทหารญี่ปุ่น

จนกระทั่งเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม การรุกรานเกาหลีก็ต้องยุติลง

วิบากกรรม เหมือนยังไม่หมด ปลายสงครามโลกครั้งที่สอง เกาหลีถูกแยกประเทศออกเป็นสองเสี่ยง ฝีมือของสหภาพโซเวียตและสหรัฐ ที่ตกลงเรื่องผลประโยชน์กันไม่ลงตัว จึงต้องแยกออกแล้วมาแบ่งกัน โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายของเจ้าของประเทศ

โซเวียต หนุนเกาหลีเหนือ ส่วนสหรัฐ หนุนเกาหลีใต้ การปกครองก็เป็นไปตามอย่าง (ที่อาจเรียกได้ว่า) เจ้าอาณานิคมในรูปแบบใหม่ ที่มหาอำนาจเลือกที่จะย่ำยีประเทศที่เล็กกว่า

หลังได้เอกราช ชาวเกาหลีเหนือ-ใต้ พยายามที่จะรวมประเทศ มีความพยายาม เพื่อยุติการกล่าวร้ายระหว่างกัน มีการอนุญาตให้ชาวเกาหลีเหนือ-ใต้ ไปมาหาสู่กัน

แต่สหรัฐ ก็เข้ามาสร้างปัญหาอีกรอบ เหมือนเจตนาไม่ให้รวมกันได้สำเร็จ ด้วยการเข้ามา “ซ้อมรบกับเกาหลีใต้” ทำให้เกาหลีเหนือระแวงและไม่พอใจ ส่งผลต่อการรวมประเทศต้องยุติลงโดยปริยาย

สำหรับเกาหลีเหนือ จะเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะสร้างกองทัพอันเกรียงไกร นั่นเพราะประวัติศาสตร์ของผู้ถูกกดขี่และรุกราน ได้หล่อหลอมให้ชาวเกาหลีเหนือ ไม่ยอมที่จะเป็นลูกไล่ใครอีก

รัฐบาลเผด็จการ “คิม อิล ซุง” รุ่นปู่ผู้มีเจตนาสร้างชาติด้วยการพึ่งพาตนเอง มาถึงรุ่นพ่อคือ “คิม จ็อง อิล” และรุ่นลูกหรือรุ่นปัจจุบัน “คิม จ็อง อึน” ที่ชาวโลกมองเขาเหมือนวัยรุ่นจอมเกเร

ท้าชนทุกคนไม่สนว่าใครหน้าไหน แม้ตำรวจโลกอย่างสหรัฐฯ เกาหลีเหนือ ได้สร้างความน่าหมั่นไส้ให้ชาวโลก

แต่ลึกลงไปในสายเลือด ชาว “ปุกโชซอน” ประเทศเกาหลีเหนือ ไม่ยอมให้ถูกย่ำยีกันไปถึงลูกหลาน ที่ไม่รู้ว่า อีกกี่ยุคกี่สมัย

เกาหลีเหนือ มีขนาดเล็กกว่าภาคอีสานของไทย ที่ศัตรูอาจทิ้งระเบิดตูมเดียวจมทะเลกันทั้งประเทศ แต่ระเบิดปรามณู ที่อยู่ในเกาหลีเหนือ จะมีอนุภาพทำลายล้าง ย้อนกลับไปหาศัตรูด้วย

ความถูกต้อง ความเป็นธรรม ไม่ได้มีอยู่จริงไม่ว่าโลกในอดีตหรือปัจจุบัน ที่ยังคงสภาพปลาใหญ่ไล่กินปลาเล็ก ในขณะที่เกาหลีเหนือ เป็นปลาเล็กที่พร้อมที่จะ กอดคอศัตรูให้ตายไปด้วยกัน

เราคงตอบไม่ได้ และไม่รู้ว่านับแต่นี้จะเกิดอะไรขึ้น สงครามโลกจะเกิดอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมหาอำนาจว่าจะตัดสินใจอย่างไร.